ราคา ‘น้ำมันดิบ’ ปรับตัวขึ้นอีก 3% หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนไม่มีทีท่าจะดีขึ้น

ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังจากการเจรจาระหว่างรัสเซีย – ยูเครนดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณของความคืบหน้า และตลาดยังคงกังวลต่ออุปทานที่ตึงตัว กระตุ้นให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เรียกร้องให้ลดการใช้น้ำมันลงในวันศุกร์ที่ 25 มีนาคมนี้

ราคาน้ำมันมีความผันผวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคมก่อนที่จะร่วงลงมากกว่า 20% ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยแตะระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ และกระโดดขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพิ่มขึ้นมากกว่า +3% ในเช้าวันจันทร์ระหว่างการซื้อขายในเอเชีย เกณฑ์มาตรฐานสากลของน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 111.46 ดอลลาร์ และฟิวเจอร์สสหรัฐที่ 108.25 ดอลลาร์

Mizuho Bank กล่าวว่า 2 ปัจจัยที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น คือ ความไม่แน่นอนของรัสเซีย – ยูเครน ที่แม้จะประชุมกันเป็นระยะเพื่อเจรจาสันติภาพ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าถึงข้อตกลงสำคัญ ๆ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลงซี ได้เรียกร้องให้มีการเจรจากับมอสโกอีกรอบ

อีกปัจจัยคือ ผลกระทบของ COVID-19 ในจีน ซึ่งอาจเลวร้ายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น อาจมีความหวังที่รัฐบาลจะออกมาผ่อนคลายข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น อนุญาตให้เริ่มงานใหม่และดำเนินการขนส่งสาธารณะได้ และอาจจะเพิ่มความต้องการการใช้น้ำมัน

ด้วยอุปทานที่ตึงตัวยังคงเป็นข้อน่ากังวลต่อตลาด ส่งผลให้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เรียกร้องให้มี มาตรการฉุกเฉินเพื่อลดการใช้น้ำมันในวันศุกร์ โดยมีแผนออกมา 10 ข้อ เพื่อลดความต้องการใช้น้ำมัน อาทิ การลดขีดจำกัดความเร็วสำหรับยานพาหนะ การทำงานจากที่บ้านสูงสุด 3 วันต่อสัปดาห์ และการหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศเพื่อธุรกิจ โดย IEA คาดว่า แผนการดังกล่าวจะสามารถลดอุปสงค์น้ำมันได้ 2.7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 4 เดือน

ที่ผ่านมา สงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานอันเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย ของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป อีกทั้งยังระบุด้วยว่าพวกเขาจะ เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซีย

ทั้งนี้ จากตัวเลขของ Goldman Sachs พบว่า ในปี 2021 รัสเซียจัดหา 11% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลกและ 17% ของปริมาณการใช้ก๊าซทั่วโลก และเฉพาะในยุโรป รัสเซียเป็นผู้จัดหาก๊าซมากถึง 40%

Source