“เนสกาแฟ” ส่งเอสเปรสโซ 3 ช็อตผสมวิตามิน เมื่อตลาดกาแฟซึม ขอไฮบริด “ชูกำลัง”

ตลาดกาแฟพร้อมดื่มกำลังถูก Disrupt ด้วยปัจจัยหลายอย่างรอบตัว เทรนด์กาแฟสด รวมถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพ เนสกาแฟจึงต้องแก้เกมครั้งใหญ่ ส่ง “เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ” เป็นกาแฟเอสเปรสโซ 3 ช็อตแบบพร้อมดื่ม ชูกิมมิกด้วยผสมวิตามิน หวังกินแชร์ลูกค้าเครื่องดื่มชูกำลัง

สร้างสีสันให้ตลาดกาแฟ

ในปี 2563 เรียกว่าเป็นปีสุดท้าทายของทุกอุตสาหกรรม ต้องเผชิญหน้ากับตัวเลขตลาดที่ติดบลบ เศรษฐกิจแย่ กำลังซื้อผู้บริโภคหาย บางแบรนด์ต้องประคองตัวเอง หรือบางแบรนด์ก็ต้องสวมบทนักสู้ ต้องทุ่มงบทำแคมเปญใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตลาด กระตุ้นการจับจ่ายให้มากขึ้น

ตลาดกาแฟพร้อมดื่มก็ดูไม่สู้ดีเหมือนกับตลาดอื่นๆ มากนัก ในปี 2563 มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท ลดลง 5% ผู้เล่นใหญ่ยังคงเป็นเนสกาแฟ และเบอร์ดี้ โดยที่ผ่านมาได้ปลุกปั้นนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งรสชาติใหม่ สูตรใหม่ เพื่อทำให้ตลาดคึกคักมากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟพร้อมดื่มไม่ว่าจะเป็นกระแฟกระป๋อง หรือกาแฟสำเร็จรูปต้องท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน เทรนด์ของการดื่มกาแฟสด ดื่มกาแฟนอกบ้าน การดริปกาแฟ หรือการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ลดการดื่มกาแฟสำเร็จรูปน้อยลง

ในช่วงที่ผ่านมาเนสกาแฟก็ได้แก้เกมมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการรีแบรนด์กาแฟซอง 3 in 1 เป็นเนสกาแฟ เบรนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบด ให้มีความเป็นกาแฟสดมากขึ้น หรือการออกเนสกาแฟอเมริกาโน่พร้อมดื่ม และเนสกาแฟเอสเปรสโซ โรสต์ ชูความเป็นกาแฟรักษ์โลก กระป๋องอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% หรือการเปิดเนสกาแฟ ฮับในการจำหน่ายเมนูกาแฟสด

กาแฟผสมวิตามิน ไฮบริดชูกำลัง

ในปีนี้เนสกาแฟบุกตลาดครั้งใหญ่ เพื่อกระตุ้นตลาดให้มีการเติบโต เปิดตัว “เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ” จุดเด่นของกาแฟเอสเปรสโซ 3 ช็อต ผสมนม และมีวิตามินบี 2 บี 3 ไนอะซิน มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท วิตามินบี 6 และวิตามินดี มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

เนสกาแฟได้พัฒนาสูตรนี้ 1 ปี เป็นการพัฒนาโดยทีมประเทศไทย เบื้องหลังได้มาจากผลวิจัยที่ว่ายุคปัจจุบันผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่ทำให้ตื่นตัวตลอดทั้งวัน เพื่อทำงานได้ทั้งวัน มองหา 3 สิ่งหลัก ได้แก่ 1. ประสิทธิภาพ 2. รสชาติ และ 3. สุขภาพ

จะพบว่ากาแฟตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพในการตื่นตัวได้ แต่ไม่ได้มีสารประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นัก จึงพัฒนากาแฟพร้อมดื่มให้ตอบโจทย์มากขึ้น โดยใส่วิตามินเข้ามาเพิ่ม และปรับสูตรเป็นเอสเปรสโซ 3 ช็อต เพื่อเพิ่มความตื่นตัว

ธนธร พันพานิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มและชา บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า

“ทีม R&D ของเนสกาแฟในประเทศไทย ใช้เวลาพัฒนาสูตรราว 1 ปี มีการศึกษาวิจัยเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและคนทำงานรุ่นใหม่ในเรื่องประสิทธิภาพในด้านการตื่นตัว รสชาติที่อร่อยเข้ม และสุขภาพเพราะมีวิตามิน ได้มองเห็นโอกาสของกลุ่มอัปเปอร์ เมนสตรีม อายุ 24-55 ปี ที่มองหาอะไรที่มากกว่าเดิม ต้องการการตื่นตัวในการทำงานทั้งวัน” 

ขยายลูกค้าชูกกำลัง-เกมเมอร์

นัยสำคัญในการเปิดตัวสินค้าใหม่ตัวนี้ ต้องการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดกาแฟ ซึ่งในปี 2563 ตลาดกาแฟพร้อมดื่มมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท ติดลบ 5% จริงๆ แล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดนี้ได้ไดรฟ์ด้วยรสชาติใหม่ๆ และเมล็ดกาแฟ ยังไม่ได้มีนวัตกรรมอะไรใหม่มากเท่าไหร่นัก

ปีนี้การพัฒนาสูตรโดยใส่กิมมิกด้วยการเพิ่มวิตามินเข้าไป เพื่อต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่ม “ชูกำลัง” มากขึ้น เพราะด้วยความต้องการในการดื่มเครื่องดื่มของกาแฟ และชูกำลังจะใกล้เคียงกัน ต้องการการตื่นตัวในการทำงาน และต้องดีต่อสุขภาพ จะเห็นว่าเครื่องดื่มชูกำลังล้วนใส่วิตามินเพิ่มเข้าไปทั้งสิ้น

ซึ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังใหญ่กว่าตลาดกาแฟพร้อมดื่มอย่างมาก มีมูลค่าราวๆ 30,000-35,000 ล้านบาท การที่ขอกามาแชร์ตลาดนี้ แย่งฐานลูกค้าจากตลาดนี้จึงเป็นกลเม็ดใหม่ของเนสกาแฟ

อีกหนึ่งกลุ่มที่เนสกาแฟต้องการขยายฐานลูกค้ามากเป็นพิเศษก็คือ กลุ่ม “เกมเมอร์” ซึ่งเทรนด์ของอีสปอร์ตได้รับความนิยมมาตลอดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ แบรนด์ใหญ่ สถานที่ต่างๆ ล้วนให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากขึ้น

อินไซต์ของกลุ่มเกมเมอร์จะพบว่า อีสปอร์ตเป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องใช้สมาธิ และตั้งใจแข่งอย่างยาวนาน บางคนฝึกซ้อมทั้งวันทั้งคืน ต้องการเครื่องดื่มที่ทำให้ตื่นตัวได้ดี อย่างล่าสุดที่ “เอเซอร์” ก็แตกไลน์เครื่องดื่มชูกำลังของตัวเอง เพื่อหนุนตลาดอีสปอร์ตด้วย

เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ จำหน่ายในราคา 20 บาท กับปริมาณ 220 มิลลิลิตร มีจำนวนคาเฟอีน 170 มิลลิกรัม สามารถดื่มได้ 2 กระป๋องต่อวัน เทียบกับปริมาณที่ร่างกายสามารถได้รับคาเฟอีนได้ 300-400 มิลลิกรัม