Strategic Move

“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ฯ” พลิกโฉมตึกหัวมุมถ.สีลม-พระราม 4 ปั้นมิกซ์ยูส “สีลมเอจ” เป็น “แซนด์บ็อกซ์” ของธุรกิจรุ่นใหม่

อสังหาฯ เครือเจ้าสัวเจริญ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ฯ” ประสบความสำเร็จกับโครงการมิกซ์ยูสมาแล้วหลายแห่ง โดยเฉพาะ “สามย่านมิตรทาวน์” ที่พิสูจน์วิสัยทัศน์ ‘มองขาด’ ว่าผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการอะไร โครงการต่อไปที่จะพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งคือ “สีลมเอจ” โครงการมิกซ์ยูสจากการ Re-Development ต…

SilomEdgeOpenFinal
อสังหาฯ เครือเจ้าสัวเจริญ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ฯ” ประสบความสำเร็จกับโครงการมิกซ์ยูสมาแล้วหลายแห่ง โดยเฉพาะ “สามย่านมิตรทาวน์” ที่พิสูจน์วิสัยทัศน์ ‘มองขาด’ ว่าผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการอะไร โครงการต่อไปที่จะพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งคือ “สีลมเอจ” โครงการมิกซ์ยูสจากการ Re-Development ตึกเก่า ครั้งแรกของบริษัท “เปลี่ยนวอลล์สตรีทเมืองไทยเป็นซิลิคอน วัลเลย์” เน้นดึงดูดธุรกิจใหม่ สตาร์ทอัพ สัญญาเช่ายืดหยุ่นเพื่อเป็น “สังคมแซนด์บ็อกซ์” ทดลองทำธุรกิจได้ง่าย

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เพิ่งจะประกาศเข้าซื้อสิทธิการเช่าอาคาร “สีลม เซ็นเตอร์” (ตึกโรบินสัน สีลมเก่า) บริเวณหัวมุมถนนสีลมตัดถนนพระราม 4 ตรงข้ามกับสวนลุมพินี โดยเป็นสิทธิการเช่าระยะเวลา 30 ปีจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พร้อมแจ้งงบลงทุนทั้งหมด 1,800 ล้านบาท

ความท้าทายของอาคารนี้คือเป็นอาคารเก่าสูง 24 ชั้นที่ยังอยู่ระหว่างการรีโนเวต นั่นหมายความว่า บริษัทจะต้องเข้ามา Re-Development ตึกเดิมที่ยังมีลักษณะโครงสร้างเก่า ถือเป็นโปรเจ็กต์แรกของบริษัทที่เป็นการรีโนเวตโครงการ

ล่าสุดมีความคืบหน้าจาก “ธนพล ศิริธนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) หรือ FPT ประกาศชื่อโครงการ “สีลมเอจ” (Silom Edge) ตามทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่สุดขอบถนนสีลม พร้อมวางคอนเซ็ปต์ The New ‘Sandbox Community’ in CBD” ด้วยอาคารมิกซ์ยูสนี้

Silom-Edge-Project

เบื้องต้นโครงสร้างอาคารและสัดส่วนการใช้งาน พื้นที่อาคาร 50,000 ตร.ม. มีพื้นที่เช่ามีทั้งหมด 22,000 ตร.ม. แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • พื้นที่ออฟฟิศให้เช่า 12,000 ตร.ม. ชั้น 10-21
  • พื้นที่รีเทล 10,000 ตร.ม. ชั้น B1-ชั้น 4 และ ชั้น 9 (รวม 7 ชั้น)

สีลมเอจ “แซนด์บ็อกซ์” ใจกลางกรุงเทพฯ แหล่งรวมดาวรุ่งธุรกิจหน้าใหม่

เมื่อจะเป็นแหล่งรวมธุรกิจใหม่ สตาร์ทอัพ คนรุ่นใหม่  “สีลมเอจ” จึงต้องการเป็น “แซนด์บ็อกซ์” ให้กับธุรกิจ เป็นพื้นที่ยืดหยุ่นให้กับการทดลอง สร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งต้องการต้นทุนที่ถูกกว่าธุรกิจที่เสถียรแล้ว รวมถึง “เข้าใจ” ไลฟ์สไตล์โลกยุคใหม่ซึ่งสมดุลชีวิตการทำงานเปลี่ยนไป ทำให้โครงการสีลมเอจจะมีกุญแจสำคัญที่ต่างจากโครงการอื่นๆ ดังนี้

1.สัญญาเช่ายืดหยุ่น

สามารถทำสัญญาเช่าระยะเวลา 1 ปีได้ (จากปกติออฟฟิศมักกำหนดขั้นต่ำ 3 ปี) สามารถเช่าเป็นแบบ bare shell ห้องเปล่าก็ได้ หรือเพิ่มการเช่าเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งที่เลือกได้

“เราจะอยู่ตรงกลางระหว่างออฟฟิศแบบดั้งเดิมกับโคเวิร์กกิ้งสเปซ ยังสามารถเลือกได้ในสไตล์ตัวเอง” ธนพลกล่าว

Silom-Edge-Night-view

แม้แต่ฝั่งรีเทลเองก็จะเป็น “แซนด์บ็อกซ์” เหมือนกัน เพราะโครงการนี้จะเปิดพื้นที่ให้รายย่อยหรือธุรกิจใหม่เข้ามาเช่าทดลองทำหน้าร้านหรือ pop-up store การจัดบล็อกร้านจะเริ่มด้วยขนาดเพียง 10 ตร.ม. บล็อกใหญ่ที่สุดประมาณ 100 ตร.ม. ทำให้ร้านใหม่ๆ เข้ามาได้ง่ายขึ้น

สัญญาเช่าลักษณะนี้จะทำให้ภายในส่วนรีเทลมีความหลากหลาย มีร้านใหม่ที่เป็นตัวของตัวเองผสมอยู่ ไม่ได้มีเฉพาะเชนขนาดใหญ่ อนาคตที่นี่จะเป็นคอมมูนิตี้ของร้านค้า New Gen ที่มีเอกลักษณ์

2.ราคาจับต้องได้

ราคาเช่าออฟฟิศแบบ bare shell เริ่มต้นที่ 750-800 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าราคาเฉลี่ยของออฟฟิศย่านสีลมถึง 30%

ส่วนราคาเช่าพื้นที่รีเทล จะมีวิธีคำนวณแบบเหมาของแต่ละบล็อก ไม่ได้คิดตามราคาต่อตร.ม. ซึ่งจะทำให้ธุรกิจใหม่วางแผนต้นทุนง่ายขึ้น

Silom-Edge-Retail-2

3.เปิด 24 ชม. 7 วัน

พื้นที่ออฟฟิศจะเป็นแอร์แบบ split-type ทำให้ทุกออฟฟิศสามารถเปิดได้ 24 ชม. ไม่เหมือนกับออฟฟิศอื่นซึ่งเป็นแอร์ส่วนกลาง ทำให้ต้องเปิดปิดเป็นเวลา ส่วนชั้นรีเทลจะมีโซนที่เปิด 24 ชม. เช่นกัน และชั้นรีเทลส่วนปกติจะเปิดเวลา 11.00-24.00 น.

“เรื่องนี้พิสูจน์มาแล้วจากสามย่านมิตรทาวน์ว่า คนรุ่นใหม่ใช้เวลาแตกต่างออกไป ยิ่งยุคนี้เป็นการทำงานแบบไฮบริด คำว่า work-life balance จึงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่แบบเดิมที่เข้าทำงานเช้าออกเย็น ยุคนี้คนทำงานอาจจะมาออฟฟิศตอนสาย พอ 5-6 โมงเย็นออกไปวิ่งที่สวนลุม หัวค่ำกลับเข้าออฟฟิศมานั่งทำงานอีก ดึกๆ ไปแฮงเอาต์กับเพื่อนต่อ” ธนพลกล่าว

4.O2O2O Ready

การมองพื้นที่รีเทลจะมองตามพฤติกรรมยุคใหม่ คือ Online to Offline to Online หมายถึงผู้บริโภคเห็นสินค้าบนออนไลน์ แต่มาจับสัมผัสเห็นของจริงบนโลกออฟไลน์ แล้วกลับไปซื้อบนออนไลน์อีก ทำให้รีเทลไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ต้องการพื้นที่โชว์สินค้า พื้นที่พบลูกค้าขนาดพอเหมาะ

Silom-Edge-Retail

5.cashless society

สีลมเอจจะมีแพลตฟอร์มหลังบ้านที่ตอบโจทย์กับสังคมไร้เงินสด ซึ่งรวมถึง “สกุลเงินคริปโต” ด้วย เพราะมองว่าจะเป็นระบบการเงินที่คนรุ่นใหม่ใช้งานมากขึ้นในอนาคต

“ที่นี่จะเป็นพื้นที่รองรับคนที่มีศักยภาพและกำลังพัฒนาธุรกิจมาอยู่รวมกัน ล้มแล้วลุกได้ เพราะเป็นแซนด์บ็อกซ์ที่ไม่ต้องลงทุนสูง สัญญาไม่ต้องยาว” ธนพลกล่าว

จับเทรนด์ธุรกิจใหม่ ต่างจากคู่แข่งในย่าน

ดังที่เห็นจากคอนเซ็ปต์ของสีลมเอจเน้นจับกลุ่มธุรกิจใหม่หรือธุรกิจที่ใช้พื้นที่เล็ก ทำให้มีความแตกต่างจากตึกอื่นในย่านสีลม โดยธนพลมองเป้าหมายลูกค้ากลุ่มนี้ว่า มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง เพราะคนรุ่นใหม่นิยมทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น และเทรนด์สตาร์ทอัพก็กำลังเติบโตทั้งในหมู่คนไทยและการร่วมทุนกับชาวต่างชาติ

FPT-Country-CEO

“ธนพล ศิริธนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) หรือ FPT

โดยทั่วไปแล้ว “ธุรกิจใหม่” เมื่อเริ่มลงหลักปักฐานได้ระดับหนึ่งมักจะเลือกเช่าหรือซื้อบ้าน/อาคารพาณิชย์ในเขตชานเมืองเพื่อเป็นสำนักงาน แต่ถ้าหากจะดึงดูดทาเลนต์ให้มาทำงานด้วย คนกลุ่มทาเลนต์ส่วนใหญ่จะชอบวิถีชีวิตในเมืองมากกว่า จึงมองว่าสีลมเอจมีจุดแข็ง ดึงดูดด้วยโลเคชันใจกลาง CBD  มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน 2 สาย อยู่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี และมีแหล่งไนต์ไลฟ์ให้แฮงค์เอ้าท์หลังเลิกงาน

นอกจากนี้ คาดว่าจะมีกลุ่มอื่นที่สนใจคือ การแตกไลน์ “โปรเจกต์ทดลองของบริษัทขนาดใหญ่” มักจะต้องการเช่าโคเวิร์กกิ้งสเปซระยะสั้น รวมถึงกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมชานเมืองที่ต้องการ “สำนักงานย่อยในเมือง” สำหรับติดต่อลูกค้า และเป็นที่ทำงานให้ทาเลนต์ที่ไม่ต้องการออกนอกเมือง

การสร้างโครงการมิกซ์ยูสเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ New Gen โดยเฉพาะอาจไม่ใช่ครั้งแรกของกรุงเทพฯ แต่ “สีลมเอจ” จะเป็นตึกแรกของถนนสีลม ถือเป็นทางเลือกให้ธุรกิจใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่อกับบริษัทใหญ่หลากหลายธุรกิจในย่านสีลมได้ง่ายขึ้น

สีลมเอจ ก่อสร้างไปแล้วกว่า 65% ปัจจุบันพื้นที่ออฟฟิศพร้อมเปิดเจรจาผู้เช่าแล้ว ขณะที่โซนรีเทลจะเริ่มเปิดรับผู้เช่าต้นปีหน้า พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบ กันยายน 2565