‘Master Card’ ชี้ ‘เงินเฟ้อ’ อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว และอาจต้องใช้เวลา 3 ปี ถึงกลับสู่ระดับปี 2019

Photo : Shutterstock
หลังจากการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกผ่อนคลายลงเพราะการมาของวัคซีน แต่ก็มีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น นำไปสู่ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ อย่างไรก็ตาม Master Card ได้ออกมาประเมินว่าเงินเฟ้อได้แตะระดับสูงสุดแล้ว และคาดว่าภายใน 3 ปี จะกลับสู่ระดับเดียวกันกับปี 2019

เดวิด แมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จาก Mastercard Economics Institute กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในปี 2023 จะยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิด COVID-19 และอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีในการกลับสู่ระดับเดียวกันกับปี 2019

“อัตราเงินเฟ้อพุ่งถึงจุดสูงสุดในปีนี้ และในปีหน้าแม้จะลดลง แต่ก็จะยังคงสูงกว่าอัตราที่เราเคยใช้ในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด และคาดว่าอาจกลับไปสู่ระดับเทียบเท่ากับปี 2019 ได้”

อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่ออัตราเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางจากกลุ่ม 10 ประเทศ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารแห่งอังกฤษ และธนาคารกลางออสเตรเลีย รวมถึงตลาดเกิดใหม่ เช่น อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด เตรียมจะจัดการประชุมนโยบายเดือนธันวาคมในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 50 เบสิพพอยต์ ส่งผลให้ทั้งปี เฟดได้ปรับอัตราดอกเบี้ยแล้ว 3.75%

“เงินเฟ้อกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ มันพุ่งสูงขึ้นและอยู่สูงมาก ซึ่งมันมีความเสี่ยงหากธนาคารกลางลงเอยด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ต้องการ และมันจะส่งผลร้ายแรงขึ้นหากไม่รีบกลับตัว”

ที่น่าสนใจคือ แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูง แต่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ยังคงเต็มใจที่จะใช้จ่ายตามดุลยพินิจในด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว โดยผู้บริโภคเลือกที่จะใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์มากกว่าสินค้าที่จับต้องได้ โดยเขาเลือกที่จะประหยัดเงินเพื่อให้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นได้

Source