ผ่าดีล “มาม่า” เท 1,000 ล้าน ร่วมทุน “อนันดา” บุกอสังหาฯ


by Admin
20-09-2018 18:29:58

สร้างความฮือฮา! ให้วงการธุรกิจไม่น้อย เมื่อ “บิ๊กแบรนด์” สินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ตัดสินใจขยายธุรกิจ (Diversify) ครั้งใหญ่

ผันตัวจากธุรกิจอาหารสู่อสังหาริมทรัพย์ ด้วยการส่งบริษัทในเครือ “บริษัท เพรซิเดนท์ ดี เวนเจอร์จำกัด” ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้น 70% และบริษัท ไดอิชิ แพคเกจจิ้ง จำกัด ถือหุ้น 30% ทุ่มเงิน 1,009.44 ล้านบาท ลงขันกับค่ายอสังหาริมทรัพย์ “บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย “คอนโดมิเนียม” จำนวนถึง 3 โครงการ

เงินสดพร้อมลงทุน 7,000-8,000 ล้านบาท

“พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายมาม่า และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรซิเดนท์ ดี เวนจอร์ จำกัด เปิดเผยเบื้องหลังการร่วมทุนครั้งใหญ่ของ “มาม่า” กับ “อนันดาฯ” เพราะบริษัทยังมองหา “โอกาส” ในการสร้างการเติบโตให้กับมาม่าไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

ยิ่งกว่านั้น บริษัทมีกระแสเงินสดเหลือเยอะ!

เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตลาดยังอยู่ในภาวะ “ขาขึ้น” ได้อีกระยะยาว 5-6 ปี และการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อขายเวลานี้ทำราคาได้ดีมาก ยิ่งคอนโดมิเนียมหรูทำเลทองต่างๆ เช่น ทองหล่อ เห็นเคาะราคากันหลัก “หลายแสนบาท” ต่อตารางเมตร (ตร.ม.) จึงโยกเงินไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทน (Yield) สูงขึ้น

เรามีเงินสดเยอะจริงๆ ปกติมีเงินประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทต่อปี นำไปลงทุนในกองทุนบ้าง ยีลด์แค่ 3-4% เท่านั้น แต่พอนำไปลงทุนในอสังหาฯ ยีลด์สูง 8-11%

การ Diversify ธุรกิจครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย 3 โครงการ ส่วนแนวโน้วในอนาคตจะร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มหรือไม่ ยังต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ และมองโอกาส เพราะยอมรับว่าตลาดอสังหาฯ เป็นตลาดที่น่าสนใจไม่น้อย ยิ่งได้ “อนันดา” มืออาชีพและมี “จุดแข็ง” พัฒนาที่อยู่อาศัยจนมีชื่อเสียง มีแบรนด์ที่แข็งแรง มีโครงการจำนวนมาก และบริหารการเงินอย่างดี จะช่วยตอบโจทย์การลงทุนได้

“ยอดขายมาม่ายังดีอยู่ และดีกว่าปีที่แล้ว แต่ยอดขายเราไม่ตกไม่เพียงพอ เราต้องโตด้วย และการเติบโตถ้ามาทางใดทางหนึ่งไม่ได้ เราก็ต้องไปอีกทางหนึ่ง”

เป็นการเบนเข็มธุรกิจที่น่าจับตา เพราะจะว่าไปแล้ว “มาม่า” แม้จะทำยอดขายต่อปีได้มากกว่า “หมื่นล้านบาท” สามารถทำ “กำไร” ได้เป็นพันล้านบาท แต่การขายมาม่าซองละ 6 บาท ถ้วย (คัพ), โจ๊กมาม่า, ข้าวต้มมาม่า ราคาหลัก “สิบบาท” ต่อถ้วย กว่าจะได้เงินเป็นหมื่นล้านบาทอาจต้องใช้เวลา เพราะธุรกิจอาหารกำไรบาง! 2-5% แต่ถ้าพัฒนาอสังหาฯ แค่กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ไม่ต่ำกว่า 30% บริหารจัดการดีๆ กำไร (Net Profit) เห็นแน่ๆ 2 หลัก หรือกว่า 10% ขึ้นไป

ไหนๆ เงินสดในมือเหลือเยอะ จึงนำไป “ต่อเงิน” ให้งอกเงยย่อมดีกว่า    

อนันดาฯ ร้อนเงินทุน

ฟากมาม่าเหลือเงินสดเพียบ! พร้อมนำไปลงทุน แต่ฝั่งอนันดา กลับเผชิญสถานการณ์ “สะดุด” ด้านการเงิน เพราะบริษัทต้องการพันธมิตรหาเงินมาใส่ในโครงการใหม่ๆ โดยแหล่งข่าววงการอสังหาฯ ระบุว่า โครงการคอนโดมิเนียมบางโครงการอาจขายช้าไปบ้าง เพราะตลาดและกำลังซื้อไม่เอื้ออำนวยมากนัก ทำให้เงินที่จะใช้พัฒนาโครงการใหม่ต้องสะดุดเล็กน้อย บริษัทจึงต้องเร่งหาพันธมิตรมาร่วมทุน

“โครงการของอนันดาที่สุดมีเพียงทำเล อโศก ส่วนเหลือที่เหลือยังไปได้ เพราะในการพัฒนาโครงการทางบริษัทเขามีความระมัดระวังด้านการเงินอย่างมาก”

ทั้งนี้ มาม่า ไม่ใช่รายแรกที่เป็นพันธมิตรร่วมทุนกับอนันดาฯ เพราะเดิมพันธมิตรใหญ่ที่มียังคงเป็นยักษ์อสังหาฯ จากญี่ปุ่น “มิตซุย ฟุโดซัง” ทำให้การเจรจา (ดีล) ครั้งนี้มีความเข้มงวดเพื่อพิจารณาเปิดทางให้ทุนใหม่เข้ามาร่วมทุนได้ รวมเวลาประมาณ 5 เดือน กระทั่งมิตซุยฯ ประชุมเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา และเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 กันยายน กระทั่งประกาศให้สาธารณชนทราบวันที่ 19 กันยายน

ส่วนบิ๊กดีล “มาม่า-อนันดาฯ” เกิดขึ้นโดยธนาคารกสิกรไทยเป็น “ตัวกลาง” เชื่อมการเจรจา

เท 1,009 ล้าน ถมเงิน ให้ 3 โครงการเดินหน้า

สำหรับการร่วมทุนรุกอสังหาฯ ของมาม่า ประกอบด้วย 3 โครงการ ดังนี้

บริษัท ไอดีโอ โมบิ รางน้ำ จำกัด ทุนจดทะเบียน 795.99 ล้านบาท ฟากมาม่าถือหุ้น 49% คิดเป็นมลค่ากว่า 390 ล้านบาท บริษัทดังกล่าวจะเข้าซื้อหุ้น 74% หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 402 ล้านบาท ในบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย ราชปรารภ จำกัด ซึ่งพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “ไอดีโอ โมบิ รางน้ำ”

• บริษัท ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 จำกัด ทุนจดทะเบียน 664.43 ล้านบาท มาม่าถือหุ้น 49% คิดเป็นมูลค่ากว่า 325 ล้านบาท บริษัทดังกล่าวจะเข้าซื้อหุ้น 51% หรือคิดเป็นเงินกว่า 339 ล้านบาท ในบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย ทองหล่อ จำกัด ซึ่งพัฒนาโครงการคอนโดมเนียม “ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36

บริษัท ไอดีโอ นิว พระราม 9 จำกัด ทุนจดทะเบียน 599.67 ล้านบาท มาม่าถือหุ้น 49% คิดเป็นมูลค่ากว่า 293 ล้านบาท บริษัทดังกล่าวจะเข้าซื้อหุ้น 51% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 303 ล้านบาท ในบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย รามคำแหง จำกัด ซึ่งพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “ไอดีโอ นิว พระราม 9”

ทั้ง 3 โครงการเปิดตัวและอยู่ระหว่างการขาย ทำให้ยังต้องการเงินทุนไปพัฒนา ก่อสร้างต่อไป

ดีลนี้จึงตอบโจทย์ทั้งฝั่ง “มาม่า” ที่เงินเหลือ เลยขยับตัวออกจากธุรกิจอาหารไปสู่อสังหาฯ ส่วนฝั่งอนันดาฯ กำลังมองหาเงินทุนมาพัฒนาโครงการต่อ การร่วมทุนจึงเป็นกลยุทธ์ที่ Win Win ทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม การ Diversify ธุรกิจของมาม่า อาจดูเหมือนจะข้ามห้วย! แบบสุดๆ แต่หากไปดูผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อนันดาฯ จะพบชื่อของ “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” บิ๊กบอสของมาม่าถือหุ้นอยู่ในนั้น 1.31% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 7 สะท้อนความสนใจและปูทางสู่ธุรกิจอสังหาฯ ไว้ระดับหนึ่ง.

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter