‘ซัมซุง’ คาดกำไร Q3 พุ่งขึ้นเกือบ 30% หลังได้อานิสงส์ธุรกิจ ‘ชิป’ โตแรง

‘ซัมซุง อิเล็คทรอนิคส์’ (Samsung) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ที่ได้อานิสงส์จากปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลกดันให้ยอดขายในไตรมาส 3 ขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่าไตรมาสอื่น ๆ โดยคาดการณ์ว่าผลกำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเกือบ 30%

ซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกคาดว่า รายได้ของไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 73 ล้านล้านวอน (6.12 หมื่นล้านดอลลาร์) เติบโตขึ้น 9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งถือว่าเป็น นิวไฮ เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานจะสูงถึง 15.8 ล้านล้านวอน (1.33 หมื่นล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากไตรมาส 3 ของปี 2561

ทั้งนี้ ซัมซุงไม่ได้ระบุการประมาณการรายได้โดยแบ่งตามกลุ่มธุรกิจ โดยระบุว่าบริษัทจะประกาศตัวเลขผลประกอบโดยละเอียดในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างการเติบโตมาจากความต้องการสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุงมีส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 เติบโตขึ้นนิวไฮ และมีผลกำไรเพิ่มขึ้นทั้งใน ธุรกิจชิปหน่วยความจำและชิปประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนชิปของหลาย ๆ บริษัท

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินวอนเกาหลีใต้เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้อัตรากำไรของผู้ผลิตชิปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจสมาร์ทโฟน อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้า ราคาของชิปหน่วยความจำ DRAM ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของซัมซุงนั้น คาดว่าความต้องการจะลดลงในไตรมาส 4 ซึ่งทำให้แนวโน้มผมกำไรของบริษัทลดลง

“ด้วยความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ของผู้บริโภคที่ลดลงในช่วงหลัง COVID-19 ราคาชิปจึงคาดว่าจะลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป” Park Sung-soon นักวิเคราะห์จาก Cape Investment & Securities กล่าว

ปัจจุบัน ซัมซุงถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก โดยมูลค่าการซื้อขายโดยรวมของกลุ่มบริษัทนั้นเทียบเท่ากับ 1 ใน 5 ของ GDP เกาหลีใต้ทั้งประเทศ

Source