Wednesday, July 28, 2021
Home Strategic Move “ไรมอน แลนด์” มั่นใจ “เปิดประเทศ” ดันยอดขายต่างชาติ เตรียมเปิด 3 โครงการ 20,000 ล้าน

“ไรมอน แลนด์” มั่นใจ “เปิดประเทศ” ดันยอดขายต่างชาติ เตรียมเปิด 3 โครงการ 20,000 ล้าน

“ไรมอน แลนด์” เปิดสถานการณ์คอนโดฯ หรูไตรมาส 1/2564 ดีมานด์ทรงตัวแต่ถือว่ายังไปได้ดีกว่าภาพรวมทั้งตลาด ยอดขายเฉลี่ย 84% คาดครึ่งปีหลังกระเตื้องขึ้นจากนโยบาย “เปิดประเทศ” เริ่มประชาสัมพันธ์โครงการในต่างประเทศสร้างความต้องการซื้อ ปีนี้เปิดโครงการใหม่ 3 แห่ง มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท ปักหมุดในสุขุมวิทและ จ.ภูเก็ต

มนาเทศ อันนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) (RML) เปิดข้อมูลตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ไตรมาส 1/2564 ภาพรวมทั้งตลาดมีซัพพลายเปิดใหม่เพียง 3,634 ยูนิต ลดลง -41.8% YoY แต่ทิศทางฝั่งดีมานด์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 ปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ย (sold rate) อยู่ที่ 37%

หากเจาะเฉพาะตลาดไฮเอนด์ คอนโดฯ ราคา 200,000 บาทต่อตร.ม.ขึ้นไป ซึ่งสินค้าไรมอน แลนด์ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มนี้ แม้ว่าซัพพลายคงที่ไม่มีการเปิดใหม่เทียบกับปีก่อน แต่ด้วยซัพพลายที่จำกัด ทำให้ยอดขายเฉลี่ย (sold rate) อยู่ที่ 84% ปรับขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2562

ไรมอน แลนด์
มนาเทศ อันนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) (RML)

ในแง่ราคาของคอนโดฯ ไฮเอนด์เฉลี่ยอยู่ที่ 270,000 บาทต่อตร.ม. ไม่เติบโตขึ้นทุกทำเล แต่ก็ไม่ลดลง มนาเทศจึงมองว่า ทั้งในด้านการขายที่ยังคงมีดีมานด์ ยอดขายเฉลี่ยดีกว่าตลาด และราคาที่ไม่ตกลง ถือว่าคอนโดฯ ไฮเอนด์ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอสมควร

ความท้าทายสำคัญขณะนี้จึงเป็นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าที่ช้าลงไป 1-3 เดือนจากปกติ โดยบริษัทต่างๆ มีการจัดโปรโมชันเพื่อจูงใจลูกค้ามากขึ้น

 

หมายมั่น “เปิดประเทศ” ดึงลูกค้าต่างชาติเต็มกำลัง

ด้านตลาดครึ่งปีหลัง มนาเทศมองว่าน่าจะเป็นไปในทางบวก จากการปูพรมฉีดวัคซีนของรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไทม์ไลน์ 120 วันเปิดประเทศ เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และหลังจากมีชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้นตั้งแต่เปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะทำให้ยอดขายคอนโดฯ ดีขึ้น

“ภาพรวมต้องดูการฉีดวัคซีนว่าทำได้เร็วหรือไม่ และจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม เราเริ่มแผนการประชาสัมพันธ์โครงการของเราในต่างประเทศแล้ว เพื่อดึงเขาเข้ามาเยี่ยมชมทันทีที่เดินทางเข้าได้” มนาเทศกล่าว

TAIT Sathorn 12

ซีเอ็มโอไรมอน แลนด์เสริมด้วยว่า บริษัทยังรอติดตามนโยบายของรัฐในการเพิ่มสัดส่วนห้องชุดในคอนโดฯ ที่ต่างชาติซื้อได้ให้มากกว่า 49% หากเกิดขึ้นจริงจะยิ่งติดสปีดการขายในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เพราะปกติไรมอน แลนด์มียอดขายต่างชาติเต็มโควตา 49% อยู่แล้วเกือบทุกตึก

โดยไรมอน แลนด์กำลังจะจัดโรดโชว์โครงการที่ยังอยู่ระหว่างขาย เช่น TAIT Sathorn 12, The Estelle พร้อมพงษ์ ที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ เร็วๆ นี้

ภาพห้องตัวอย่าง TAIT Sathorn 12

ข้อมูลจากสำนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ระบุว่า เมื่อปี 2563 มีต่างชาติซื้อคอนโดฯ ในไทย 1,017 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 3,378 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 3.5% ของตลาด เมื่อเทียบย้อนกลับไปปี 2562 ปีที่ผ่านมามีชาวต่างชาติซื้อคอนโดฯ ไทยลดลงถึง 6.5 เท่าเมื่อคิดตามจำนวนยูนิต และลดลง 9 เท่าเมื่อคิดตามมูลค่าการซื้อ

แม้ว่าหลายบริษัทจะปรับระบบให้เยี่ยมชมโครงการแบบเสมือนจริงได้ และจองซื้อออนไลน์ได้ แต่ผู้ซื้อหลายรายอาจยังไม่มั่นใจที่จะลงทุนจนกว่าจะได้เห็น ‘ของจริง’ ทำเลจริงก่อน

 

ปักหมุด 3 โครงการใหม่ 20,000 ล้านบาท

ด้านผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 1/64 ไรมอน แลนด์ทำรายได้ไป 1,600 ล้านบาท กำไรสุทธิ 138 ล้านบาท โดยมนาเทศกล่าวว่า ปี 2564 วางเป้ารายได้ไว้ 2,700 ล้านบาท แม้ว่าไตรมาส 2 จะสะดุดไปเนื่องจากการระบาดรอบใหม่ แต่เชื่อว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย

ภาพห้องตัวอย่าง TAIT Sathorn 12
ภาพห้องตัวอย่าง TAIT Sathorn 12

ปัจจุบันบริษัทปิดการขายไปแล้วหลายโครงการ เช่น เดอะ ริเวอร์, เดอะ ลอฟท์ อโศก ที่ยังอยู่ระหว่างขายขณะนี้และจะเป็นแหล่งสร้างยอดขายสำคัญคือ TAIT Sathorn 12 และ The Estelle พร้อมพงษ์

สำหรับ TAIT Sathorn 12 เป็นคอนโดฯ ไฮเอนด์มูลค่าโครงการ 4,300 ล้านบาท ทำเลซอยสาทร 12 ทำยอดขายไปแล้ว 75% ราคาปัจจุบันเฉลี่ย 276,000 บาทต่อตร.ม. (ปรับขึ้นมาเกือบ 10% นับจากเริ่มเปิดตัวครั้งแรก) ราคาเริ่มต้นต่อยูนิต 8.8 ล้านบาท พร้อมโปรโมชันขณะนี้แถมระบบเสียงจาก Bang & Olufsen ในห้องชุดมูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท

KOF คาเฟ่ในเซลส์แกลลอรี่ของ TAIT Sathorn 12

บริษัทมีการปรับปรุงเซลส์แกลลอรี่โฉมใหม่ของ TAIT Sathorn 12 ไปเมื่อไตรมาสแรก และมีการดึง KOF คาเฟ่เข้ามาเปิดขายในสำนักงานขาย เพื่อเสริมภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์กระตุ้นลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น คาดว่าน่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในปี 2565

มนาเทศกล่าวด้วยว่า ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดตัวเพิ่มอีก 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการบริเวณสุขุมวิท 38 (ทองหล่อ) ระดับซูเปอร์ลักชัวรีมียูนิตจำนวนน้อย, โครงการย่านสุขุมวิทตอนกลาง (พร้อมพงษ์) และ วิลล่าหรูวิวมหาสมุทรใน จ.ภูเก็ต มีจำนวนยูนิตน้อยเช่นกัน