Strategic Move

แผนธุรกิจ “ธนจิรา” ปี 2567 เตรียมนำเข้าแบรนด์แฟชั่นบิ๊กเนมจาก “ญี่ปุ่น” จ่อส่ง “HARNN” ลุยตลาด “จีน” เต็มตัว

“ธนจิรา” กางแผนปี 2567 จัดโครงสร้างองค์กรแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% แบรนด์ใหม่ปีนี้เตรียมนำเข้าแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่ระดับ Top 8 ของ “ญี่ปุ่น” และเปิดร้านอาหาร “Street Burger” อีกหนึ่งร้านในเครือ Gordon Ramsey ขณะที่สินค้าแบรนด์ “HARNN” จ่อเข้าไปทำตลาด “จีน” เต…

ธนจิรา
“ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TAN
“ธนจิรา” กางแผนปี 2567 จัดโครงสร้างองค์กรแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% แบรนด์ใหม่ปีนี้เตรียมนำเข้าแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่ระดับ Top 8 ของ “ญี่ปุ่น” และเปิดร้านอาหาร “Street Burger” อีกหนึ่งร้านในเครือ Gordon Ramsey ขณะที่สินค้าแบรนด์ “HARNN” จ่อเข้าไปทำตลาด “จีน” เต็มตัว ผ่านการตั้งบริษัทร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์จีน สร้างระบบขายแบบ Multi-Tier Franchise System

หลังจาก บมจ.ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปเมื่อเดือนตุลาคม 2566 พร้อมแล้วที่จะสยายปีกต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ นำทัพโดย “ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TAN ขณะที่แบรนด์ในเครือมีการจัดธุรกิจเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ : Pandora เครื่องประดับเงินจากเดนมาร์ก, Cath Kidston สินค้าไลฟ์สไตล์แนวโมเดิร์นวินเทจจากอังกฤษ
  • กลุ่มธุรกิจแฟชั่น : Marimekko แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าและของใช้จากฟินแลนด์, GANNI แบรนด์แฟชั่นสไตล์ smart luxury จากแถบสแกนดิเนเวีย
  • กลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพ : HARNN สินค้าบอดี้แคร์ สกินแคร์ สปา ร้านสปา, Vuudh เครื่องหอมไทยสไตล์ร่วมสมัย
  • กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม : ร้านอาหารจากเครือเซเลบริตี้เชฟ Gordon Ramsey ได้แก่ Bread Street Kitchen & Bar, Street Pizza และ Street Burger รวมถึงร้านอาหารแบรนด์ในเครือ ได้แก่ Marimekko Café และ Cath Kidston Tearoom
ธนจิรา

รวมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในเครือธนจิรา

ธนพงษ์กล่าวว่า บริษัทมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อแยกการบริหารให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากแต่ละกลุ่มธุรกิจอาศัยความรู้ความเข้าใจในการบริหารกิจการและทำการตลาดสินค้าที่ต่างกัน

หลังจัดกลุ่มแล้ว ทำให้สัดส่วนรายได้เมื่อปี 2566 จะแบ่งตามกลุ่มธุรกิจ คือ 61% กลุ่มไลฟ์สไตล์ 19% กลุ่มแฟชั่น 19% กลุ่มความงามและสุขภาพ และ 1% กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม ปี 2567 นี้บริษัทมีแผนจะบุกหนักในกลุ่มแฟชั่นและกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นจากการเปิดแบรนด์ใหม่ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนรายได้สิ้นปีนี้เปลี่ยนไป คือ 51% กลุ่มไลฟ์สไตล์ 23% กลุ่มแฟชั่น 19% กลุ่มความงามและสุขภาพ และ 7% กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งทำให้ธนจิรามีการกระจายพอร์ตที่สมดุลมากขึ้น

TAN_01_portfolio

ธนพงษ์กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2566 ธนจิราทำรายได้ 1,415 ล้านบาท เติบโต 16% จากปีก่อนหน้า และทำกำไรสุทธิ 167 ล้านบาท เติบโต 33% จากปีก่อนหน้า สำหรับปี 2567 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 20% ซึ่งจะมาจากทั้งกลยุทธ์การเปิดแบรนด์ใหม่และสาขาใหม่ของแบรนด์เดิม รวมถึงการเพิ่มยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ด้วย

จ่อเปิดแบรนด์แฟชั่นบิ๊กเนมจาก “ญี่ปุ่น” และร้านใหม่ของ Gordon Ramsey

กลยุทธ์การเปิดแบรนด์ใหม่ของธนจิราปี 2567 ในกลุ่มธุรกิจแฟชั่นจะมีการนำเข้า 1 แบรนด์ใหม่จาก “ญี่ปุ่น” เตรียมเปิดช็อปที่เอ็มสเฟียร์เดือนพฤษภาคมนี้

ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก แต่แบรนด์ดังกล่าวเป็นแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น และทำรายได้เป็นอันดับ 8 ของตลาดแฟชั่นในญี่ปุ่น มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่แฟชั่นสตรีทแวร์จนถึงระดับไฮเอนด์ รวมถึงการเลือกขยายสาขามายังประเทศไทย ถือเป็นการเข้าตลาดต่างประเทศแห่งใหม่ในรอบสิบปีของแบรนด์นี้ หลังจากเคยขยายสาขาไปยังไต้หวันมาแล้ว

ธนจิรามองเทรนด์แฟชั่นปัจจุบันของคนรุ่นใหม่มีกระแสนิยมแนวสตรีทแวร์มากขึ้น มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าสินค้าแฟชั่นกลุ่มสตรีทแวร์จะโตเป็นเท่าตัวภายในปี 2571 ทำให้แบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่นนี้น่าสนใจในการนำเข้ามาขยายฐานลูกค้า

Bread-Street-Kitchen-shop-resize

Bread Street Kitchen & Bar ธุรกิจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของธนจิรา เปิดตัวเดือนธันวาคม 2566

ส่วนกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปีนี้จะมีการเปิดร้าน “Street Burger” เป็นอีกหนึ่งร้านในเครือของ Gordon Ramsey ที่บริษัทดีลไว้แล้ว โดยจะเป็นร้านสไตล์ Casual Dining แต่เป็นเบอร์เกอร์ที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมและกรรมวิธีพิถีพิถัน เน้นเจาะตลาดนักท่องเที่ยวและนิวเจนเป็นหลัก Street Burger วางแผนจะเปิดทั้งหมด 3 สาขาภายในสิ้นปี 2567

ส่งแบรนด์ “HARNN” ลุย “จีน” เต็มตัว

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการขยายตลาดของ “HARNN” ธนพงษ์ระบุว่าขณะนี้บริษัทกำลังจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีน เพื่อขยายตลาดส่งออกสินค้า HARNN เข้าสู่ประเทศจีนในลักษณะ B2B หลังจากชิมลางทำตลาดอีคอมเมิร์ซบน Tmall ของจีนส่งขายแบบ B2C มาหลายปีและพบว่ามีดีมานด์จริง

ระบบการขายของ HARNN ในจีนจะใช้ระบบ Multi-Tier Franchise System โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์จีนรายนี้ที่มีความเชี่ยวชาญในการหาเครือข่ายผู้กระจายสินค้าในแต่ละมณฑลของจีน ให้สิทธิกระจายสินค้าแยกเป็นแต่ละมณฑล เพื่อให้สินค้าได้กระจายโดยผู้ที่เชี่ยวชาญตลาดนั้นๆ และไปถึงมือลูกค้าปลายทาง ขณะที่บริษัท JV ของธนจิราและพาร์ทเนอร์จีนจะได้จำหน่ายสินค้าเป็นลอตใหญ่ ขายในลักษณะ B2B

HARNN-resize

ผลิตภัณฑ์แบรนด์ HARNN

“จีนเป็นตลาดปราบเซียนเพราะตลาดมีขนาดใหญ่มาก” ธนพงษ์กล่าว “แต่เป้าหมายสูงสุดของเราคือต้องการครอบคลุมให้ทั่วประเทศจีน จึงต้องหาโมเดลธุรกิจที่จะทำอย่างไรให้สินค้ากระจายแบบมีประสิทธิภาพจริงๆ”

ขณะนี้ HARNN อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตด้านอาหารและยาของจีน คาดจะได้รับอนุญาตภายในไตรมาส 2 นี้ และจะเริ่มส่งออกได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป

ธนพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าของ HARNN ในไทย 40% เป็นคนไทย และ 60% เป็นนักท่องเที่ยว และกลุ่มต่างชาติส่วนใหญ่ที่ซื้อคือ “คนจีน” อยู่แล้ว ทำให้แบรนด์น่าจะไปได้ดีในตลาดจีน เชื่อว่าภายใน 3 ปี รายได้ของ HARNN ในจีนจะวิ่งแซงหน้ารายได้ที่ขายในไทยได้

ภาพรวมเปิดเพิ่ม 23 สาขา หาโอกาสใน “ต่างจังหวัด” มากขึ้น

สรุปภาพรวมทั้งเครือของ TAN ปีนี้จะเปิดเพิ่ม 23 สาขา รวมทั้งแบรนด์ใหม่และแบรนด์เดิมในพอร์ต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และทุกแบรนด์จะมีการขยายสาขาทั้งหมด

TAN_03_management

ทีมผู้บริหาร บมจ. ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น

ไฮไลต์หนึ่งที่น่าสนใจคือการออก “ต่างจังหวัด” ของธนจิราที่จะเห็นมากขึ้นในปีนี้ โดย Pandora จะไปเปิดที่เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ขณะที่ Marimekko จะเปิดช็อปที่เซ็นทรัล ภูเก็ต

ธนพงษ์แย้มเป้าหมายในปี 2568 ด้วยว่าน่าจะได้เห็นการนำเข้าแบรนด์เครื่องสำอางจากญี่ปุ่น 1 แบรนด์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา เห็นได้ว่าธนจิราเป็น ‘Lifestyle Company’ การนำเข้าสินค้ามีความหลากหลายประเภทมาก ขอเพียงอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้ตลาดเปิดได้ไม่จำกัดประเภทสินค้า