ช้างใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ประการหนึ่งเป็นเพราะนโยบายของ SCG ที่ต้องการ “Go Regional” และได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกอีกทั้งสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลของบริษัทแม่ ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์การเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทกระเบื้องกระดาษไทย ในเครือ SCG จึงใช้เวลาถึง 2 ปีในการรื้อโครงสร้างการผลิตและทุ่มงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในการสร้างสินค้า ”ไฟเบอร์ซีเมนต์” จากเดิมที่ใช้ ”ใยหิน”เปลี่ยนเป็น ”เซลลูโลสและเส้นใยสังเคราะห์” เป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทกระเบื้องกระดาษไทยภายใต้แบรนด์ ”ช้าง” 3 กลุ่ม ได้แก่ หลังคา ฝ้า-ผนัง และสินค้าทดแทนไม้ จะไม่มีส่วนประกอบของใยหินอีกต่อไป

ทั้งนี้ เนื่องจากมีหลักฐานที่พบว่าใยหิน 2 ใน 3 ประเภทเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้สหรัฐฯ ยุโรป และออสเตรเลีย ประกาศยกเลิกการใช้วัสดุดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 40 ปี รวมถึงประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

“ความได้เปรียบข้อหนึ่งของการเป็นเจ้าแรกในตลาด คือ บริษัทสามารถส่งออกสินค้าแก่ ’ตลาดใหม่’ ที่ไม่ใช้ใยหินได้หลายประเทศ ในขณะที่ตลาดเดิมอย่างลาว กัมพูชา พม่า ก็ได้มีการส่งสินค้าใหม่ไปทดแทน แต่ที่สำคัญคือ การรักษาตลาดภายในประเทศ ซึ่งมีการใช้กลุ่มสินค้าไฟเบอร์ซีเมนต์อย่างแพร่หลาย” ธงชัย โสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกล่าว

แต่เดิมกลุ่มเป้าหมายหลักของไฟเบอร์ซีเมนต์ตราช้างคือคนต่างจังหวัด โดยคิดเป็นอัตราส่วน 70:30 การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ทำให้นอกจากจะได้ตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังเกิดตลาดใหม่อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้เพราะคนกลุ่มนี้ค่อนข้างตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ ด้วยการศึกษา การรับรู้ข่าวสารที่รวดเร็วกว่า อีกทั้งประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของสินค้า ทำให้นำมาประกอบหรือตกแต่งบ้านได้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความนิยมในสินค้าทดแทนไม้และสมาร์ทบอร์ด

“เป็นการต่อยอดโดยใช้นวัตกรรมสร้าง Product life cycle ให้อยู่ในช่วง Growth ใหม่ เพราะผลิตภัณฑ์เดิมที่ใช้ใยหินอยู่ในช่วง Mature และ Declining ในฐานะผู้นำตลาดจึงต้องหาสินค้าเพื่อทดแทนสินค้าที่กำลังหดตัว เพื่อเป็นลู่ทางธุรกิจแก่บริษัทในระยะยาว”

แต่การเปลี่ยนแปลงก็นำไปสู่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้น เช่น หลังคา เพิ่มขึ้น 30-40% สมาร์ทบอร์ดเพิ่มขึ้น 10% ราคาขายจึงปรับขึ้นราว 5-10% โดยคาดว่าสามารถจะคืนทุนภายในระยะเวลา 5-6 ปี

แม้ว่าไตรมาสแรกของปีนี้ ตัวเลขการเติบโตของสินค้าทดแทนไม้จะสูงถึง 20% อีกทั้งสมาร์ทบอร์ดก็โต กว่าตลาดคืออยู่ที่15% แต่ผลประกอบการรวมกลับติดลบ 9% สืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดซึ่งเป็นตลาดหลักมีกำลังซื้อลดลง ประกอบกับยกเลิกการผลิตสินค้าหลายตัวที่ล้าสมัย

ร้านค้าในเครืออย่าง ”ซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ต” นับเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหลัก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,000 ล้านบาท (ปี 2459 ยอดขายรวม 7,000 ล้านบาท) ด้วยงบสื่อสารการตลาด 100-120 ล้านบาท เพื่อแนะนำสินค้าใหม่ สร้างการรับรู้และความเข้าใจ โดยเน้นสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งสามารถอธิบายคุณลักษณะของสินค้าได้มากกว่า นอกจากนี้ยังมี TVC นิทรรศการ Display ตามห้างร้าน และงานสัมมนาเพื่อผู้รับเหมาและช่าง

“การมีสินค้าใหม่ในตลาดใหม่ ช่วย ’ลดความเสี่ยง’ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี” ธงชัยกล่าว

Did u know?

เส้นใยสังเคราะห์ คือเส้นใยที่ใช้ทอผ้า ส่วนเซลลูโลส เป็นเส้นใยที่ทำจากไม้สน