Disneyland – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 27 Nov 2020 01:29:35 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “ดิสนีย์แลนด์” เตรียมปลดพนักงาน 32,000 คนอีกระลอก ภายในครึ่งปีแรก 2021 https://positioningmag.com/1307896 Thu, 26 Nov 2020 14:43:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1307896 ภายในครึ่งปีแรกของปี 2021 สวนสนุกดิสนีย์แลนด์มีแผนที่จะปลดพนักงานออกจำนวนสูงสุด 32,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในสวนสนุก หลังบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโรค COVID-19 ระบาด

รอยเตอร์รายงานว่า ปีนี้ตลอดทั้งปีถือเป็นปีที่เลวร้ายสำหรับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เลยทีเดียว

สำหรับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้นยังคงปิดต่อไป ตัวเลขจากวันพุธที่ 25 พ.ย. อ้างอิงจาก CNBC พบว่าในรัฐออเรนจ์ เคาน์ตี (Orange County) ที่สวนสนุก 2 แห่งของดิสนีย์แลนด์ตั้งอยู่ เห็นตัวเลขเคส COVID-19 ที่ 20.2 เคส/ประชากร 100,000 คน

ทั้งนี้ในการยื่นต่อคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ SEC เมื่อวานนี้ บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ โค (Walt Disney Co) เปิดเผยว่า จะทำการเลิกจ้างพนักงานสูงสุดถึง 32,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในส่วนสวนสนุกภายในครึ่งแรกของปีงบดุลปี 2021 จากสาเหตุที่วิกฤตการระบาด COVID-19 ยังคงทำร้ายอุตสาหกรรมสวนสนุกต่อไป

ถือเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ได้เคยประกาศจะเลิกจ้างไว้ 28,000 คน เมื่อกันยายน

(Photo by Yifan Ding/Getty Images)

CNBC รายงานเพิ่มเติมว่า ภายในวันที่ 3 ต.ค. ดิสนีย์แลนด์มีพนักงานราว 37,000 คน ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสั่งปลดออก ถูกประกาศพักงานแบบไม่จ่ายเงินเดือน

ในขณะเดียวกันพบว่าดิสนีย์เวิลด์ซึ่งเป็นสวนสนุกอีกแห่งซึ่งตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา ได้มีการประกาศเลิกจ้างเช่นกัน อ้างอิงจากสื่อเบย์นิวส์ 9 พบว่า ในส่วนของพนักงานที่ออร์แลนโด รัฐฟลอริดาได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างไม่ต่ำกว่า 15,000 คน เกิดขึ้นกับส่วนพนักงานที่แสดงสตรีทโชว์ และส่วนการแสดงอื่นๆ ดิสนีย์เวิลด์ปิดไปเมื่อกลางเดือนมีนาคม

และถึงแม้จะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม พบว่าในส่วนการแสดงโชว์ยังคงไม่เปิดแสดง โดยหนึ่งในอดีตพนักงานของดิสนีย์เวิลด์ได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านทางยูทูบว่า ถูกบอกเลิกจ้างผ่านทางอีเมลอย่างกะทันหันและเธอรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์มีพนักงานทั้งหมด 203,000 คน โดยพนักงานทั่วโลกนั้นประกอบไปด้วยพนักงานประจำราว 80% และอีก 20% เป็นพนักงานชั่วคราว และจากจำนวนทั้งหมดมีพนักงานราว 155,000 คน ทำงานอยู่ในส่วนของสวนสนุก และรวมไปถึงฝ่ายการผลิต และอื่นๆ

ทั้งนี้ในเดือนที่ผ่านมา สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในกรุงปารีสต้องกลับมาปิดตัวอีกครั้งในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจากฝรั่งเศสสั่งใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ แต่สวนสนุกดิสนีย์ในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และกรุงโตเกียว ยังคงสามารถเปิดอยู่ต่อไป

Source

]]>
1307896
หุ้น ‘ดิสนีย์’ พุ่ง 12% หลังข่าว ‘วัคซีน’ ช่วยสร้างความหวังให้ธุรกิจ ‘ดิสนีย์แลนด์’ https://positioningmag.com/1305308 Tue, 10 Nov 2020 09:13:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1305308 ที่ผ่านมานักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายเดือนในการรวบรวมหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการล็อกดาวน์ เช่น Zoom Video และ Peloton แต่หลังจากบริษัท Pfizer และ BioNTech ได้ประกาศว่าวัคซีนของเขามีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกัน COVID-19 ส่งผลให้นักลงทุนดูแห่กันไปหาบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง

หนึ่งในนั้นก็คือ ‘ดิสนีย์’ (Disney) ที่มีธุรกิจเด่นอย่าง ‘ดิสนีย์แลนด์’ (DisneyLand) โดยหุ้นของดิสนีย์ปิดตัวขึ้นเกือบ 12% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากผู้ผลิตยา Pfizer และ BioNTech รายงานผลบวกจากการทดลองวัคซีน COVID-19 ทำให้นักลงทุนแห่กลับไปที่หุ้นของธุรกิจที่มีการเดินทางจำนวนมาก

ที่ผ่านมา ดิสนีย์ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจสวนสนุกและสตูดิโอภาพยนตร์ รวมถึงละครเวทีต่าง ๆ ส่งผลให้บริษัทต้องเลิกจ้างพนักงานในส่วนของดิสนีย์แลนด์และส่วนของธุรกิจอุปโภคบริโคถึง 28,000 คน เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

โดยบริษัทกล่าวในรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของปีงบประมาณว่ามีรายได้แตะ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายได้ในกลุ่มสวนสาธารณะ, ประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการล่องเรือรีสอร์ตและการขายสินค้าลดลง 85% ทำรายได้ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาสดังกล่าว ส่วนรายได้ของสตูดิโอภาพยนตร์และละครเวทีของบริษัทลดลง 55% ในไตรมาสนี้เป็น 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Source

]]>
1305308
‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ เตรียมเปิดรอบ 2 หลังผู้ป่วย COVID-19 เหลือ 42 ราย https://positioningmag.com/1298360 Wed, 23 Sep 2020 07:50:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1298360 เคยเปิดมาแล้วรอบหนึ่งสำหรับ ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ แต่ก็ต้องปิดตัวไป เพราะการระบาดของ COVID-19 กลับมาระลอกสอง และในที่สุดหลังจากต้องปิดตัวไปอีก 2 เดือน ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ก็ได้รับอนุญาตให้เปิดอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 25 กันยายนนี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฮ่องกงได้ผ่อนคลายข้อจำกัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 หลังจากทดสอบผู้คนเกือบ 2 ล้านคนและพบผู้ป่วยเพียง 42 รายเท่านั้น ส่งผลให้ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กลับมาเปิดอีกครั้ง หลังจากต้องปิดตัวไปถึง 2 เดือน แต่ผู้เข้าใช้บริการจะต้องสวมหน้ากาก รวมถึงการแสดงสดในร่มจะถูกยกเลิกทั้งหมด และสวนสาธารณะก็จะปิดทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดีด้วย

สำหรับการเปิดให้บริการอีกครั้งของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของดิสนีย์ในการที่จะเปิดดิสนีย์แลนด์สาขาอื่น ๆ สำหรับการจะเปิดสาขาในสหรัฐอเมริกาอาจจะยังเป็นเรื่องยาก โดยที่ผ่านมา ดิสนีย์เวิลด์ ฟลอริดา อนุญาตให้เปิดสวนสนุกอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม แต่ดิสนีย์แลนด์ 2 แห่งในแคลิฟอร์เนียยังไม่สามารถเปิดได้ โดยปัจจุบัน ดิสนีย์แลนด์ในแคลิฟอร์เนียทั้ง 2 เเห่งนั้นปิดให้บริการมานานกว่า 6 เดือนไปแล้ว

สวนสนุกของดิสนีย์ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับดิสนีย์ เพราะคิดเป็นสัดส่วนถึง 37% ของรายได้รวม 69,600 ล้านดอลลาร์ของบริษัท ซึ่งการปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากของดิสนีย์ เพราะไม่ใช่เเค่รายได้ที่หายไป เเต่ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของดิสนีย์ลดลง 12% ตั้งแต่ต้นปี แม้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาหุ้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ก็ตาม นอกจากนี้การปิดตัวของสวนสนุกยังผลกระทบกับคนในพื้นที่กว่า 80,000 คน ที่ต้องสูญเสียงานและรายได้ที่เกิดจากดีสนีย์แลนด์

“ยิ่งเรารอนานเท่าไหร่ผลกระทบที่ร้ายแรงก็จะยิ่งเกิดขึ้นกับรายได้ โดยเฉพาะในชุมชนย่านออเรนจ์เคาน์ตี้ และอนาไฮม์ ที่เป็นเมืองที่ตั้งของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ดังนั้น มากกว่าความพร้อมของเราก็คือ มันถึงเวลาแล้ว” Josh D’Amaro หัวหน้าผู้ดูแลสวนสนุก กล่าว

Source

]]>
1298360
Disney ยื้อไม่ไหว! ยอดตัดใจปล่อย ‘มู่หลาน’ ลงสตรีมมิ่ง หลังรายได้ลด 42% https://positioningmag.com/1291378 Thu, 06 Aug 2020 10:26:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1291378 เรียกได้ว่าหักปากกานักเคราะห์เลยทีเดียว หลังจากที่ ‘ดิสนีย์’ (Disney) ประกาศที่จะนำ ‘มู่หลาน’ (Mulan) ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ที่ลงทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลง ‘สตรีมมิ่ง’ ในประเทศที่ให้บริการ ‘ดิสนีย์ พลัส’ (Disney +) ส่วนประเทศที่ไม่มีก็จะได้ฉายปกติ อย่างประเทศไทยก็เคาะแล้วว่าวันที่ 4 กันยายนนี้แน่นอน ว่าแต่ทำไมดิสนีย์ถึงได้ยอมที่จะฉายมู่หลานในสตรีมมิ่ง ไปหาคำตอบกัน

ตลาดออฟไลน์ฉุดรายได้ ความหวังเดียวคือ ออนไลน์

ดิสนีย์ต้องเจ็บหนักจากวิกฤติ COVID-19 แค่เฉพาะช่วงไตรมาส 3 ที่สิ้นสุดเมื่อเดือน 27 มิถุนายน ดิสนีย์สูญเงินถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการปิดตัวของสวนสนุก Disneyland ซึ่งรายได้ส่วนนี้ลดลงถึง 85% อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการเลื่อนฉายภาพยนตร์อีก ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 42% อยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบเป็นรายปี

แม้ในส่วนของรายได้ออฟไลน์จะเจ็บหนัก แต่ในส่วนของ ‘สตรีมมิ่ง’ กลับไปได้สวย โดยหลังจากที่เดือนพฤศจิกายน 2562 ได้เปิดตัวบริการสตรีมมิ่งดิสนีย์ พลัสในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นขยายไปสู่ตลาดอื่น ๆ รวมถึงสหราชอาณาจักร จนปัจจุบันสามารถโดกยผู้ใช้ได้ถึงกว่า 60.5 ล้านบัญชี และเมื่อรวมผู้ใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทั้งหมด อาทิ ESPN +, Hulu และ Hotstar ในอินเดีย ส่งผลให้มีผู้ใช้กว่า 100 ล้านรายทั่วโลก และล่าสุด ดิสนีย์ได้เล็งเพิ่มบริการใหม่ ‘สตาร์’ (Star) แพลตฟอร์มที่คล้ายกับ Hulu แต่จะเน้นเจาะตลาดนอกสหรัฐฯ

ลงมู่หลานในสตรีมแต่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 900 บาท

สำหรับมู่หลานที่ Bob Chapek ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่าขณะนี้ Disney มีแผนที่จะปล่อยลงใน Disney + นั้นไม่ได้ปล่อยให้ดูฟรี ๆ แต่จะเป็นการเข้าถึงแบบ ‘Premier Access’ ราคา 30 เหรียญสหรัฐ หรือราว 900 บาท ภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ที่ไม่มีบริการ Disney + จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ปกติในเดือนเดียวกัน ทั้งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นเพราะความไม่แน่นอนว่าเครือโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดอีกครั้งได้เมื่อใด

ทั้งนี้ Paolo Pescatore นักวิเคราะห์จาก PP Foresight กล่าวว่า จำนวนสมาชิกสตรีมมิ่งของดิสนีย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้นน่าประทับใจ แต่ถ้าจะแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Netflix หรือ Amazon Prime ก็ต้องเพิ่มรายการและเนื้อหาใหม่ ๆ

“จะต้องดำเนินการส่งเสริมบริการวิดีโอสตรีมมิ่งที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลักษณะการแข่งขันของตลาดนี้มีบริการมากเกินไปที่จะไล่ตามเงินดอลลาร์ที่น้อยเกินไป” เขากล่าว

สตรีมมิ่งเป็นโฉมงามหรืออสูรกันแน่?

เพราะแม้ว่าบริการสตรีมมิ่งจะมีผู้สมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจสตรีมมิ่งของดิสนีย์ยังไม่สามารถสร้างผลกำไร โดย Nicholas Hyett นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ Hargreaves Lansdown กล่าว ส่วนหนึ่งของธุรกิจขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นต้นทุนดังกล่าวดูจะเป็น อสูร มากกว่า โฉมงาม

“เป็นเรื่องที่ดีที่ Disney + และเเพลตฟอร์มทั้ง 3 มีการเติบโตที่ดี แต่ความจริงคือ รายได้จากสตรีมมิ่งยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนได้”

Source

]]>
1291378
‘Disneyland’ แคลิฟอร์เนียเตรียมเปิดอีกครั้ง แม้สถานการณ์ Covid-19 ยัง ‘ไม่ดีขึ้น’ ก็ตาม https://positioningmag.com/1283243 Fri, 12 Jun 2020 05:57:03 +0000 https://positioningmag.com/?p=1283243 ถึงแม้ว่าการระบาดของ Covid-19 ในสหรัฐฯ ยังคงรุนแรง มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 2 ล้านราย แต่ Disneyland และ Disney California Adventure สวนสนุกที่เป็นธีมหลักของดิสนีย์ในแคลิฟอร์เนีย ก็เตรียมกลับเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากต้องปิดยาวไปนานหลายเดือน

(photo: Disney World)

Disneyland และ Disney California Adventure วางแผนที่จะเปิดให้บริการใหม่อีกครั้งในวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 65 ของดิสนีย์แลนด์ ส่วนโรงแรมและสปาของแคลิฟอร์เนียแกรนด์แคลิฟอร์เนีย และโรงแรมพาราไดซ์เพียร์ของดิสนีย์ ซึ่งโรงแรมทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ทดิสนีย์แลนด์ วางแผนที่จะเปิดอีกครั้งในวันที่ 23 กรกฎาคม ด้านย่านดาวน์ทาวน์ดิสนีย์ซึ่งรวมถึงร้านค้าและร้านอาหารจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคม

ส่วน Walt Disney World ในออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ที่เป็นสวนสนุกที่ ‘ใหญ่ที่สุดในโลก’ จะเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนหน้าเช่นกัน โดยยังไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นอีกที อย่างไรก็ตาม Robert Niles บรรณาธิการของ ThemeParkInsider.com มองว่า การเปิดใหม่ของ Disneyland น่าจะง่ายกว่า Disney World เพราะสวนสาธารณะในแคลิฟอร์เนียนั้น ไม่ต้องพึ่งพาการเดินทางระหว่างประเทศ

“ดิสนีย์แลนด์น่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า Walt Disney World ในฟลอริดา ปัญหาคือ ดิสนีย์แลนด์พร้อมที่จะรับมือกับเรื่องนี้หรือไม่ เพราะการรักษาระยะห่างทางสังคมเป็นเรื่องยากสำหรับดิสนีย์ในแคลิฟอร์เนีย ดังนั้น มันต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์มากมายที่ดิสนีย์ได้เรียนรู้จากการเปิด Disneyland ในเซี่ยงไฮ้และออร์แลนโด”

(Photo by Yifan Ding/Getty Images)

Bob Chapek ซีอีโอของ Disney กล่าวกับทาง CNN Business ว่า เขาเชื่อว่ามันปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะเดินทางมา Disneyland แม้ว่าการระบาดจะยังคงมีอยู่ โดย Disneyland จะมีมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุง นักท่องเที่ยวจะถูกจำกัดปริมาณอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐบาลและส่งเสริมมาตรการ Social Distancing

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการหลายอย่างเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ Covid-19 อาทิ พนักงานและแขกจะต้องผ้าปิดปากหรือสวมผ้าคลุมใบหน้าและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสวนสาธารณะ นอกจากนี้ยังจะระงับขบวนพาเหรดดอกไม้ไฟและกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีการรวมตัวกันของฝูงชน

“เราได้ทำทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ ภายใต้การให้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งชาติ รวมถึงแพทย์ เพื่อที่จะสร้างสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานใหม่ ภายใต้นโยบายใหม่ในการฝึกอบรมใหม่มาตรฐานใหม่ด้านสุขอนามัย”

Bob Chapek CEO DIsney

ที่ผ่านมา Disneyland ทั้ง 12 แห่งทั่วโลกต้องปิดตัวลง เนื่องจากการระบาดของ Covid-19 แต่ทั้งหมดต่างถูกปิดและเปิดในวันที่แตกต่างกัน อย่าง Disneyland Shanghai ได้เปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคมหลังจากปิดตัวลงตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ขณะที่ Disneyland มีความสำคัญต่อผลการดำเนินงานของดิสนีย์อย่างมาก โดยหลังจากที่ต้องปิด Disneyland ทั้ง 12 แห่ง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มในไตรมาสที่แล้วลดลง -58% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยสามารถทำกำไรเพียง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Source

]]>
1283243
มองอนาคตต่อไปของ ‘ดิสนีย์’ หลัง ‘ทรัพย์สิน’ กลายเป็น ‘หนี้สิน’ เพราะ ‘COVID-19’ https://positioningmag.com/1277233 Thu, 07 May 2020 08:34:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1277233 ดูเหมือนว่าไม่มีบริษัทสื่อใดที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ social distancing มากไปกว่า ดิสนีย์ (Disney) อีกแล้ว เพราะสวนสนุกที่คับคั่งไปด้วยผู้คน โรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยแฟน ๆ Marvel, Star Wars และบรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ที่โด่งดัง โรงแรมที่คึกคัก เรือสำราญและร้านค้าปลีก แหล่งทำเงินทั้งหมดของดิสนีย์ที่กล่าวมาทั้งหมดต้องปิดลงเพราะผลกระทบจาก COVID-19

(photo: Disney World)

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ดิสนีย์ได้สร้างอาณาจักรที่แผ่ขยายออกไปและกลายเป็นศูนย์กลางที่มีผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ ขณะที่ปี 2019 ถือเป็นหนึ่งปีที่ดีที่สุดของดิสนีย์ ทั้งการประสบความสำเร็จของภาพยนตร์ ‘Avengers: Endgame’ การเปิดตัวโซน ‘Star Wars’ ใหม่ในสวนสนุก แต่จากการระบาดใหญ่ในปี 2020 ทำให้ดิสนีย์ต้องสะดุด ผู้บริหารระดับสูงอย่าง Bob Iger ประธานกรรมการ และ Bob Chapek CEO คนใหม่ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและสุขภาพ แต่ในขณะที่พวกเขาจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ทันทีคำถามระยะยาวสะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ของดิสนีย์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนี้สินอย่างกะทันหันเนื่องจากไวรัสไปเสียแล้ว

อ่าน >>> สู้ไม่ไหว! Disney World เตรียม “พักงาน” พนักงาน 43,000 คน หลังต้องปิดยาวไม่มีกำหนด

เพราะโรคระบาดได้ส่งผลกับดิสนีย์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนสนุกและรีสอร์ตที่ปิดตัวไปทั่วโลก, ภาพยนตร์ที่สำคัญอย่าง ‘มู่หลาน’ และ ‘Black Widow’ ก็เลื่อนฉาย ขณะที่ช่องกีฬาอย่าง ‘ESPN’ หนึ่งในเครือข่ายสื่อที่ใหญ่ที่ดิสนีย์ถือหุ้นถึง 80% ก็กำลังดิ้นรนเพื่อเติมเต็มเวลาออกอากาศเนื่องจากกีฬาไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่ดิสนีย์เองมีพนักงานหลายพันคน ส่งผลให้ Standard & Poors ไปปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท ซึ่งทำให้หุ้นลดลง 27%

โดยผลประกอบการในไตรมาสสองของปี ดิสนีย์ทำรายได้ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 21% แต่กำไรเลดลง -91% เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อแยกเป็นรายธุรกิจ จะเห็นว่ากำไรลดลงในหลายส่วน ได้แก่

  • ธุรกิจสวนสนุกและการขายสินค้ามีรายได้ลดลง -10% กำไรลดลง -58%
  • ธุรกิจเครือข่ายมีเดีย เช่น Disney Chanel, ESPN รายได้เติบโต 28% กำไรเติบโต 7%
  • ธุรกิจสตูดิโอภาพยนตร์เติบโต 18% กำไรลดลง -8%
  • ส่วนธุรกิจสตรีมมิ่งและเครือข่ายโทรทัศน์ในต่างประเทศ เช่น Disney +, ESPN+ เติบโต +260% แต่ขาดทุนจากต้นทุนการทำงาน 111%

“สิ่งที่ทุกคนกังวลคือเราไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับมาเป็นปกติ เรายังไม่รู้ด้วยว่าพฤติกรรมจะเปลี่ยนไปในอนาคตหรือไม่ คนจะลังเลที่จะไปสวนสาธารณะหรือไม่ ผู้คนจะต้องการนั่งในโรงภาพยนตร์ถัดจากคนแปลกหน้าเพราะกลัวว่าจะติดไวรัสหรือไม่? นั่นคือสิ่งที่ตลาดโต้เถียง และด้วยธุรกิจที่ไม่สามารถดำเนินงานได้ ดิสนีย์กำลังจะพังทลายลงในปี 2563 จากกระแสเงินสดและผลกำไรที่หายไป” Michael Nathanson นักวิเคราะห์สื่อและหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งที่ MoffettNathanson กล่าว

(Photo by Carl Court/Getty Images)

ในขณะที่ปี 2020 ดูเหมือนว่าจะเป็นหายนะสำหรับดิสนีย์ แต่ยังพอมี แสงสว่าง เพราะอย่างไรก็ตาม ดิสนีย์ยังคงเป็นดิสนีย์ ยังเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รักและมีแฟรนไชส์มากมายที่คู่แข่งหลายรายในอุตสาหกรรมยังต้องอิจฉา Matthew Ball อดีตผู้บริหารสตูดิโอ Amazon (AMZN) กล่าวว่า “บริษัทส่วนใหญ่ไม่มีทรัพย์สินทางปัญญา แต่ไม่ใช่ดิสนีย์ อีกทั้งดิสนีย์มักค้นหาวิธีสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในรูปแบบใหม่และผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำให้ไม่มีใครเบื่อดิสนีย์ และก่อนหน้า COVID-19 ดิสนีย์ก็เป็นที่รักของผู้คน”

Suzanne Scott ผู้ช่วยศาสตราจารย์ของ Moody College of Communication แห่ง University of Texas ได้กล่าวว่า “แฟนของ Disney มีความภักดีต่อแบรนด์อย่างไม่น่าเชื่อ และวิกฤตินี้ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรไป ผู้คนจะอยากสัมผัสกับกิจกรรมและประสบการณ์เมื่อปลอดภัยที่จะรวมตัวกันอีกครั้ง”

คอนเทนต์อันหลากหลายของ Disney

ด้าน Robert Niles บรรณาธิการของ ThemeParkInsider.com เชื่อว่าสวนสนุกและรีสอร์ตของดิสนีย์จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแง่ของการเปิดใหม่ เพราะจากนี้ดิสนีย์ต้องวาง Position ตัวเองใหม่ ไม่ใช่แค่บริษัทบันเทิงหรือจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุด แต่ต้องเป็น แบรนด์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีและงบหลายพันล้านเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น

“แฟน ๆ ของดิสนีย์หลายล้านคนกำลังนั่งอยู่ที่บ้านในขณะนี้ดู Disney + สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดิสนีย์ อ่านหนังสือของดิสนีย์ และฟังเพลงของดิสนีย์ แม้ว่าผู้คนจะต้องอยู่ห่างจากโรงละครและสวนสนุก แต่พวกเขาก็ไม่เคยห่างจากดิสนีย์ “

นอกจากนี้ ช่องทางวิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ ยังคงเติบโต โดยในเวลาเพียง 5 เดือนบริการ กลับมีสมาชิกที่ชำระเงินแล้วถึง 50 ล้านรายทั่วโลก จากที่เคยคาดว่าต้องใช้เวลาถึง 4 ปี แม้แต่ Reed Hastings ซีอีโอของ Netflix ก็กล่าวชื่นชมการเปิดตัว Disney +

Trip Miller นักลงทุนและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Disney ที่ Hedge Fund พันธมิตร Gullane Capital เชื่อว่า Disney + มีความสำคัญต่อบริษัทในตอนนี้ และนั่นไม่ใช่เพียงเพราะเป็นอนาคตใหม่ของดิสนีย์ แต่เชื่อว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งช่วยให้บริษัทอยู่ในความคิดและห้องนั่งเล่นของผู้บริโภค

“COVID-19 กระทบเกือบทุกองค์ประกอบของดิสนีย์ ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือบริการสตรีมมิ่งของ Hulu และ Disney + แต่ทั้ง 2 ส่วนยังไม่สามารถทำกำไรได้”

ด้วยคุณสมบัติด้านสินทรัพย์ทางปัญญาและความภักดีของผู้บริโภค น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดิสนีย์สามารถฟื้นตัวได้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการกู้คืนความเสียหายทางการเงิน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ตอนนี้ดิสนีย์กำลังมุ่งหน้าไปสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก ซึ่งเวทย์มนต์ของดิสนีย์ที่มีคงยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ในขณะนี้

Source

]]>
1277233
สวนสนุก “เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์” กลับมาเปิดให้บริการบางส่วน 11 พ.ค. จำกัดนักท่องเที่ยว 30% https://positioningmag.com/1277055 Wed, 06 May 2020 10:35:48 +0000 https://positioningmag.com/?p=1277055 สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีน จะเริ่มเปิดให้บริการบางส่วนในสัปดาห์หน้า ขณะที่ดิสนีย์รายงานผลประกอบการลดฮวบจากการปิดธีมพาร์คทั่วโลกเพื่อสกัดการระบาดของไวรัส COVID-19

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ซึ่งเป็นธีมพาร์คขนาดใหญ่ที่สุดของดิสนีย์ในต่างประเทศ จะเริ่มเปิดให้บริการภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในวันที่ 11 ..

สวนสนุกแห่งนี้ถูกปิดไปนานกว่า 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 24 .. และเป็นธีมพาร์คแห่งแรกของดิสนีย์ที่ถูกสั่งปิดจากผลกระทบของโรคระบาดใหญ่ COVID-19

สวนสนุกดิสนีย์ทั้ง 12 แห่งในภูมิภาคอเมริกาเหนือ, เอเชีย และยุโรปถูกปิดมานานกว่า 1 เดือน และการเปิดตัวอีกครั้งในสัปดาห์หน้าจะทำให้เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์กลายเป็นธีมพาร์คแห่งแรกของบริษัทที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวนับตั้งแต่วันที่ 15 มี.. เป็นต้นมา

(Photo by Carl Court/Getty Images)

เราทราบดีว่าแขกของเราต่างรอคอยที่จะได้กลับมาเยือนเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ และพนักงานของเราก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับพวกเขาอีกครั้งบ็อบ ชาเพ็ก ซีอีโอของ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ คอมพะนี ระบุในถ้อยแถลง

หลังจากที่เราเปิดให้บริการภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่เข้มงวด แขกทุกคนที่มาเยือนจะพบว่าเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ยังคงเป็นสถานที่ที่วิเศษและน่าจดจำเหมือนเคย

ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้ขอให้ดิสนีย์จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ที่ราวๆ 30% ของที่รับได้ หรือประมาณ 24,000 คน แต่ ชาเพ็ก ยืนยันว่าดิสนีย์จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่ำกว่านั้นมากในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก และกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุม เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม, การขอให้นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัย และการตรวจวัดไข้ เป็นต้น

นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้า และสามารถใช้ได้ในวันที่ระบุเท่านั้น ส่วนผู้ที่ถือบัตรสมาชิกรายปี (Annual Pass) จะต้องทำการจองเวลาก่อนดิสนีย์ แถลง

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากกว่า 11 ล้านคนในปี 2018 ตามการประเมินของบริษัท AECOM

ดิสนีย์มีรายได้จากจากธีมพาร์คและการจำหน่ายสินค้าต่างๆ มากกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณ 2019 หรือคิดเป็นราวๆ 37% ของรายได้ทั้งหมด แต่จากรายงานผลประกอบการล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พบว่า โรคระบาด COVID-19 ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ลดลงถึง 58% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Source

]]>
1277055
Disneyland ประเมิน “ไวรัสระบาด” ทำสวนสนุกเสียหาย 5 พันล้านบาท https://positioningmag.com/1263545 Thu, 06 Feb 2020 16:18:54 +0000 https://positioningmag.com/?p=1263545 Disney ประกาศตัวเลขประเมินความเสียหายจากวิกฤติไวรัสระบาดครั้งแรก ระบุมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาทำให้สวนสนุกได้รับผลกระทบมูลค่าไม่ต่ำกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายจากการปิดสวนสนุกในเซี่ยงไฮ้ ที่คาดการณ์ไว้เบื้องต้นว่าอาจต้องปิดทำการนาน 2 เดือน

ในตัวเลข 175 ล้านเหรียญสหรัฐที่ Disney ประเมินไว้เฉพาะภาวะการระบาดของไวรัสโคโรนา Disney แบ่งผลกระทบออกเป็น 2 ส่วน คือผลกระทบ 135 ล้านดอลลาร์จาก Shanghai Disney Resort และอีก 40 ล้านดอลลาร์จาก Hong Kong Disneyland ซึ่งจะเห็นอิมแพคชัดกับผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้

การประเมินครั้งนี้ตอกย้ำว่า Disneyland กำลังถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะวิกฤติไวรัสโคโรนาส่งผลมากกว่าพิษประท้วงในฮ่องกงเสียอีก โดยก่อนหน้านี้ Disney เคยเปิดอกว่า Hong Kong Disneyland นั้นมีเงินสะพัดต่ำกว่าปกติอยู่แล้วเนื่องจากการประท้วงในบ้าน แต่ภัยไวรัสโคโรนายิ่งทำให้ Hong Kong Disneyland เป็นแผลฉีกลึกกว่าเดิม

ประเมินปิด 2 เดือน

ในขณะที่ยังไม่มีประกาศแนวทางปิดบริการ Disneyland ชั่วคราวที่ชัดเจน ต้นสังกัดอย่าง Disney จึงประเมินตัวเลขผลกระทบ 175 ล้านดอลลาร์จากกรอบเวลาเบื้องต้นที่คาดการณ์ไว้ ว่าหากสวนสนุก Disneyland ในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ต้องปิดทำการชั่วคราวนาน 2 เดือน เม็ดเงินมากกว่า 5 พันล้านบาทก็จะหายวับไปกับตา

Christine McCarthy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Disney ให้ความเห็นกับชะตากรรมนี้ว่า การปิดบริการ Disneyland ที่เริ่มขึ้นแล้วนั้นเกิดขึ้นในไตรมาสไฮซีซั่น ซึ่งบริษัทมักจะเห็นรายได้และลูกค้าหนาตาเพราะเป็นช่วงเวลาท่องเที่ยวอย่างวันตรุษจีน ดังนั้นจึงชัดเจนว่า Disneyland จะได้รับผลกระทบแน่นอน แต่มูลค่าผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการปิดทำการ และความรวดเร็วของการแก้ปัญหาที่จะทำให้สถานการณ์กลับสู่สภาพปกติ

ผู้บริหาร Disney ยังกล่าวในการประกาศงบการเงินเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่านอกจากผลกระทบ 135 ล้านดอลลาร์ที่อาจหดหายไปจากผลประกอบการไตรมาส 2 จากสวนสนุกในเซี่ยงไฮ้ และอีก 40 ล้านดอลลาร์จากการปิดสวนสนุกในฮ่องกง บริษัทมองว่า Disneyland ในสหรัฐฯ จะไม่ได้รับผลกระทบ จากการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวเอเชียที่ลดลง แม้นักวิเคราะห์มองเป็นอีกปัจจัยลบของ Disneyland ทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ Disney เคยออกมายอมรับว่าสวนสนุกในฮ่องกงนั้นสร้างรายได้ต่ำกว่าปกติเนื่องจากการประท้วงทางการเมือง ซึ่งหากไม่นับรวมผลกระทบจากไวรัสโคโรนา รายได้จากการดำเนินงานใน Disneyland ฮ่องกงนั้นลดลงมากกว่า 55 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา

รายได้ Disneyland ยังเพิ่ม

ผู้บริหาร Disneyland ย้ำให้นักลงทุนมั่นใจว่า Disneyland ไม่ได้มีแต่นักท่องเที่ยวเอเชีย เพราะ Disneyland ในสหรัฐฯ นั้นได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแคนาดา, เม็กซิโก, ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร ซึ่งแม้ผลงานของ Disneyland ในเอเชียจะลดลง แต่ก็ยังถูกชดเชยด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Disneyland ในประเทศ ส่งให้รายได้จากธุรกิจ Disney’s Parks, Experience และ Products ที่รวมทั้งสวนสนุก ประสบการณ์ และผลิตภัณฑ์ของ Disney เพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในไตรมาส 1 ปี 2020

ปัจจัยบวกที่ยังทำให้ธุรกิจ Disney’s Parks ในสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี คือการเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ Star Wars: Rise of the Resistance ซึ่งเป็นดาวเด่นในโซน Star Wars: Galaxy’s Edge ของ Disney’s Hollywood Studios and Disneyland เครื่องเล่นนี้มีทั้งการนั่งรถไฟเหาะไปในความมืด การเดินชมหุ่น เครื่องเล่นจำลอง motion simulator และอีกหลายลูกเล่นที่ล้อกับธุรกิจภาพยนตร์ที่ลงโรงฉายเมื่อต้นปี ทำให้แฟนคลับ Star Wars ทั่วโลกอยากเดินทางไปร่วมสนุกด้วย

รายรับของธุรกิจ Disney’s Parks, Experience และ Products นั้นเพิ่มขึ้น 8% จากปี 2019 เป็น 7,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายรับจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9% เป็น 2,300 ล้านดอลลาร์

ทั้งหมดนี้ Bob Iger ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Disney ยอมรับว่าเครื่องเล่นใหม่ Rise of the Resistance นั้นท็อปฟอร์มดีมากทั้งแง่การดึงลูกค้าเข้าร่วมสนุก และการใช้จ่ายของลูกค้าที่สูงขึ้น

เรียกว่ารอดได้เพราะ Star Wars.

]]> 1263545