เปิดงบโฆษณา 9 เดือนแรก -16% กลุ่มอาหาร/เครื่องดื่มหดตัวเยอะสุด 12,000 ล้าน


by ratirita
16-10-2020 10:38:17
เอจีบี นีลเส็น ประเทศไทย เปิดมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน ปี 2020 หดตัวลง -16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมูลค่าอยู่ที่ 76,591 ล้านบาท 

ซึ่งสื่อทีวียังคงเป็นสื่อที่มีสัดส่วนของการใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดอยู่ที่ 59% ขณะที่ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาในเดือนกันยายนยังคงลดลง –10% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ในปี 2020 นี้ภาพรวมอุตสาหกรรมหลักใช้เม็ดเงินโฆษณาลดลงจากปีที่แล้ว โดย 4 กลุ่มหลักได้แก่

  • กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food&Beverage) มูลค่า 12,104 ล้านบาท ลดลง -10%
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และเครื่องสำอาง (Personal Care & Cosmetic) มูลค่า 10,741 ล้านบาท ลดลง -3%
  • กลุ่ม Media & Marketing มูลค่า 9,054 ล้านบาท ลดลง -7%
  • กลุ่มยานยนต์ (Automotive) มูลค่า 4,591 ล้านบาท ลดลง -34%
ขณะที่กลุ่มยา (Pharmaceuticals) มูลค่า 4,086 ล้านบาท และกลุ่มสินค้าครัวเรือนในบ้าน (Household products) มูลค่า 3,209 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว +7% และ +15% ตามลำดับ

ในส่วนของบริษัทที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดของเดือนมกราคมถึงกันยายน ปี 2020 โดย 3 ลำดับแรกได้แก่

บริษัท UNILEVER (THAI) HOLDINGS CO.,LTD. มูลค่า 3,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว +35% โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมาคือ ใหม่ วาสลีน ซุปเปอร์ วิตามิน ทางสื่อทีวีมูลค่า 38 ล้านบาท รองลงมาคือใหม่ โดฟ อินเทนซ์ รีแพร์ทางสื่อทีวีมูลค่า 31 ล้านบาท

บริษัท NESTLE(THAI) CO.,LTD. มูลค่า 1,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว +38% โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมาคือ ใหม่ นมตราหมี ทริปเปิ้ล โปร ทางสื่อทีวีมูลค่า 32 ล้านบาท รองลงมาคือ ไมโล กีฬาคือครูชีวิต ทางสื่อทีวีมูลค่า 22 ล้านบาท

บริษัท PROCTER & GAMBLE (THAILAND) มูลค่า 1,596 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว -19% โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือ ดาวน์นี่ เอสเซนเชียลออยล์ ทางสื่อทีวีมูลค่า 23 ล้านบาทรองลงมาคือใหม่ รีจอยส์ สูตรผมยาว ดูเรียบลื่น ทางสื่อทีวีมูลค่า 22 ล้านบาท

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter