DKSH ต้องเตรียมรับมือ! “เดอเบล” ดิสทริบิวเตอร์ภายใต้เครือ “กระทิงแดง” ประกาศ 3 ปีจะแซงขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มสินค้า FMCG


14-05-2019 20:59:42

ภายใต้ตลาดโลจิสติกส์ไม่ได้มีแค่การส่งพัสดุเท่านั้น ที่แข่งขันอย่างดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใคร หากยังมีอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่แข่งรุนแรงไม่แพ้กัน นั้นคือดิสทริบิวเตอร์หรือตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค - บริโภค (FMCG) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญตัวหนึ่งสำหรับการทำธุรกิจ ด้วยเป็นขั้นตอนที่นำสินค้ากระจายไปร้านค้าต่างๆ

หลายบริษัทเลือกที่จะกระจายสินค้าเอง เช่น สหพัฒน์ หรือซีพี แต่ก็มีอีกหลายบริษัทที่มองว่าไม่คุ้มที่จะทำเอง จึงไปจ้างบริษัทอื่นที่เชี่ยวชาญมากกว่า ซึ่งแม้ไม่มีตัวเลขสำรวจที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่ามีรวมๆ กี่ราย แต่ที่แน่ๆ ในดิสทริบิวเตอร์กลุ่มสินค้า FMCG มีขาใหญ่อยู่ 3 รายหลักๆ คือ DKSH ที่ใหญ่สุด ส่วนเบอร์รองลงมายังเป็นการขับเคี่ยวระหว่าง เดอเบล และ ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง

แต่ดูเหมือนว่าตำแหน่งของ DKSH อาจสั่นคลอนขึ้นมาแล้ว เพราะเดอเบลซึ่งเป็นดิสทริบิวเตอร์ภายใต้เครือกระทิงแดง หรือชื่ออย่างเป็นทางการ เครือ TCP ประกาศจะใช้เวลาอีก 3 ปี ในการแซงขึ้นมาเป็นเบอร์ 1

สาเหตุหลักที่ทำให้เดอเบลลุกขึ้นมาขยับตัวครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้เครือ TCP ได้ตั้งเป้าหมายผลักดันยอดขายให้โตขึ้น 3 เท่า เป็น 100,000 ล้านบาทในปี 2022 ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของธุรกิจภายใต้ทั้ง ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, ผู้ผลิตสินค้าของกลุ่ม บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด รับผิดชอบในการทำตลาดและจำหน่าย

บริษัท ที.จี. เวนดิ้ง แอนด์ โชว์เคส อินดัสทรีส์ จำกัด เป็นเจ้าของและบริหารจัดการตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ และ บริษัท เดอเบล จำกัด ดูแลการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ต้องลุกขยับตัวทำให้เป้าหมายเป็นจริง

สุรชัย จงเลิศวราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอเบล จำกัด กล่าวว่า

ดิสทริบิวเตอร์สินค้า FMCG แข่งขันที่คนและ Facility โดยสิ่งสำคัญอยู่ที่จะต้องนำสินค้าไปส่งถูกที่ ถูกเวลา และในจำนวนที่ถูกต้อง

แม้เดอเบลจะมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งจำนวนร้านค้าปลีกที่ครอบคลุมร้านค้าปลีกกว่า 140,000 ร้านค้า, ศูนย์กระจายสินค้าหลัก 1 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้ารายย่อยอีก 23 แห่งกระจายตัวตามจังหวัดต่างๆ สามารถใช้เวลาเพียง 2 วันในการนำสินค้าเข้าสู่ร้านค้า

รถขนส่งสินค้ากว่า 300 คัน และทีมรถขาย 600 ทีม พร้อมพนักงานขายและทีมงานสนับสนุนอีก 2,200 คน และที่สำคัญประสบการณ์ในการเป็นดิสทริบิวเตอร์ให้กับสินค้าอื่นๆ ทั้ง โอวัลติน แบรนด์ เจเล่ เมจิกฟาร์ม เบนโตะ กาแฟเพรียว โกปิโก้ ขนมเบง เบง เครื่องดื่มบริ๊งค์ และวิตอะเดย์ ฯลฯ เป็นต้น

แต่จากเป้าหมายรายได้ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2022 ส่วนปีนี้คาดมีรายได้ 20,000 ล้านบาท จากปีก่อนหน้านี้มีรายได้ราว 17,000 ล้านบาท และต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้านอกกลุ่ม TCP เป็น 60% จากเดิมมีอยู่ 40% จึงพบว่าสิ่งที่เดอเบลมีอยู่ไม่เพียงพอ

เพราะปัจจัยที่จะส่งผลสำเร็จประกอบไปด้วย 3 ข้อ ได้แก่. 1.กำลังพลและทรัพยากรต่างๆ โดยเป็นร้านค้าหรือช่องทางที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค, 2.การบริการครบวงจร ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระกระจายสินค้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ 3.ฐานลูกค้าและช่องทางขายที่ครอบคลุม

จากการสำรวจของนีลเส็น ระบุ ร้านค้าโชห่วยในเมืองไทยมีอยู่ 3.4 แสนร้านค้า ซึ่งจากจำนวนที่เดอเบลมีอยู่ยังสามารถขยายได้อีกมาก จึงเป็นที่มาของการประกาศใช้งบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ถือเป็นการใช้งบลงทุนที่มากที่สุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา 17 ปี เพื่อพัฒนาใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1.การลงทุนด้านเทคโนโลยีทั้งในด้านการขาย ด้านข้อมูลการตลาด ด้านโลจิสติกส์ และคลังสินค้าเพื่อให้การบริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ใช้งบ 400 ล้านบาท

2.การขยายสาขาเพิ่มศูนย์กระจายสินค้า โดยจะเป็นศูนย์ใหญ่ 1 แห่ง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างหาพื้นที่ และศูนย์ย่อยอีก 5 แห่ง ใช้งบ 900 - 1,000 ล้านบาท กับเพิ่มทีมขายอีก 400 คน เพื่อรองรับจำนวนคู่ค้าและประเภทสินค้าที่จะหลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมบริหารและพัฒนาศักยภาพการขายให้กับทีมงาน ใช้เงินอีก 200 ล้านบาท

3.เปิดช่องทางการขายใหม่ ทั้งออนไลน์ซึ่งเป็นได้ทั้งการทำเว็บเอง กับไปร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ และออฟไลน์ตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญ หรือ Vending Machine เพื่อให้ครอบคลุมร้านค้า และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างรวมถึงขยายไปต่างประเทศ

สุรชัยอธิบายเรื่องจำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญเพิ่มเติมว่า เดิมอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ที.จี. เวนดิ้ง ซึ่งมีอยู่ราว 1,500 ตู้ หลักๆ เป็นตู้เครื่องดื่มที่ดั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันดูแลร่วมกันเพราะเห็นว่า ตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญกำลังเป็นอาวุธใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

เพราะเดิมตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญมักจะจำหน่ายในพื้นที่ปิด เช่นโรงงาน โรงเรียน สถานที่ที่คนไม่สามารถออกไปซื้อสินค้าข้างนอกได้ แต่ทุกวันนี้มีคนที่สนใจจะทำธุรกิจค้าปลีกกันมาก

แต่มักจะติดข้อจำกัดสำคัญด้านเงินลงทุนราคาที่ดินที่สูง และการขาดแคลนแรงงานที่จะขายของและเฝ้าร้าน ดังนั้นตู้จำหน่ายสินค้าจะเข้ามาตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการจะค้าขายดังกล่าว

เดอเบลจึงพร้อมลุยธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญอย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยว่าจำนวนตู้ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นเท่าไหร่ และถูกนำไปวางยังที่ใดบ้าง เพราะยังอยู่ในระหว่างการวางแผนธุรกิจ

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter