“นิวซีแลนด์” ประกาศชัยชนะเหนือ COVID-19 ไม่มีผู้ป่วยหลงเหลือ เตรียมกลับสู่วิถีชีวิตปกติ

(Photo by Hagen Hopkins/Getty Images)
นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ประกาศว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศสิ้นสุดลงแล้ว และเตรียมยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เหลือไว้เพียงมาตรการควบคุมพรมแดนเท่านั้น ซึ่งนับเป็นชาติแรกๆ ในโลกที่ออกมาประกาศชัยชนะเหนือ COVID-19

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น แห่งนิวซีแลนด์ระบุว่า กิจกรรมของภาคเอกชน ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมบริการ ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะ สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอีกต่อไป

“แม้ภารกิจนี้จะยังไม่สำเร็จลุล่วงเสียทีเดียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหมุดหมายสำคัญ ขอบคุณนิวซีแลนด์ เรามั่นใจว่าสามารถยุติการแพร่เชื้อไวรัสในนิวซีแลนด์ได้แล้วในตอนนี้ แต่การกำจัดไวรัสไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้อย่างปุบปับ มันจะต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง”

นิวซีแลนด์มีประชากรราว 5 ล้านคน ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่กระจายของ COVID-19 และเริ่มที่จะฟื้นตัวจากโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้แล้ว ขณะที่สถานการณ์ในประเทศขนาดใหญ่อย่างบราซิล, อังกฤษ, อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ยังคงน่ากังวล

ความสำเร็จของแดนกีวีเกิดจากการที่ภาครัฐบังคับใช้ข้อจำกัดต่างๆ อย่างเข้มงวดเป็นเวลาถึง 75 วัน ซึ่งรวมถึงคำสั่งล็อกดาวน์ปิดห้างร้าน และให้ประชาชนเก็บตัวอยู่บ้านเป็นเวลา 7 สัปดาห์ ยกเว้นเฉพาะกลุ่มอาชีพที่มีความจำเป็นจริงๆ

Photo : Shutterstock

รัฐบาลนิวซีแลนด์จะยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 8 มิ.ย.เป็นต้นไป และลดระดับการเตือนภัยโรคระบาดจากขั้นที่ 2 ลงมาสู่ขั้นที่ 1

อย่างไรก็ตาม รัฐจะยังคงมีมาตรการควบคุมโรคบริเวณจุดผ่านแดนต่างๆ และทุกคนที่เดินทางเข้านิวซีแลนด์จะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง COVID-19

กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ยืนยันว่า เวลานี้ไม่มีผู้ป่วย COVID-19 หลงเหลืออยู่แม้แต่รายเดียว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ไวรัสเริ่มระบาดในช่วงปลายเดือน ก.พ.

นิวซีแลนด์มีผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 1,154 ราย และเสียชีวิต 22 ราย

ทั้งนี้ รัฐบาลกีวีลั่นวาจาว่าจะ “กำจัด” เชื้อไวรัสให้หมดไปจากประเทศ ไม่ใช่แค่ “ควบคุม” ได้เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะต้องหยุดยั้งการระบาดให้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งหลังจากที่ผู้ติดเชื้อรายสุดท้ายหายป่วย และอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมเสมอที่จะตรวจหาเชื้อและสั่งกักกันโรคทันทีหากพบผู้ป่วยใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

Source