กำไร ‘ByteDance’ บริษัทแม่ ‘TikTok’ โต 60% แซงหน้า Tencent และ Alibaba Group หลังเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซเต็มตัว

ByteDance
(Photo: Shutterstock)
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะตกต่ำ แต่ ByteDance บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและอีคอมเมิร์ซอย่าง TikTok ก็สามารถทำกำไรเติบโตถึง 60% แซงหน้าการเติบโตของบริษัทคู่แข่งอย่าง Tencent Holdings Ltd. และ Alibaba Group

กำไรของ ByteDance ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ จากประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2565 ขณะที่บริษัทมีรายได้รวมแตะ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ จาก 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2565

จากการเติบโตของรายได้และกำไร ทำให้มีการประเมินว่า ByteDance กลายเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปีที่ผ่านมา และถือเป็นครั้งแรกที่ ByteDance ทำกำไรแซงหน้า Tencent คู่แข่งของบริษัททั้งในด้านรายได้และผลกำไร เนื่องจากบริษัทได้ใช้ประโยชน์จากความนิยมของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok และ Douyin เพื่อขยายไปสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก

ทั้งนี้ ในตลาดจีน ByteDance ได้เปลี่ยน Douyin กำลังเปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่คล้ายกับ WeChat ของ Tencent โดยมีฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ และสั่งอาหารออนไลน์ ส่วนในตลาดต่างประเทศ บริษัทก็ประสบความสำเร็จกับการเปิด TikTok Shop ในตลาดต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้ใหม่ ๆ นอกเหนือจากการตลาดดิจิทัล

ไม่ใช่แค่รายได้ใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา แต่บริษัทก็ได้ลดตำแหน่งงานหลายร้อยตำแหน่งจาส่วนของการพัฒนาเกมและซอฟต์แวร์ระดับองค์กร และทุ่มการลงทุนที่เทคโนโลยี generative AI แทน โดยสร้างแชทบอทของตัวเองและโมเดลภาษาขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม TikTok กำลังเผชิญกับวิกฤติในตลาดสหรัฐฯ ที่ถือเป็นตลาดที่สร้างกำไรให้มากที่สุด เนื่องจากในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อแบน TikTok เว้นแต่ ByteDance จะแพลตฟอร์ม TikTok ทิ้ง

Source