ตลาดยิ่งเจริญ ยุค 5G ทำแอปพลิชัน “ส่งสด” ซื้อของสดในตลาดส่งถึงหน้าบ้าน

0
123

ในวันที่พฤติกรรมของผู้บริโภค เคยชินกับความสะดวกสบาย อยากได้อะไรก็กดสั่งจากที่บ้าน แป๊ปๆ ก็มาส่งถึงหน้าบ้าน “บริการเดลิเวอรี่” ถึงโตเอาๆ ตั้งแต่สั่งอาหาร ไปจนกระทั่ง “สั่งซื้อของสด” จากบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ 

เมื่อลูกค้าเปลี่ยน แถมกำลังจะถูกดึงไปด้วยเทคโนโลยี งานนี้ตลาดสดชื่อดังอย่าง ตลาดยิ่งเจริญ จะอยู่เฉยๆ ได้ไง ในยุค 5G แบบนี้ก็ขอโกออนไลน์กับคนอื่นบ้าง

นายอริย ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารงาน ตลาดยิ่งเจริญ

อริย ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารงาน ตลาดยิ่งเจริญ กล่าวถึงบริการตลาดสดออนไลน์ “ส่งสด ว่า เกิดขึ้นมาช่วงปี 2559 มีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทำให้การเดินทางมาตลาดยิ่งเจริญ การจราจรติดขัดอย่างมาก ยอดขายในตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัดตนเองเกิดไอเดีย เปิดบริการตลาดสดออนไลน์ขึ้นมา 

โดยได้ไอเดีย มาจากเมื่อครั้งที่ตนเองไปประเทศจีนและฮ่องกง เห็นบริการจัดส่งอาหารสดทางออนไลน์ และนำไอเดียนี้ มาปรึกษาผู้ใหญ่ ซึ่งไม่มีใครเห็นด้วย เพราะมองไม่เห็นภาพว่า บริการตลาดสดออนไลน์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จนต้องนำไปรู้จักกับบริการดังกล่าวที่ประเทศจีน โดยเริ่มจากการสั่งสินค้าจากตลาดสดให้มาส่งที่พักในอพาร์ทเม้นท์ พอผู้ใหญ่เห็นก็ไฟเขียวให้ทำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 2 ปี โดยเริ่มทำครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2560 โดยมียอดขายในปีแรก จำนวน 13 ล้านบาท และในปีนี้ 2562 ถึงตอนนี้ มีรายได้ 30 ล้านบาท

ลูกค้าร้านอาหาร ขยายสู่ คนรุ่นใหม่เริ่มทำอาหาร 

ในส่วนของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะมี 2 ลักษณะเป็นแบบ B2B คือ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ส่วนใหญ่จะอยู่ในใจกลางเมือง ย่าน พระราม 9, สุขุมวิทพระราม 2 และปทุมธานี ฯลฯ มีทั้งหมด จำนวน 55 ราย ส่วนลูกค้า B2C หรือผู้บริโภคทั่วไป ยังมีอยู่ไม่มากประมาณ 10 – 20 ราย อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันลูกค้าที่กลุ่มผู้บริโภคของเราจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและในกลาง เดือนกันยายน 2562 จะหันมาบุกตลาด B2C มากขึ้น โดยการเปิดช่องทางแอปพลิชั่น เพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากการขายผ่านหน้า เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และไลน์แอด เพื่อจะเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น 

ทั้งนี้ การเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้หันมาทำกับอาหารรับประทานเอง ไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหาที่พบ คือ คนรุ่นใหม่ไม่มีเวลา และที่สำคัญ คือ ทำกับข้าวไม่เป็น ดังนั้น นำปัญหานี้มาเป็น จุดขายของ ส่งสด ที่แตกต่างจากบริการตลาดสดออนไลน์ อื่นๆ คือ การบริการให้คำปรึกษาสำหรับคนที่ต้องการทำอาหารกินเอง แต่ไม่มีความรู้ในการทำอาหาร โดยทีมงานเชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร คือ ป้าสมร แนะนำการทำอาหาร และเลือกวัตถุดิบว่าจะต้องเลือกวัตถุดิบอย่างไร เพื่อให้การทำอาหารออกมาได้รสชาติที่ดี เหมือนมืออาชีพ

แข่งขัน กันตรงจุดขายที่แตกต่าง.. 

นอกจากนี้ จุดขายอีกอย่างหนึ่ง คือ เราเป็นผู้ให้บริการตลาดสดอยู่แล้ว ดังนั้น มีสินค้าคุณภาพ ให้เลือกจำนวนมาก ลูกค้าสามารถเลือกร้านที่ต้องการได้ และที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นจุดขายของ ส่งสด คือ มีผักพื้นบ้าน ที่หาไม่ได้ในตลาดสดทั่วไป เช่น ผักเหลียง เห็ดเผาะ ต้นคูณ ผักหวานป่า ฯลฯ และสินค้าที่เป็นไฮไลท์ ของเรา คือ ไก่สดเพราะทางตลาดยิ่งเจริญมีการดิวกับผู้ค้าส่งไก่สด โดยจัดหาไก่ มาส่งขายให้กับผู้ค้าในตลาด โดยดิวตรงกับผู้ค้าไก่ เกิดมาจากปัญหาโรคที่มาจากไก่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องควบคุมการขายไก่ที่ปลอดภัย เป็นที่มาของการดิวกับผู้ค้าไก่ดังกล่าว และการซื้อปริมาณมากๆ ทำให้เราได้ไก่ในราคาที่ถูก และมีบริการจัดแต่งสินค้าให้ลูกค้าสามารถจัดเก็บเข้าห้องเย็นได้เลย 

สำหรับรูปแบบการให้บริการของ ส่งสด เหมือนกับ บริการตลาดสดออนไลน์รายอื่นๆ ในช่วงแรก เริ่มจากการติดต่อลูกค้าผ่านเฟซบุ๊ก และไลน์แอดก่อน และใช้การโปรโมทผ่านการซื้อแอดของเฟซบุ๊ก ไลน์ และกูลเกิลแอด ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หลังจากนั้น ค่อยขยายงาน และเริ่มทำอย่างจริงจัง โดยการเปิดเว็บไซต์ เพื่อสร้างความสะดวกสบาย และให้ลูกค้าได้เห็นสินค้ามากขึ้น ซึ่งการเลือกสินค้าผ่านหน้าเว็บฯ ลูกค้าได้เห็นสินค้าและราคา การสั่งซื้อง่ายเพียงแค่หยิบใส่ตระกร้า จ่ายเงิน หลังจากนั้น ทางเราจัดการสินค้าและจัดส่งให้ลูกค้า ตามเวลาที่กำหนด

ค่าบริการตลาดสดออนไลน์ คือ ค่าธรรมเนียม คิดตั้งแต่ 10 – 20% 

อริย กล่าวถึงข้อดี ของการซื้อสินค้าผ่านบริการตลาดสดออนไลน์ คือ ลูกค้าจะได้ใบเสร็จพร้อมใบกำกับภาษี ทาง ส่งสดจะออกให้กับลูกค้า ทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อ เพื่อลูกค้าสามารถนำไปยื่น ขอลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง ที่ลูกค้า B2B ชื่นชอบเพราะถ้ามาซื้อด้วยตัวเองโอกาสที่ พ่อค้า แม่ค้าจะออกใบกำกับภาษีให้เป็นเรื่องยาก มีน้อยร้านมาก หรือแถบจะไม่มี และที่สำคัญ คือ ลูกค้าต้องขอเขาถึงจะออกให้ แต่ของเราลูกค้าไม่ต้องขอ เราออกให้เลยทุกครั้ง 

สำหรับ อัตราค่าบริการ ลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม จะคิดค่าบริการแตกต่างกัน ถ้าเป็น B2B ค่าบริการจัดส่งจะคิดอีกอัตราหนึ่ง ซึ่งเป็นค่าส่งที่บวกไปในสินค้า เป็นค่าบริการที่แน่นอน เพราะกลุ่มนี้จะมีการสั่งล่วงหน้า สามารถกำหนดเวลาส่งให้กับรถบริการจัดส่ง และผู้ให้บริการจัดส่งสามารถวางแผนการจัดส่งได้ ทำให้ราคาค่าบริการจัดส่งถูกกว่า ต่างจากลูกค้าที่เป็น B2C ที่มีเวลาจัดส่งไม่แน่นอน ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 10 – 20% โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งเอง 

จับมือ ลาล่ามูฟ” 

ล่าสุด ส่งสด ได้มีการดิวกับทางผู้ให้บริการจัดส่งโดยตรงอย่าง ลาล่ามูฟ เข้ามารับหน้าที่ด้านโลจิสติกส์ แทนมอเตอร์ไซต์วิน ที่ใช้บริการในขณะนี้ เพราะด้วยเวลาการสั่งซื้อ และจัดส่งไม่แน่นอน ทำให้ไม่สามารถใช้บริการมอเตอร์ไซต์วินเหมือนเดิมได้ เพราะงานหลักของมอเตอร์ไซต์วิน คือ รับส่งลูกค้า และการเลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิส ติกส์ ที่เชี่ยวชาญและมีความชำนาญด้านการจัดส่ง โดยตรง จะทำให้เราตัดปัญหาเรื่องการจัดส่งไม่ตรงเวลาออกไปได้ 

ทั้งนี้ ลูกค้าของ ส่งสด” ในกลุ่มผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งจะมียอดการสั่งซื้อเข้ามากๆ ตอนช่วงเทศกาล เพราะต้องการสินค้าไปใช้สำหรับการจัดงานเลี้ยง จัดปาร์ตี้ ซึ่งถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มผู้บริโภค มีบริการคำนวณปริมาณของสดที่จะใช้ในการจัดปาร์ตี้จากจำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่ละครั้งให้ด้วย ซึ่งในช่วงเทศกาล การสั่งซื้อเข้ามามากไม่ใช่เฉพาะผู้บริโภคทั่วไป ที่เป็น B2C แต่ร้านอาหาร กลุ่ม B2B สั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากเช่นกัน 

ในส่วนปัญหาของบริการตลาดสดออนไลน์ของ ส่งสด ที่ผ่านมา คือ การที่เรายังไม่สามารถให้เครดิตกับลูกค้า ในกลุ่ม B2B ได้เหมือนกับ ผู้ให้บริการรายอื่นๆ แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาทางอยู่ ในขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับทางธนาคารที่สามารถทำเครดิตตรงนี้แทนเราได้ เพราะเราเองอยากได้ผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญมาช่วยทำงาน” อริย กล่าว.

Source