ตลาดคลังสินค้าบูม ซัพพลายปี 68 เพิ่ม 1.5 แสนตร.ม. “กทม.-ชลบุรี” โซนฮอต

มาร์คัส เบอร์เทนชอว์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันคลังสินค้าสำเร็จรูปในไทย ณ ครึ่งปีหลัง 2567 มีจำนวน 6.42 ล้านตร.ม. โดยเป็น ซัพพลายใหม่ 120,937 ตร.ม. เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

การกระจายตัวของซัพพลายคลังสินค้า แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่

  • กทม. และปริมณฑล (สัดส่วน 44.9%) จำนวน 2.88 ล้านตร.ม. เพิ่มขึ้น 12.4% (YoY) ส่วนใหญ่ซัพพลายใหม่อยู่ตรงถนนบางนา-ตราด และทางหลวงหมายเลข 9 สมุทรปราการ
  • EEC (สัดส่วน 38.6%) จำนวน 2.47 ล้านตร.ม. เติบโต 13% (YoY) หลัก ๆ กระจุกตัวในชลบุรี 26% รองลงมาฉะเชิงเทรา 9% และระยอง 3%
  • ภาคกลาง (สัดส่วน 16.1%) จำนวน 1.04 ล้านตร.ม. เติบโต 5.7% (YoY)

โดยปี 2568 จะมีซัพพลายในอนาคตเพิ่มประมาณ 150,686 ตารางเมตร แบ่งเป็น

  • ครึ่งปีแรก 36,908 ตารางเมตร
  • ครึ่งปีหลัง 113,778 ตารางเมตร

โดยประมาณ 72% ของอุปทานที่อยู่ในแผนพัฒนาอยู่ในพื้นที่ EEC ขณะที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสัดส่วนที่ 28%

เนื่องจาก การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลอดจนความต้องการคลังสินค้าประเภท built-to-suit และคลังสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก    ผู้เช่ามีแนวโน้มเลือกพื้นที่ที่รองรับระบบอัตโนมัติ ความมีประสิทธิภาพ และความยั่งยืน

นอกจากนี้ คลังสินค้าห้องเย็นยังคงได้รับอุปสงค์อย่างต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารและเภสัชกรรมที่ขยายความต้องการด้านการจัดเก็บสินค้า

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มีพื้นที่ถูกเช่า 5.56 ล้านตร.ม. คิดเป็นอัตราเช่าเฉลี่ย 86.5% เพิ่มขึ้น 1.9 จุดเปอร์เซ็นต์ หากจำแนกรายพื้นที่ พบว่า

  • กทม.และปริมณฑล มีอัตราเช่าสูงสุดที่ 91.1% เพิ่มขึ้น 1.3 จุดเปอร์เซ็นต์ (YoY) ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มอีคอมเมิร์ซและสินค้ามูลค่าสูง แม้ว่าจะเติบโตช้ากว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
  • EEC มีอัตราเช่า 82.3% เพิ่มขึ้น 5.0 จุดเปอร์เซ็นต์ (YoY) ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล
  • ภาคกลาง มีอัตราเช่า 83.8% ลดลง 3.3 จุดเปอร์เซ็นต์ (YoY) สะท้อนถึงกิจกรรมการเช่าที่ชะลอตัวและอัตราว่างที่เพิ่มขึ้น

ส่วนอัตราค่าเช่าพื้นที่คลังสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยในประเทศไทยยังคงทรงตัวตั้งแต่ปี 2562 – 2567 โดยอยู่ที่ 160.1 บาท/ตร.ม./เดือน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567

สะท้อนถึงเสถียรภาพของตลาด แม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะรักษาอัตราค่าเช่าในระดับเดิม แต่บางทำเลที่มีความต้องการสูงเริ่มมีการปรับขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในศูนย์กลางโลจิสติกส์หลัก

ค่าเช่าขั้นต่ำในทุกภูมิภาคยังคงอยู่ที่ 110-120 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ผ่านมา

ค่าเช่าสูงสุดมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ดังนี้

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงสุดที่ 230 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) สูงสุดที่ 200 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ภาคกลาง สูงสุดที่ 180 บาท/ตร.ม./เดือน
  • พื้นที่อื่น ๆ สูงสุดที่ 135 บาท/ตร.ม./เดือน

แนวโน้มค่าเช่าในแต่ละภูมิภาคแสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกมีค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 162 และ 161 บาท/ตร.ม./เดือน ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง

ส่วนภาคกลางมีการปรับขึ้นเป็น 152 บาท/ตร.ม./เดือน บ่งชี้ถึงความต้องการที่เติบโตขึ้นในบางพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ อื่น ๆ มีอัตราการปรับขึ้นมากที่สุดเป็น 124 บาท/ตร.ม./เดือน เนื่องจากความต้องการด้านโลจิสติกส์ในพื้นที่รองเพิ่มขึ้น

โดยรวม ตลาดค่าเช่าคลังสินค้าสำเร็จรูปในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากภาคโลจิสติกส์ อีคอมเมิร์ซ และอุตสาหกรรมการผลิต โดยคาดว่าในอนาคต ค่าเช่าจะยังคงทรงตัว โดยอาจมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง