เจาะตลาดผ่าน “ไลน์ทีวี” ปั้นคอนเทนต์อย่างไรให้คนพูดถึง

0
797

นอกจากแพลตฟอร์มในกลุ่มของโซเชียลมีเดียที่เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยนิยมเล่นมากที่สุดสำหรับการท่องโลกอินเทอร์เน็ตในยุคนี้แล้ว กลุ่มของวิดีโอแพลตฟอร์มก็เป็นกลุ่มที่นิยมไม่แพ้กัน เพราะพฤติกรรมคนไทยชอบดูคอนเทนต์แบบละคร หรือแบบวิดีโอ ทำให้สถิติการดูเว็บไซต์ยูทิวบ์ของคนไทยติดท็อป 10 อันดับทั่วโลกเลยทีเดียว

ใช่แต่ยูทิวบ์ที่เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึงแล้ว ในยุคนี้ยังมีไลน์ทีวีที่เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มจากทางไลน์ที่กำลังก้าวเข้ามาแย่งความสนใจจากผู้ชมเช่นกัน ได้เปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และได้บุกตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากกระแสซีรีส์ที่เป็นที่พูดถึงกันทั่วเมืองอย่าง Hatelove Series ก็เป็นผลผลิตจากทางไลน์ทีวีนั่นเอง

1_open_line_tv

ภายในงานสัมมนา “NextM Prepare for what is next” จัดโดย Group M ได้พูดถึงการทำคอนเทนต์ผ่านไลน์ทีวีในหัวข้อ เจาะตลาดผ่านมือถือด้วยพรีเมียมคอนเทนต์เสวนาด้วยวิทยากร 4 ท่าน ได้แก่ แดน ศรมณี ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์และการตลาด LINE ประเทศไทย, อาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ กรุ๊ปเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์ ประเทศไทย, ปิยะนุช มีมุข ประธานเจ้าหน้าที่ดิจิตอล เอเยนซี่ มายด์แชร์ และ ธีรวิทย์ ฉายภมร Digital & Emerging Platform Manager – Asia Pacific Region PEPSI

เรียกว่าเป็นมุมมองจากทางด้านไลน์ทีวี ผู้ทำคอนเทนต์ เอเยนซี และแบรนด์มาแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ในการทำคอนเทนต์ผ่านช่องทางนี้ และต้องทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เริ่มต้นจากทางเจ้าบ้านไลน์ทีวีแดน ศรมณีผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์และการตลาด LINE ประเทศไทย ได้พูดถึงภาพรวมของไลน์ทีวีในประเทศไทยว่า ไลน์ทีวี เป็น VDO Exclusive Content ได้เปิดให้บริการเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และได้เป็น Top Service Global ของไลน์ ตอนนี้การเข้าถึงของไลน์ทีวีที่อยู่บนสมาร์ทโฟนคิดเป็น 88% ซึ่งกลุ่มผู้ใช้กลุ่มใหญ่เป็นผู้หญิง 60% และผู้ชาย 40% อยู่ในช่วงอายุ 15-30 ปี 50% อายุ 30-40 ปี 30% อายุน้อยกว่า 15 ปี 10% และอายุมากกว่า 40 ปี 10%

คอนเทนต์ในไลน์ทีวีแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบด้วยกัน 1. Content Premium เป็นคอนเทนต์ที่สรรหามาเฉพาะในไลน์ทีวีเท่านั้น เป็นการซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ 2. Content Exclusive เป็นคอนเทนต์จากทางพาร์ตเนอร์สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ในการออกอากาศรีรันเป็นที่แรก 3. Co-Production เป็นการร่วมลงทุนในการผลิตคอนเทนต์กับผู้สร้างคอนเทนต์ อย่างเช่นค่าย GDH 4. Live Content มีรายการที่ฉายสดที่ไลนทีวี และ 5. คอนเทนต์พวกการ์ตูน มิวสิกวิดีโอ และไฮไลต์กีฬาต่างๆ ในปีนี้มีการเพิ่มคอนเทนต์ในทุกๆ กลุ่มเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด

โดยที่รูปแบบการหารายได้ของไลน์ทีวี มี 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รายได้จากโฆษณา การทำ Branded Content และการไทอินสินค้าภายในละคร

info

หลายคนได้มองว่าการเข้ามาของไลน์ทีวีจะเป็นการเข้ามาแข่งขันโดยตรงกับโทรทัศน์หรือไม่เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ดูโทรทัศน์น้อยลงแดนได้มองว่าไลน์ทีวีเข้ามาเสริมกันกับคอนเทนต์ในทีวีมากกว่าจะเป็นการแข่งขันกันเพียงแต่พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้เป็นแบบออนดีมานด์หรือเลือกดูตามใจชอบยกตัวอย่างละครเรื่องพิษสวาทที่ดังทั้งในจอทีวีและมียอดวิวสูงจากในไลน์ทีวีด้วย

word_icon

ในการฉายคอนเทนต์ใหม่ในแต่ละครั้งมีความกังวลอยู่เหมือนกันว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร แต่จะมีหลักการเลือกคอนเทนต์เพียงแค่ว่าใช่ความเป็นไลน์ทีวีหรือไม่ และใส่คำบรรยายไทยเข้าไป ใช้หลักการที่ว่าต้องรู้ว่าคนดูต้องการอะไร พล็อตเรื่องแต่ละเรื่องออกมาเพื่อตอบโจทย์คนดูเลยว่าต้องการอะไร และตอบโจทย์การสร้างแบรนด์ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้เหมือนกับเลือกอาหารพรีเมียม

word_icon2

คอนเทนต์ต้องจี๊ดจ๊าด

  นอกจากไลน์ทีวีที่เป็นแพลตฟอร์มที่สื่อสารกับผู้บริโภคแล้ว กระบวนการก่อนที่จะมีคอนเทนต์ ต้องมีหน่วยงานที่หาคอนเทนต์อาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ผู้อำนวยการ กรุ๊ปเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์ ประเทศไทย บอกว่า กรุ๊ปเอ็มมีกลุ่ม GME เป็นหน่วยย่อยที่บริหารด้านคอนเทนต์ จะได้พูดคุยกับหลายๆ แพลตฟอร์ม โปรดักชัน และเจ้าของสิทธิ์ต่างๆ ในการจัดวางคอนเทนต์ และได้สรรหาคอนเทนต์ให้กับทางไลน์ทีวีด้วย โดยเป็นคอนเทนต์จากต่างประเทศ

โดยที่วิธีการเลือกคอนเทนต์ที่เป็นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเข้ามาบรรจุในไลน์ทีวี จะต้องมีเอกลักษณ์ มีความสนุก จี๊ดจ๊าด ไม่เคยมีฉายในประเทศไทย ทำให้ผู้ชมคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างรายการ Rupaul’s Drag Race รายการที่มีเนื้อหาประมาณว่าหาผู้ชายมาแต่งตัวเป็นผู้หญิง ออกอากาศในสหรัฐอเมริกาได้ 8 ซีซันแล้ว ส่วนในช่องทางไลน์ทีวีได้ฉาย 2 ตอน มียอดคนดูกว่า 1.5 ล้านวิว

แผนในการหาคอนเทนต์ในปีนี้ อาทิตย์บอกว่ายังคงหาคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมอยู่ กลยุทธ์จะต้องดีกับทั้งคนดูและแบรนด์ ต้องมีเอกลักษณ์ และบอกตัวตนได้ เอเยนซี่ต้องมองว่าตรงใจด้วย

คอนเทนต์ไม่ใช่แค่ดัง แต่ต้องเอ็นเกจกับแบรนด์ได้

ในมุมมองของเอเยนซีที่วางแผนการตลาดให้กับแบรนด์สินค้า ได้มองว่าไลน์ทีวีเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่มาแรงในยุคนี้ และแบรนด์สินค้าให้ความสนใจ แต่หน้าที่หลักของเอเยนซีก็คือต้องสกรีนเป็นด่านแรกให้ลูกค้าก่อน

ปิยะนุช มีมุข ประธานเจ้าหน้าที่ดิจิตอล เอเยนซี่ มายด์แชร์ บอกว่า การจะเข้าถึงผู้บริโภคต้องมีแพลตฟอร์มที่หลากหลาย และตอนนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว วิธีการเลือกคอนเทนต์ให้ลูกค้านั้น ต้องดูว่าคอนเทนต์เหมาะกับสินค้า และลูกค้ากลุ่มไหน ตรงกับโพสิชัน หรือสื่อสารเกี่ยวกับแบรนด์หรือไม่ คอนเทนต์นั้นเป็นสิ่งใหม่หรือไม่ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน และสามารถตอบโจทย์แบรนด์ได้หรือเปล่า เอเยนซีต้องเป็นด่านหน้า ทำหน้าที่สกรีนให้กับแบรนด์

อย่างบางรายการที่มีความหวือหวามากในยุคนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าโลกได้มีการเปลี่ยนไป แต่ก่อนจะค่อนข้าง Conservative แต่ถ้ารายการทำให้แซ่บได้ก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเจนเอ็มได้ง่าย และถ้าแบรนด์สามารถเข้าไปพูดคุยผ่านรายการเพื่อเป็นการบอก Identity ของแบรนด์ได้ ก็จะสามารถสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ปิยะนุชได้ให้คำแนะนำในการเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะกับแบรนด์ว่า ปัจจุบันมีคอนเทนต์ให้เลือกเยอะ แต่ลูกค้ามีงบจำกัด เพราะฉะนั้นต้องเลือกคอนเทนต์ที่ดีที่สุด ไม่สามารถเลือกคอนเทนต์ที่คนพูดถึงเยอะๆ ได้อย่างเดียว แต่คอนเทนต์นั้นต้องสื่อถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย ต่อยอดให้กับแบรนด์ได้ ไม่ยัดเยียดเปลี่ยนแปลงลูกค้า แบรนด์ต้องสื่อสารได้ไม่ใช่แค่ถือสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น

เจาะการตลาดผ่านคอนเทนต์ ช่วยสร้างแบรนด์เลิฟ

ปิดท้ายที่มุมมองจากทางด้านแบรนด์อย่างเป๊ปซี่ เป็นอีกแบรนด์ที่ทำตลดเพื่อเอาใจกลุ่มวัยรุ่น การทำตลาดผ่านไลน์ทีวีก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งเช่นกัน

ธีรวิทย์ ฉายภมร Digital & Emerging Platform Manager – Asia Pacific Region PEPSI บอกว่า ปกติแบรนด์จะทำโฆษณาเพื่อที่จะสร้างการรับรู้ แต่ยุคนี้แบรนด์มองไปถึงการสร้างเอ็นเกจกับผู้บริโภคได้เต็มที่ ซึ่งไลน์ทีวีเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะคนไทยใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย และมีพฤติกรรมแบบออนดีมานด์ เลือกดูคอนเทนต์ที่ตนชอบ การที่แบรนด์เลือกทำการตลาดรูปแบบนี้จะเป็นวิธีการในการสร้างแบรนด์เลิฟได้

ธีรวิทย์ได้มองว่าความท้าทายของแบรนด์ในตอนนี้ก็คือ ต้องนำแบรนด์เข้าไปอยู่อย่างไรบนแพลตฟอร์มนั้นๆ ซึ่ง Value Entertainment เป็นสิ่งสำคัญมากกับการทำการตลาดประเภทนี้ และจะสามารถต่อยอดไปยัง On Ground ได้อีกด้วย

โดยสรุป แบบไลน์ทีวี เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่มาแรงอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์เรื่องการดูวิดีโอคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ ปัจจุบันมีแบรนด์ต่างให้ความสนใจที่จะทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ทั้งในรูปแบบโฆษณา และทำโปรดักชันร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสามารถส่งเสริมกันได้ ไม่เลือกเพียงแค่ว่าคอนเทนต์นี้ดัง หรือมีคนพูดถึงเยอะท่านั้น