ปิดสาขา – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 18 Feb 2026 12:59:38 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ปี 2026 “ธุรกิจสาหัส” เชนค้าปลีก-ร้านอาหาร ในสหรัฐฯ จ่อปิดตัวพุ่ง 800 สาขา https://positioningmag.com/1560097 Wed, 18 Feb 2026 04:30:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560097 ปี 2026 อาจไม่ใช่ปีแห่งการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกอเมริกา แต่เป็นปีแห่งการ “รีเซ็ตครั้งใหญ่”

รายงานจาก Business Insider ระบุว่า ร้านค้าปลีกและร้านอาหารในสหรัฐอเมริกามากกว่า 800 แห่ง ประกาศเตรียมปิดตัวภายในปีนี้

และตัวเลขนี้เป็นเพียงยอดที่ “ประกาศแล้วอย่างเป็นทางการ” เท่านั้น

แนวโน้มดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2024 – 2025 ที่หลายแบรนด์เริ่มทยอยหั่นสาขาเพื่อลดต้นทุนและปรับโมเดลธุรกิจ

เฉพาะปี 2025 มีร้านปิดไปแล้วราว 4,100 แห่ง

ขณะที่ บริษัทวิเคราะห์ค้าปลีกอย่าง Coresight Research เคยประเมินว่า ตัวเลขปิดร้านทั้งปีอาจแตะระดับ 15,000 ร้าน

และแค่ต้นปี 2026 ตัวเลขที่ประกาศปิดตัวล่วงหน้าก็พุ่งเกือบ 870 แห่งแล้ว

เชนใหญ่หั่นสาขาไม่ทำกำไร

ทั้งนี้ ธุรกิจไม่ได้พังทั้งระบบ แต่เลือกปิดร้านไม่ทำกำไร เพื่อรักษากำไร และกระแสเงินสด

ยกตัวอย่างแบรนด์ที่มีแผน “ปิดร้านในบางสาขา” อาทิ

1.Wendy’s ปิดตัวประมาณ 300 ร้าน

Wendy’s ระบุว่าจะปิดสาขาที่ “ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน” โดยปิดตัวประมาณ 300 สาขา หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% จากสาขาทั้งหมดรวม 6,000 แห่ง เพื่อโฟกัสสาขาที่ยังคงแข็งแรง

2.Pizza Hut ปิดประมาณ 250 ร้าน

Pizza Hut เตรียมปิด 250 สาขาในสหรัฐฯ ภายในครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งบริษัทแม่ Yum! Brands ระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของแผนเร่งพัฒนาแบรนด์ระยะยาว

แม้ตัวเลข 250 จะดูสูง แต่เมื่อเทียบกับร้านทั่วโลกกว่า 20,000 แห่ง ก็สะท้อนว่า เป็นการ “ปรับโครงสร้าง” มากกว่า

3.Carter’s ปิดประมาณ 100 ร้าน

แบรนด์เสื้อผ้าเด็กประกาศแผนปิด 150 ร้านในช่วง 3 ปีนี้ โดยในปี 2026 จะปิดประมาณ 100 สาขา ที่เหลือทยอยปิดตามอายุสัญญาเช่า

4.Macy’s ปิดประมาณ 80 ร้าน

Macy’s เดินหน้าปิดร้านที่ไม่ทำกำไรต่อเนื่อง หลังจากปี 2025 ปิดไปแล้วอย่างน้อย 66 แห่ง เป้าหมายคือเหลือร้านที่มีศักยภาพราว 350 สาขา พร้อมขยายช่องทางออนไลน์แทน

5. Kroger ปิดประมาณ 60 ร้าน

เครือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีมากกว่า 2,700 สาขากำลังปิดร้านที่ไม่ทำกำไรประมาณ 60 แห่ง ภายใน 18 เดือนนี้

6.Saks Off 5th ปิด 57 ร้าน

ร้านเอาท์เล็ตสินค้าแบรนด์หรูเตรียมปิด 57 สาขา โดยบริษัทแม่อย่าง Saks Global ซึ่งดูแล Saks Fifth Avenue, Neiman Marcus และ Bergdorf Goodman อยู่ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างภายใต้ Chapter 11

7.Yankee Candle ปิด 20 ร้าน

Yankee Candle เตรียมปิด 20 สาขาในสหรัฐฯ และแคนาดา พร้อมลดพนักงานมากกว่า 900 ตำแหน่ง โดยให้เหตุผล “เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน”

จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดค้าปลีกและร้านอาหารในอนาคต

สิ่งที่เห็นชัดคือ ตลาดค้าปลีกอเมริกาไม่ได้กำลัง “พัง” แต่กำลัง “ทำตัวให้เล็กลง เพื่ออยู่รอด”

  • ปิดร้านที่กำไรต่ำ
  • รักษา margin
  • ลดภาระค่าเช่า
  • โฟกัสออนไลน์มากขึ้น
  • บริหารเงินสดอย่างระมัดระวัง

ปัจจุบัน ยุคที่การเติบโตวัดกันด้วยจำนวนสาขากำลังจบลง และถูกแทนที่ด้วยยุคที่วัดกันด้วย “ประสิทธิภาพต่อร้าน”

ปี 2026 จึงอาจถูกจดจำว่าเป็นปีแห่งการคัดกรอง แบรนด์ที่ปรับตัวเร็วและกล้าตัดสินใจจะอยู่ต่อ ส่วนร้านที่แบกต้นทุนสูงแต่สร้างกำไรไม่ได้ ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง…

]]>
1560097
เบนเข็มไปออนไลน์! Disney ทยอยปิด “ร้านขายของเล่น” 20% ของสาขาทั้งหมด https://positioningmag.com/1322000 Thu, 04 Mar 2021 13:14:28 +0000 https://positioningmag.com/?p=1322000 Disney เตรียมปิด “ร้านขายของเล่น” Disney Stores สัดส่วน 20% ของสาขาทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ หันไปเน้นการขายออนไลน์ทดแทนตามนโยบายบริษัท โดยจะเริ่มจากทวีปอเมริกาเหนือจำนวน 60 สาขาก่อนทยอยปิดในทวีปอื่นต่อไป

Disney ประกาศเมื่อวันพุธที่ 3 มีนาคม 2021 ว่าบริษัทจะทยอยปิดสาขาของ Disney Stores สัดส่วน 20% ของทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับไปมุ่งเน้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก

ดังนั้น สาขาอย่างน้อย 60 สาขาในทวีปอเมริกาเหนือจะปิดตัวลง ก่อนที่จะบริษัทจะทยอยปิดสาขาในทวีปอื่นต่อไป โดยทั่วโลกมี Disney Stores ทั้งหมดประมาณ 300 สาขา

พฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังปรับไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์นั้นถูกเร่งความเร็วขึ้นจากโรคระบาด ข้อมูลจาก IBM ระบุว่า
ความเร็วของการปรับไปสู่การช้อปออนไลน์ภายในปีที่ผ่านมา ถูกเร่งจนเหมือนกับก้าวกระโดดไปสู่อีก 5 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว โดยเมื่อปี 2020 อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซโตก้าวกระโดด 32.4% ในปีเดียว มีมูลค่าไปแตะ 7.92 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และตัวเลขนี้จะยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ

ความเคลื่อนไหวของ Disney จึงสอดคล้องกับเทรนด์โลก ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยว่าการปิดสาขาจะส่งผลกระทบด้านการเงินอย่างไรบ้าง รวมถึงจำนวนพนักงานที่จะถูกเลย์ออฟก็ไม่ได้เปิดเผย แต่จะมีการปลดพนักงานสอดคล้องกับจำนวนสาขาที่ถูกปิด

อย่างไรก็ตาม จำนวนสาขา Disney Stores ดังกล่าวไม่ได้รวมร้านค้าที่อยู่ในสวนสนุก Disney และบูธขายสินค้า
ภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งมีกว่า 600 จุดทั่วโลก กลุ่มร้านขายสินค้าออฟไลน์ลักษณะนี้จะไม่มีผลกระทบจากนโยบายมุ่งอีคอมเมิร์ซของบริษัท

นอกจากนี้ หน้าร้านบางประเภทอาจจะยิ่งเติบโตขึ้นด้วย เช่น การตั้ง Disney Stores ขนาดเล็กไว้ในดิสเคานต์สโตร์ Target เพิ่มขึ้นจาก 25 สาขาเมื่อปี 2019 เป็น 50 สาขาในปัจจุบัน

เพื่อให้สอดคล้องกับการลดสาขาออฟไลน์ บริษัทจะพัฒนาเว็บไซต์ ShopDisney ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีสินค้าที่หลากหลายขึ้น ไม่เฉพาะของเล่นแต่ยังมีคอลเลกชันเสื้อผ้าผู้ใหญ่ เสื้อผ้าแบบสตรีทแวร์ สินค้าพรีเมียมตกแต่งบ้าน และกลุ่มของสะสมด้วย ซึ่งจะทำให้ร้านค้า Disney บนโลกออนไลน์เจาะกลุ่มได้กว้างขึ้นในเชิงอายุผู้ซื้อ

Source

]]>
1322000
Louis Vuitton เตรียมปิดสาขาใหญ่ในฮ่องกงหลังเจอพิษประท้วง เเบกค่าเช่าเเพงลิ่ว https://positioningmag.com/1259388 Sun, 05 Jan 2020 06:29:57 +0000 https://positioningmag.com/?p=1259388 เเบรนด์หรูชั้นนำที่มีอายุมากกว่าศตวรรษอย่าง Louis Vuitton เตรียมปิดสาขาใหญ่ในฮ่องกงหลังเผชิญการประท้วงหนักจนยอดขายร่วง เเละต้องเเบกรับค่าเช่ารายเดือนกว่า 642,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 19.3 ล้านบาท)

Louis Vuitton ภายใต้การบริหารของ LVMH Moet Hennessy มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส เเละเป็นเจ้าของเเบรนด์หรูมากมาย อาทิ Christian Dior, Hermès เเละ Tiffany & Co. เป็นต้น

ก่อนการประท้วงใหญ่ในฮ่องกง Louis Vuitton ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยกระเเสการนิยมซื้อของหรูจากกลุ่มคนมั่งคั่งรุ่นใหม่ในเอเชีย จึงขยายเปิดถึง 8 สาขาเเละมีสาขาใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้า Times Square มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่บนหนึ่งในถนนสายหลักที่มีค่าเช่าเเพงที่สุดในโลก

ล่าสุดตามรายงานของ South China Morning Post ระบุว่า Louis Vuitton ตัดสินใจที่จะปิดสาขานี้ลง หลังจาก Wharf Real Estate Investment Corporation บริษัทเจ้าของห้าง Times Square ปฏิเสธคำขอในการ “ลดค่าเช่า” หลังมีการยื่นเจรจาไปก่อนหน้านี้

“เนื่องจาก Times Square ได้ลงนามในข้อตกลงในการรักษาความลับกับผู้เช่าทั้งหมดจึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการเช่าหรือการจัดการได้”

การปิดตัวของ Louis Vuitton ในฮ่องกงเเห่งนี้ เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงอย่างมาก หลังมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนยาวนานต่อเนื่อง เเละการประท้วงดังกล่าวมักเกิดขึ้นในศูนย์การค้าหลายเเห่งในใจกลางเมือง

อีกหนึ่งเเบรนด์หรูรายใหญ่อย่าง Prada ก็วางแผนที่จะปิดสาขาที่พลาซ่า 2000 เช่นกัน เมื่อสัญญาเช่า 9 ล้านเหรียญฮ่องกง (1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ) สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน ปี 2020 นี้

นับเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของฮ่องกง ชาวเมืองหลายล้านคนพากันเดินขบวนไปตามถนน เเละมีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่บ่อยครั้ง

ทางการฮ่องกงเปิดเผยตัวเลขค้าปลีกล่าสุดว่า เดือนพฤศจิกายนตัวเลขลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และลดลง 23.6 % จากเดือนเดียวกันปีก่อน

ขณะที่สินค้าหรูอย่างเครื่องประดับ นาฬิกา และของขวัญราคาแพงลดลงมากที่สุดถึง 46 % ด้านการท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายน มีผู้คนมาเยือนฮ่องกงเพียง 2.65 ล้านคน ลดลงถึง 56% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเป็นลูกค้าผู้ซื้อแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดก็หลีกเลี่ยงการมาเยือนฮ่องกง

ก่อนการประท้วงนี้เเบรนด์ Louis Vuitton เคยวางเเผนว่าจะเปิดตัวสาขาใหม่แห่งที่ 9 ภายในสนามบินนานาชาติฮ่องกงในปี 2021 จากความสำเร็จในสาขาในห้าง Times Square ที่มียอดขายต่อเดือนกว่า 25 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เเต่กลายเป็นว่าตอนนี้ต้องระงับแผนดังกล่าวเอาไว้ก่อนเเละเตรียมที่จะปิดสาขาที่เคยทำเงินมหาศาลด้วย 

 

Source

 

]]>
1259388