Korea King Effect ดรามากระทะ สะเทือน “วู้ดดี้ แบรนด์ ?”

ยังคงเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่อง สำหรับดรามา “กระทะโคเรีย คิง”  ตั้งราคาเกินจริงที่มีพิธีกรชื่อดังอย่าง “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” เป็นพรีเซ็นเตอร์ จนเรียกกันติดปากว่า “กระทะวู้ดดี้” เพราะกระหน่ำยิงโฆษณาทีวีถี่ยิบ เพื่อสร้างการจดจำและกระตุ้นการซื้อ

จนถึงขณะนี้ กระแสดรามา กระทะโคเรีย คิง ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ ยังมีคำถามค้างคาใจ ในเรื่อง “ราคาเกินจริง” และ “คุณภาพของกระทะ” จนล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องสั่งให้ยุติการโฆษณาทันทีมีผล 17 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป จนกว่าจะปรับแก้โฆษณา เพราะเป็นการโฆษณาเกินจริง ส่วนในเรื่องคุณสมบัติของกระทะยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบจาก 3 หน่วยงาน

ภาพจาก facebook : หูยแรงอ่ะ

แน่นอนว่า ดรามา “โคเรีย คิง” ส่งผลกระทบไปถึงวู้ดดี้ไปเต็มๆ แม้จะบอกว่าเป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ ไม่มีส่วนได้-ส่วนเสีย ก็คงไม่ใช่ เพราะวู้ดดี้เคย เคยให้สัมภาษณ์ ในเดือนมิถุนายน ปี 2559 ว่า ธุรกิจ กระทะโคเรีย คิง จัดอยู่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจ “วู้ดดี้ เวิลด์” ที่เริ่มจากการเจ้าของแบรนด์ติดต่อลงโฆษณาในรายการ และเป็นพรีเซ็นเตอร์ จากนั้นก็เริ่มมองเห็นโอกาสจึงร่วมเป็น Business Partner

อยากต่อยอดวู้ดดี้เวิลด์ให้เป็นมากกว่าวงการบันเทิง ไม่ได้ทำรายการเพียงแค่อย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายธุรกิจที่น่าสนใจ ตอนนี้สนใจเรื่องอีคอมเมิร์ซและสุขภาพมากที่สุด อย่าง กระทะ Korea King เปลี่ยนชีวิตมาก ผมสนใจในสินค้าที่ต้องเปลี่ยนชีวิตคน อย่างกระทะที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน มันเปลี่ยนชีวิตคน เราอยู่ได้ด้วยสินค้าที่เป็นนวัตกรรม จุดเริ่มต้นมาจากตอนแรกเขาแค่มาลงโฆษณาในรายการเฉยๆ แล้วเป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ แต่พอเราทำไปแล้วเริ่มอิน มองเห็นโอกาสในสินค้านี้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ทำให้ในอนาคตกำลังจะเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจกัน เป้าหมายตอนนี้คืออยากให้ Korea King เข้าไปอยู่ในทุกครัวเรือนให้ได้วู้ดดี้ บอกกับ Positioning ในเดือนมิถุนายน 2559

วู้ดดี้ เล่าว่า ได้ก่อตั้งบริษัทวู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ดำเนินการมา 9 ปีแล้ว แรกเริ่มเป็นบริษัทสำหรับผลิตรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย และเช้าดูวู้ดดี้ ฉายทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี และแจ้งเกิดฐานะพิธีกรฝีปากกล้า คาแร็กเตอร์แรงๆ จากรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่สร้างความสำเร็จจนได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรหัวแถว และต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้าน Social Network ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็พร้อมจะเป็นกระแส และสามารถผันเป็นเงินไปได้หมด

วู้ดดี้เวิลด์ในตอนแรกเราทำให้เป็นบริษัทผลิตคอนเทนต์ ผลิตรายการโทรทัศน์อย่างเดียว ซึ่งผมต้องใช้เวลาค้นหาตัวเองมากว่า 10 ปี ว่าตัวเองชอบอะไร เพราะโตมาโดยไม่รู้ต้องทำอย่างไร ต้องอยู่หน้ากล้องยังไง ตอนนั้นอยู่วงการมาตลอดแต่ไม่ค่อยแฮปปี้เลย เพราะไม่รู้ต้องวางตัวยังไง อยู่กับกรอบที่หลายคนตั้งให้ว่าวู้ดดี้จะต้องแรง จะต้องตรง แต่พอได้ทำอะไรหลายๆ อย่างก็ทำให้รู้ว่าเราทำอะไรได้มากกว่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำรายการแรงๆ ก็ได้

ช่วง 1-2 ปี วู้ดดี้ได้แตกไลน์ธุรกิจหลากหลายมากขึ้น แบ่งธุรกิจออก 4 แขนงด้วยกัน ได้แก่ 1. ผลิตคอนเทนต์รายการ  2.อีเวนต์ จัดงานเทศกาล S2O 3. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขายกระทะ Korea King  และ 4. Health & Fitness

S2O

จนเมื่อต้นปี วู้ดดี้ ได้ประกาศอำลาสื่อทีวี เพื่อมุ่งสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ YouTube และ Facebook woodytalkshow ด้วยการผลิตรายการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ที่ว่ากันว่าสามารถขายช่วงทอล์กได้เป็นล้านบาทต่อครั้ง และยังมีซีรีส์ชาวเกย์ Beauty and the Boys  และ I’m Jack แจ็ค แฟนฉัน เดินเรื่อง

วู้ดดี้เริ่มทยอยปิดตัวรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย ออกอากาศช่อง 9 ช่วงกลางคืนวันอาทิตย์ เหลือแต่รายการ ตื่นมาคุย ออกอากาศช่วงเช้า ช่อง 9 วู้ดดี้ลดบทบาทพิธีกร และต่อมาได้ยกรายการให้หุ้นส่วนไปทำต่อ

ในส่วนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เวลานี้ วู้ดดี้ ได้ร่วมมือกับ “ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” เจ้าของ “เถ้าแก่น้อย” ขายเครื่องดื่ม โปรตีนเวย์ ยี่ห้อ “my whey” สำหรับคนต้องการลดหุ่น ซึ่งวู้ดดี้ เล่าในรายการตื่นมาคุย ว่า ทีมวิจัยของเถ้าแก่น้อยใช้เวลาคิดค้นรสชาติ ผลิตและจำหน่ายภายใต้บริษัท มูฟฟาสท์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเถ้าแก่น้อย   

นับเป็นสินค้าที่มีรูปแบบความร่วมมือคล้ายกับกระทะโคเรีย คิง โดยวู้ดดี้ทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ และผลิตโฆษณา โดยเน้นการโปรโมตผ่านเครือข่ายช่องทางสื่อออนไลน์ของวู้ดดี้เป็นหลัก รวมทั้งได้เพื่อนสนิทคนดัง กาละแมร์-พัชรศรี มาร่วมโปรโมตอีกแรง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง วู้ดดี้ ก็ต้องตกเป็นข่าวไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่เป็นพิธีกรคู่กับกาละแมร์ ในคอนเสิร์ตเกาหลี ที่โดนหนักถึงขั้นติดแฮชแทค #พิธีกรยอดแย่แห่งปี, งาน S2O ที่ทำกระจกคอนโดแตก, แยกทางกับหุ้นส่วนบริษัท “วู้ดดี้เวิลด์” มาจนถึงเรื่องกระทะเจ้าปัญหา

ปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลกระทบกับแบรนด์ “วู้ดดี้” และธุรกิจในมือเขา ที่กำลังก่อร่างสร้างขึ้นเพียงใดนั้น มาฟังจาก “นักวิชาการตลาด และการสร้างแบรนด์”

ระวัง ! สร้างแบรนด์ดังทะลุฟ้าแล้วต้องดิ่งพสุธา

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ประธานบริหารด้าน สร้างสรรค์กลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท Y&R ประเทศไทย มองว่า กรณีของกระทะโคเรีย คิง เป็นกรณีศึกษาบทใหม่ของการตลาดไทยที่ควรมุ่งเน้นเรื่องคุณค่าแบรนด์และการทำการตลาดแบบยั่งยืน ไม่ใช่สร้างแบรนด์ให้ดังแบบทะลุฟ้าแล้วรอวันดิ่งพสุธา จากแค่เทคนิคการโปรโมต ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและสังคมสำคัญกว่าแค่จุดขายที่หวือหวา

ประเด็นที่คุยกันเยอะในตอนนี้ก็คือเรื่องจริยธรรมการตลาด ในมุมการขายต้องการกำไรสูงที่สุด ปกติการทำตลาดของคนไทยจะผ่านเอเยนซี จะมีการผ่านการรับรองอยู่แล้ว เข้าใจว่าโคเรีย คิงได้ให้โปรดักชันเฮาส์ทำให้ เลยไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ การรับรองหรือกระบวนการยื่นขออนุมัติต่างๆ เพียงแต่ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน สมัยนี้ผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ทำให้นักการตลาดต้องรอบคอบ สังคมตอนนี้ต้องระวังเรื่องศีลธรรมมากขึ้น

ทำตลาดอย่าเอ็กซ์ตรีมเกินไป

ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้ดำเนินรายการและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด บอกว่า ตัวกระทะโคเรีย คิง มีปัญหาใหญ่เรื่องราคาสูงเท่านั้น ซึ่งหลักการขายตรงทางโทรทัศน์ก็เป็นอย่างนี้ และมีมานานอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าได้ตั้งราคาสูงเกินไป ถ้าอยู่ในระดับ 7,000-8,000 บาท ก็คงโอเค

กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างในการสร้างแบรนด์ด้วยโทรทัศน์ แต่ต้องรับมือกับกระแสทางออนไลน์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากในยุคนี้ แม้ทางวู้ดดี้จะออกมาไลฟ์ และชี้แจงแล้วแต่คนก็รับฟังไม่มาก สิ่งที่โคเรีย คิงต้องทำ คือ ต้องให้ตัวกลางออกมาพูด

ถ้ามองเรื่องผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์กระทะโคเรีย คิง แยกได้ 2 ส่วน 1. คนที่ซื้อใช้จริง ถ้าเห็นว่าราคาเหมาะสมแล้วกับคุณภาพ อาจจะไม่กระทบเท่าไหร่ 2. คนทั่วไป จะกระทบในภาพรวมมากกว่า จะเห็นว่าราคาแพง คนอาจจะไม่ซื้อต่อ สุดท้ายแล้วอยู่ที่สินค้าว่าของดีจริงหรือไม่ และผู้บริโภคพอใจที่จะใช้ต่อหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม แต่กรณีนี้ก็ไม่ได้ร้ายแรง เพราะไม่ใช่เรื่องอาชญากรรม เป็นแค่เรื่องของการสื่อสารทางการตลาด ทางแบรนด์ต้องออกมาแก้เกม ด้วยการเลิกตั้งราคาหมื่นกว่าบาท หรือเอากระทะเวอร์ชันใหม่เข้ามาตั้งในราคาถูกลง หรือไม่ก็อยู่นิ่งๆ ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว เพราะคนไทยมีนิสัยลืมง่าย

ส่วนทางด้านของตัววู้ดดี้เองก็ต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะภาพลักษณ์ติดไปกับแบรนด์แล้ว แต่คงไม่ถึงขนาดรับงานพรีเซ็นเตอร์ไม่ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์อื่นจะพิจารณาด้วย

ข้อควรระวังในการทำตลาดนั้น อย่าทำเอ็กซ์ตรีม หรือโลดโผนเกินไป มีผลสำรวจจากทางทีวี ไดเร็ค พบว่า ผู้หญิงจะซื้อของที่ลดราคา 50% ส่วนผู้ชายจะซื้อของที่ 1 แถม 1 แต่โคเรีย คิงใช้ทั้ง 2 อย่าง ต้องค่อยๆ ทำ อย่าหักโหม และการทำตลาดยุคนี้ต้องเตรียมแผน 2 ไว้ด้วย ยุคดิจิทัลคนเชื่อข่าวด้านลบมากกว่าด้านดี

กระทบบทบาทพิธีกร

ผศ.เสริมยศ ธรรมรักษ์ หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มองว่า กลยุทธ์การตั้งราคาให้สูง และลดราคาลงมา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีการขายรูปแบบนี้ทางโทรทัศน์ โดยใช้ราคามาจูงใจอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้า ต้องรอข้อมูลจากทางภาครัฐ ถ้าพิสูจน์แล้วว่ามีการเคลือบหินอ่อนจริง การรับรู้จะกว้างขึ้น แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่แบรนด์ย่อมได้รับผลกระทบ

เท่าที่เห็นตอนนี้ก็ยังมีโฆษณาอยู่ บางคนยังมองว่าเป็นกระแสแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่อาจจะกระทบไปถึงแบรนด์ตัววู้ดดี้ ในฐานะของพรีเซ็นเตอร์ เพราะแบรนด์เชื่อมโยงกัน ก่อนหน้านี้ วู้ดดี้ยังโดนกระแสโจมตีในการเป็นพิธีกรในงานคอนเสิร์ตเกาหลี เปิดห้างโชว์ดีซี อาจมีผลกระทบในแง่ของงานพิธีกร ผู้จ้างงานเริ่มฉุกคิดในการจ้างงานบ้าง

ยิ่งดังยิ่งเป็นเป้า

ภวัต เรืองเดชวรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซด์ จำกัด มองว่า การตั้งราคาขายเป็นเทคนิคการทำตลาดมากกว่าจะหลอกขายผู้บริโภค พอดีว่ายุคนี้มีสื่อโซเชียล มีเดีย ข่าวลบย่อมดังกว่าข่าวบวก ทำให้แบรนด์ถูกตัดสินจากคนในโซเชียลไปแล้ว เวลาออกมาแก้ข่าวก็ไม่แรง ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องตั้งรับกับเหตุการณ์แบบนี้

ส่วนวู้ดดี้ ไม่น่าได้รับผลกระทบ เพราะคนทั่วไปมองว่า วู้ดดี้เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ และภาพลักษณ์ของวู้ดดี้ ก็แรงอยู่แล้ว ไม่ได้โลกสวย ก็เลยไม่ได้กระทบเท่ากับเจ้าของสินค้าโดยตรง

“ที่เขาต้องเจอปัญหา ก็ด้วยวิธีการสื่อสารและการทำโฆษณาสร้างความแตกต่างและจดจำ จนคนเรียกกระทะวู้ดดี้ ซึ่งก็เป็นดาบสองคม พอดังมากก็เป็นเป้าใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้ว ทีวีไดเร็คก็ทำมาเป็นสิบปีแล้ว ทั้งลด แลก แจก แถม เพียงแต่เขาไม่ได้บูมในสื่อทีวีเท่ากับกระทะโคเรีย คิง”

ชำแหละโฆษณาจ่ายจริงแค่ 10% เท่านั้น

การที่กระทะโคเรีย คิง สร้างการจดจำได้ขนาดนี้ ด้วยการเลือกพันธมิตรกับช่อง 9 ซึ่งอยู่ในการเผชิญการแข่งขันอย่างหนัก การมีพันธมิตรลงโฆษณาประจำดีกว่าไม่มีโฆษณา แม้จะต้องลดราคาให้ และพอมีเวลาโฆษณาในรายการต่าง ๆ เหลือก็เอาโฆษณากระโคเรีย คิงมาลงให้ ซึ่งเม็ดเงินโฆษณาที่โคเรีย คิงจ่ายจริงอาจจะแค่ 10% ของเงินโฆษณาที่ปรากฏออกมา ประกอบกับวู้ดดี้ เวลานั้นก็มีรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย พอทำแล้วเป็นกระแส เมื่อยอดขายดีขึ้น ก็มีเงินไปลงโฆษณากับช่องอื่นๆ ด้วย ก็ยิ่งทำให้โฆษณากระทะโคเรีย คิงมีโฆษณาถี่ยิบ

กระทบแต่เอาอยู่

สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล กรรมการ บริษัท แบรนด์เบเกอร์ จำกัด มองว่า การตั้งราคาสูงและมาลดราคาทีหลัง เป็นเรื่องปกติในการทำตลาด แต่เรื่องใหญ่กว่านั้น คือ คุณภาพของตัวสินค้า ถ้าไม่จริงตามที่โฆษณาส่งผลกระทบกับเจ้าของสินค้าแน่นอน

ส่วนวู้ดดี้เอง ได้รับผลกระทบไปในระดับหนึ่ง แต่ด้วยพลังและความสามารถของเขา เชื่อว่าดึงภาพลักษณ์กลับมาได้ ซึ่งวู้ดดี้เองก็เจอวิกฤติมาหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็น เกิดมาคุย ที่โดนเรื่องขายของเยอะ ตอนไปเป็นพิธีกรคอนเสิร์ตเกาหลี ก็โดนหนัก แต่พอเขาออกมายอมรับ ออกมาขอโทษ คนก็ให้อภัย เช่นเดียวกับกรณีกระทะโคเรีย คิง คงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาไประยะหนึ่ง 2-3 เดือน แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องศีลธรรม และรุนแรง เชื่อว่าเขาเอาอยู่ เพราะเจอดรามามาบ่อยๆ และตัวเขาเองมีภาพลักษณ์ขาวใสอยู่แล้ว