เปิด 5 เมกะเทรนด์ปี 2565 ของวงการจัดหาสินค้าออนไลน์ “สินค้ากรีนๆ” ยืนหนึ่ง

Alibaba.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ B2B ของอาลีบาบาสำหรับการค้าระดับโลก เผยเมกะเทรนด์ (Megatrend)  4 ประการเกี่ยวกับวงการจัดหาสินค้าออนไลน์ทั่วโลก โดยอิงจากการวิเคราะห์สินค้าขายดีและสินค้าใหม่บนแพลตฟอร์ม

โดยเฉลี่ยแล้ว สินค้าใหม่ๆ ถูกเพิ่มในสินค้าสี่ประเภทนี้เร็วกว่าสินค้าประเภทอื่นอย่างน้อย 5 เท่า และสินค้าที่มาแรงเหล่านี้ยังดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับสินค้าหมวดอื่น โดยในที่นี้ เราจะมาเจาะลึกกับ 4 เมกะเทรนด์ ที่เป็นโอกาสสำหรับผู้ซื้อทางธุรกิจและผู้ขาย

เมกะเทรนด์ 1 : สินค้าที่ยั่งยืน

สินค้าที่จัดอยู่ในประเภทสินค้ายั่งยืนกำลังเติบโตเร็วกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้าไปจนถึงสินค้าแบบใช้แล้วทิ้ง “สีเขียว” อย่างหลอดชานอ้อย ข้อมูลที่ได้จากสัปดาห์แรกของแคมเปญ March Expo ประจำปีของ Alibaba.com ชี้ว่า ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังพุ่งสูงขึ้น อย่างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แผงโซลาร์เซลล์ หรือแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดบนหลังคาบ้านก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบปีต่อปี

Photo : Shutterstock

เมกะเทรนด์ 2 : สินค้าอัจฉริยะ

สินค้าอัจฉริยะหรือที่เรียกว่าสินค้า IoT นั้น เป็นสินค้าที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและสามารถแชร์ข้อมูลได้ ซึ่งเป็นสินค้าอีกประเภทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บน Alibaba.com มีสินค้าประเภทนี้รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์เสริมต่างๆ และอุปกรณ์ไร้สัมผัสที่เอาไว้ใช้ในสถานที่สาธารณะ เช่น ก๊อกน้ำอัตโนมัติ และโซลูชันบ้านอัจฉริยะ ตั้งแต่ระบบล็อกอัจฉริยะไปจนถึงเตียงที่ปรับระดับได้

ทั้งนี้ สินค้าอัจฉริยะที่เพิ่งจดทะเบียนลงขายบน Alibaba.com มีคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยมากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ ถึง 70% ในช่วงระยะเวลาสามเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงกุมภาพันธ์ 2565

Metaverse
Photo : Shutterstock

สินค้าอัจฉริยะดังกล่าวยังรวมไปถึงสินค้าในวงการเกมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลเชิงลึกของ Alibaba.com การแพร่ระบาดของโควิดและการพัฒนาของเทคโนโลยี Virtual Reality ทำให้ตลาดของอุปกรณ์ที่ใช้เล่นเกมเติบโตขึ้น เช่น คีย์บอร์ดและไมโครโฟนสำหรับเล่นเกม เพราะปัจจุบันเกมถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยระบายความเครียด โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีนี้ยังสร้างความสนใจให้กับสินค้าประเภท Wearable ที่ช่วยมอนิเตอร์ไบโอเมตริกซ์และการนอนหลับอีกด้วย

เมกะเทรนด์ 3 : สินค้าสุขภาพ

แม้กระทั่งช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด ความสนใจในสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพก็เฟื่องฟูอยู่แล้ว เห็นได้ชัดจากแคมเปญ March Expo ของ Alibaba.com ที่สินค้าเพื่อสุขภาพอย่างจักรยานไฟฟ้าอเนกประสงค์ แทรมโพลีนแบบเป่าลม และเสื่อโยคะ ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยสินค้าเพื่อสุขภาพที่เพิ่งจดทะเบียนลงขายบน Alibaba.com มีคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยมากกว่าสินค้าประเภทอื่น 2.5 เท่าในช่วงสามเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงกุมภาพันธ์ 2565

Photo : Shutterstock

เมกะเทรนด์ 4 : สินค้าไลฟ์สไตล์

สินค้าไลฟ์สไตล์ที่จัดว่าเป็นเมกะเทรนด์นั้นคือเทรนด์การแต่งกาย ของตกแต่งบ้าน เทรนด์การแสดงออกด้านตัวตน และการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ

ความต้องการทางธุรกิจสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์บน Alibaba.com มีแนวโน้มที่สูงขึ้น ตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยให้สินค้าประเภทนี้เติบโตคือการซื้อสินค้าทางโซเชียลอย่าง Instagram โดยบริษัทต่างๆ ที่ซื้อเครื่องประดับ แว่นกันแดด หมวกชายหาด และสินค้าอื่นๆ ต่างก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ สินค้าหมวดไลฟ์สไตล์ที่เพิ่งจดทะเบียนลงขายบน Alibaba.com ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงกุมภาพันธ์ 2565 นั้น มีคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยมากกว่าสินค้าประเภทอื่นประมาณ 2.3 เท่า เทียบเท่าสินค้าเพื่อความงามที่เป็นคลีนบิวตี้ หรือสินค้าเพื่อความงามที่ใส่สารเคมีน้อยลง

Photo : Shutterstock

เทรนด์ทั่วโลกที่มีความสนใจในกิจกรรม “กลางแจ้ง” มากขึ้นรวมไปถึงการใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์กีฬานั้น กำลังเพิ่มขึ้นในหลายๆ ประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งใน Alibaba.com ก็มีหมวดหมู่ย่อยอย่าง “call of the wild” ที่ขายสินค้าอย่างเรือคายัค กระเป๋าเป้สะพายหลังเดินป่า และหูฟังกันน้ำเช่นกัน

อุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะก็เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่ยังสามารถเติบโตในตลาด และยังเป็นการควบรวมเทรนด์ต่างๆ อีกด้วย เช่น เครื่องดูดฝุ่น และไม้ถูพื้นแบบ 2-in-1 ซึ่งการใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้นทำให้คนลงทุนกับเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลา เพื่อทำให้พื้นที่อยู่อาศัยสะอาดเรียบร้อย

อนาคตของการค้าออนไลน์แบบ B2B

นอกเหนือจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นในหมวดหมู่สินค้าดังกล่าวแล้ว Alibaba.com ยังสังเกตเห็นความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในภาพรวมตลาด B2B ทั่วโลก จากผลการสำรวจของ Alibaba.com พบว่า ในเดือนธันวาคม 2564 เกือบสามในสี่ (74%) ของบริษัท SMEs ในสหรัฐอเมริกาที่เข้าร่วมในการตอบแบบสำรวจเห็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจ ซึ่งมากกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดที่มีเพียง 62% แม้จะมีความท้าทายในด้านซัพพลายเชน รวมไปถึงเงินเฟ้อและตลาดแรงงานในปัจจุบันก็ตาม

จากรายงานร่วมที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2565 โดย Alibaba.com และบริษัทวิจัย Euromonitor International กล่าวว่า ภาคธุรกิจ B2B จำเป็นต้องพึ่งช่องทางอีคอมเมิร์ซมากกว่าเดิม เพราะการระบาดของโควิดส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและจำกัดการเดินทางข้ามพรมแดน นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 จำนวนธุรกิจที่เกิดขึ้นทางออนไลน์อาจเริ่มเข้ามามีพื้นที่ในธุรกิจมากขึ้น โดยคิดเป็น 32.6% ในประเทศเยอรมนี 25.3% ในประเทศสเปน 16.4% ในประเทศอิตาลี และ 16.8% ในประเทศตุรกี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญมากขึ้นของอีคอมเมิร์ซต่อตลาด B2B