‘รัฐบาลจีน’ เร่งดึง ‘เอกชน-ต่างชาติ’ ลงทุนในประเทศ หลังเศรษฐกิจไม่โตตามเป้า

ภาพจาก Shutterstock
เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่าง จีน กำลังเผชิญกับการชะลอตัว เนื่องจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกและความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา ทำให้จีนต้องการจะดึงการลงทุนจากเอกชนและจากต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง กล่าวในประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า รัฐบาลควรดำเนินการเปิดประเทศและปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่อไป และ การดึงการลงทุนจากภาคเอกชนและจากต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจจีน หลังจากปีที่ผ่านมา จีนไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่ต้องการเติบโตอย่างน้อยปีละ 5% โดย หลี่ยอมรับว่า การจะพาให้จีนเติบโตได้ 5% ไม่ใช่เรื่องง่ายในปัจจุบัน

โดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ตกต่ำ การบริโภคในประเทศที่อ่อนแอ ความปั่นป่วนทางการเงินระหว่างประเทศ รวมไปถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การลงทุนภาคเอกชนในจีนขยายตัวเพียง 0.8% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันจากปีก่อนหน้า ขณะที่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ฉุดการลงทุนในภาคส่วนนี้ลดลง 5.7% ส่วนภาคการส่งออกซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศลดลงถึง 6.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ไม่ใช่แค่ต้องดึงการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา แต่จีนต้องรักษาการลงทุนทางธุรกิจจากต่างชาติเอาไว้ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือน มี.ค. 2566 ว่าจีนจะเปิดงานอีเวนต์ต่าง ๆ สำหรับ “ปีแห่งการลงทุนในจีน” (Invest in China Year) เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

Source