‘นิวยอร์ก’ ประกาศกำหนด ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’ สำหรับ ‘ไรเดอร์ส่งอาหาร’ เริ่มต้น 600 บาท/ชั่วโมง

เมืองที่ครองแชมป์ ค่าครองชีพสูงสุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ อย่าง นิวยอร์ก กำลังกำหนด ค่าแรงขั้นต่ำ ให้กับ ไรเดอร์ส่งอาหาร หลังจากที่แพลตฟอร์ม Food Delivery เติบโตขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ที่ COVID-19 ระบาด อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มเองไม่ได้เห็นด้วย เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาที่แพงขึ้น และจำนวนไรเดอร์ที่อาจลดลง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มหานครนิวยอร์ก ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่สำหรับ พนักงานส่งอาหารผ่านแอปฯ อาทิ Uber Eats และ DoorDash โดยภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะได้รับเงิน 17.96 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 620 บาท) จากปัจจุบันไรเดอร์มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 7.09 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 250 บาท) และภายในปี 2025 จะเพิ่มเป็น 19.96 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 700 บาท)

ปัจจุบัน นิวยอร์กมีไรเดอร์ประมาณ 60,000 คน โดยแรงงานเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในประเภท ผู้รับจ้างอิสระไม่ใช่พนักงาน ทำให้พวกเขาจึง ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะนี้พวกเขายังไม่ได้รับการคืนเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การซื้อถุงส่งของแบบมีฉนวนเก็บความร้อน/เย็น

เอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Food Delivery สามารถเลือกที่จะจ่ายเงินให้ไรเดอร์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนับเป็นรายเที่ยว (โดยพนักงานจะได้รับค่าจ้างเป็นรายนาที เช่น ระหว่างรอการเดินทางและเวลาเดินทางต้องจ่ายอย่างน้อย $0.50 ต่อนาที) ต่อชั่วโมงทำงาน หรือผ่านสูตรของพวกเขาเอง แต่ต้องเป็นไปตาม อัตราขั้นต่ำใหม่

“อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่นี้เพิ่มขึ้นเกือบ 13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งจะรับประกันว่าคนงานเหล่านี้และครอบครัวของพวกเขาสามารถหาเลี้ยงชีพ และเข้าถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น รวมถึงยังช่วยให้อุตสาหกรรมร้านอาหารของเมืองของเราเจริญรุ่งเรือง” เอริก กล่าว

อย่างไรก็ตาม การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำของไรเดอร์ ส่งผลให้แพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ออกมาพูดถึงผลกระทบที่อาจจะตามมา โดย Josh Gold โฆษกของ Uber Eats ระบุว่า การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำกำลัง บีบให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ขึ้นราคา และท้ายที่สุดจะนำไปสู่ จำนวนงานที่น้อยลง, การเลิกจ้างพนักงาน และการบังคับให้ไรเดอร์จัดส่งให้เร็วขึ้นเพื่อเร่งรอบ

เช่นเดียวกันกับ Grubhub ที่กล่าวว่า กฎของเมืองจะส่งผลเสียต่อคนงาน พร้อมออกมาชี้แจงว่า ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของไรเดอร์อยู่ที่ 12.69 ต่อชั่วโมง (ราว 450 บาท) หลังจากหักค่าใช้จ่าย ตามการคำนวณของแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนิวยอร์กมีเพียงแพลตฟอร์มเดียวที่จ่ายค่าแรงให้ไรเดอร์เป็นรายชั่วโมง คือ Relay ส่วนแพลตฟอร์มที่เหลือจ่ายเป็นรายเที่ยว ได้แก่ Uber, DoorDash และ Grubhub โดย Uber Eats ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 40%

ทั้งนี้ ตามรายงานของ Euromonitor International ระบุว่า ในปี 2019 ก่อนที่จะมีการระบาดของ COVID-19 ร้านอาหารในนิวยอร์กมีสัดส่วนรายได้จากการขายเดลิเวอรี่ 7% และพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปี 2020 และลดลงเหลือ 9% ในปี 2021 ซึ่งยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดการระบาด

Source