Tisco ตั้งเป้าปี 67 ขยาย “สมหวัง เงินสั่งได้” อีก 200 สาขา เติมพอร์ตสินเชื่อผลตอบแทนสูง รุกลูกค้ากลุ่ม Wealth เพิ่มขึ้น

กลุ่มทิสโก้ (Tisco) ประกาศแผนธุรกิจในปี 2567 เน้นขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย โดยตั้งเป้าขยายสาขาของ “สมหวัง เงินสั่งได้” อีก 200 สาขา ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมทั้งหมดมากถึง 850 สาขา แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจของไทยจะมีความท้าทายในปีนี้ก็ตาม

ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tisco ได้กล่าวถึงมุมมองของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 นี้จะขยายตัวได้ดีขึ้นที่ระดับ 3-4% จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และภาคการส่งออกที่กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง รวมถึงการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่เร่งตัวขึ้น

อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจไทยในปี 2567 นี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tisco ยังมองว่ามีความท้าทายจาก เช่น ปัญหาภัยแล้ง ความเปราะบางของภาวะหนี้ครัวเรือนไทย อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน และยุโรป เป็นต้น

สำหรับภาพรวมธุรกิจของ Tisco ในปี 2566 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มมีรายได้รวม 19,046 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 7.2% มีกำไรจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 7,303 ล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2567 นั้น ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อ คาดว่าจะสร้างการเติบโตในระดับเดียวกันกับเศรษฐกิจไทย (คิดเป็นราวๆ 3-4%) โดย Tisco มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุมและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด

ขณะที่กลุ่มสินเชื่อรายย่อยนั้นทาง Tisco ได้เตรียมแผนขยายสาขาของ สมหวัง เงินสั่งได้ ในปีนี้ถึง 200 สาขา คาดว่าจะทำให้มีสาขามากถึง 850 สาขา 

ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (ภาพจาก Tisco)

นอกจากนี้ผู้บริหารของ Tisco ยังได้กล่าวถึงการปรับกระบวนการติดตามหนี้ และดูแลลูกค้า ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นมา เพราะไม่งั้นลูกค้าจะเสียเครดิต และมองว่าระยะยาวจะได้รอดไปด้วยกัน เพราะถ้ามีเรื่องการทำคดี หรือยึดรถ ก็เป็นภาระของ Tisco เช่นกัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องมาจากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการจัดการเรื่องปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย

ในส่วนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โรงไฟฟ้า และพลังงานทางเลือก ทาง Tisco จะใช้จุดแข็งของการบริการแบบ Total Solution มาตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เช่น การปรับหนี้ระยะสั้นของลูกค้าให้เป็นหนี้ระยะยาวจากทีมวาณิชธนกิจ เป็นต้น

ขณะที่ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ทางผู้บริหารของ Tisco กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การวางแผนบริหารความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยล่าสุดได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเจนเนอราลี่ในการออกกรมธรรม์ให้เหมาะสม

ทางด้านธุรกิจ ธุรกิจธนบดีธนกิจและตลาดทุน เน้นให้บริการการให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญแบบองค์รวม โดยครอบคลุมด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้เน้นในปีนี้คือ เงินฝาก กองทุนรวม หรือแม้แต่ประกันชีวิต

นอกจากนี้ Tisco ตั้งเป้าในการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ไปยังกลุ่ม Mass Affluent ที่มีเงินฝากและหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปด้วย

ในปี 2567 นี้ Tisco ได้ตั้งเป้า Loan Growth เติบโตในช่วง 0-10% โดยให้เหตุผลถึงสภาวะเศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยและต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง