“Virtual Property Expo 2021” ย้ายมหกรรม “อสังหาฯ” มาจัดออนไลน์ แก้เกมการระบาด

สถานการณ์ระบาดทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจ เมื่ออีเวนต์รวมบูธขายสินค้าจัดแบบออนกราวด์ไม่ได้ จึงต้องหาเทคนิกการขายใหม่ๆ โดยธุรกิจอสังหาฯ กำลังจะจัดงาน Virtual Property Expo 2021 ตั้งบูธออนไลน์ช่วยเร่งยอด ด้าน “ดร.เกษรา” ให้ความเห็นตลาดอสังหาฯ ยังหนักหน่วง แนะผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่องประคองตัว

งานอีเวนต์ออนกราวด์ยังจัดไม่ได้ เพราะสถานการณ์การระบาดยังไม่กลับเป็นปกติ แต่ธุรกิจ “ต้องไปต่อ” ทำให้ไร้ท์แมนและวายดีเอ็มร่วมกันจัดงาน Virtual Property Expo 2021 มหกรรมการขายอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์เสมือนจริง ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 14-17 ตุลาคม 2564

“กัมพล นิสิตสุขเจริญ” กรรมการบริหาร บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง Virtual Solution เปิดเผยว่าการจัดงานรูปแบบเสมือนจริง จะช่วยทดแทนการจัดงานอีเวนต์ออนกราวด์ซึ่งปกติแล้วถือเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังมาก เพราะเกิดการรวมตัวของทั้งฝั่งดีมานด์และซัพพลาย มูลค่าการขายในงานจะสูงมาก

การจัดรูปแบบเสมือนจริง จะให้ความรู้สึกเหมือนลูกค้าได้เข้ามาเดินดูบูธบริษัทต่างๆ เช่น ชมแกลลอรีภาพในบูธ มีระบบ Video Call กับเซลส์ขายโครงการ ทำให้ต่อรองราคาได้เหมือนไปที่บูธ

โดยงาน Virtual Property Expo 2021 คาดว่าจะมีโครงการเข้าร่วม 300 แห่งจากทั่วประเทศ และผู้เยี่ยมชม 580,000 คนตลอด 4 วัน

“ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์” ซีอีโอ บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง Virtual Solution เปิดเผยว่า ปัจจุบันแบรนด์อสังหาฯ ต่างๆ หันมาทำการตลาดบนดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้ บริษัทมักจะเทงบลงไปที่การ “ยิงแอด” โฆษณาตรงถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเป็นยอดขาย มากกว่าใช้กับการทำแบรนดิ้งหรือวิดีโอโฆษณา

ผลคือการประมูลหรือ ‘bidding’ ในระบบของ Google และ Facebook ราคาจะสูงขึ้นมาก และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ แต่เกิดขึ้นกับทุกสินค้าเพราะผู้บริโภคหันมาช้อปออนไลน์ นั่นทำให้ต้นทุนการตลาดต่อการเข้าเยี่ยมชมไซต์โครงการหนึ่งครั้ง (cost per visit) สูงตามไปด้วย

แม้ว่าการทุ่มยิงแอดของแบรนด์อสังหาฯ จะสูงขึ้น แต่วายดีเอ็มเก็บข้อมูลจาก Google Search ปรากฏว่าขณะนี้การค้นหาที่อยู่อาศัยลดลง -40% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2564 ทำให้การจัดมหกรรมออนไลน์ร่วมกันน่าจะตอบโจทย์ในการกระตุ้นดีมานด์ และลดต้นทุนการทำตลาดลง

 

อสังหาฯ ยังหนัก แนะบริษัทรักษาสภาพคล่อง

ด้านสถานการณ์อสังหาฯ ขณะนี้ “ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” รองซีอีโอ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองว่ายังอยู่ในห้วงวิกฤต ไม่เพียงแต่ดีมานด์หดตัว แต่ซัพพลายก็ลดลงเช่นกัน เพราะต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้นสวนทางที่ควรจะเป็น ด้วยสถานการณ์เฉพาะของ COVID-19 ทำให้ภาครัฐสั่งปิดไซต์ก่อสร้างไป 1 เดือน และธุรกิจต้องรับค่าใช้จ่ายในการดูแลแคมป์คนงานให้ถูกสุขลักษณะต่อไป รวมถึงต้นทุนค่าเหล็กก็สูงขึ้น และต้นทุนที่ดินไม่ลดลงหรือลดเพียงเล็กน้อย

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ดร.เกษรามองในมุมผู้ประกอบการอสังหาฯ ว่า ในช่วงนี้ “การรักษาสภาพคล่อง” คือเรื่องสำคัญที่สุด ต้องประคองตัวจนกว่าวิกฤตจะผ่านพ้นไปให้ได้ก่อน

“ถ้าเรามองแล้วว่าสายป่านเราไม่พอ ต้องยอมลดขนาดบริษัทลง หรือถ้าจำเป็นต้องขาดทุนก่อนเพื่อให้มีกระแสเงินสดก็ต้องทำไปก่อน เพราะวัฏจักรเศรษฐกิจไม่เคยที่จะเป็นขาลงตลอดไป วันหนึ่งก็ต้องกลับเป็นขาขึ้น เราต้องมีสภาพคล่องพอที่จะผ่านไปให้ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลดในระหว่างวิกฤตคือทีมงาน” ดร.เกษรากล่าว

ส่วนอสังหาฯ จะดีขึ้นเมื่อไหร่ก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสุดท้ายต้องรอการฉีดวัคซีนและตรวจคัดกรองให้ได้มากที่สุดเพื่อควบคุมโรค ดังที่เห็นในบางประเทศเป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่า เรามีความหวังที่จะกลับไปใช้ชีวิตได้ค่อนข้างปกติ เปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยวได้เช่นกัน