พฤกษา ปี 69 เข้มบริหารแคลชโฟลว์ ขายธุรกิจไม่ทำกำไร โฟกัสอสังหา-เฮลท์แคร์

ปี 2569 อสังหาริมทรัพย์ ยังคงมี “ความท้าทายสูง” จากปัจจัยเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอย ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสริมความแข็งแรงแคลชโฟลว์ (กระแสเงินสด)

ไม่เว้นแม้แต่ “พฤกษา” ที่ 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ กระจายความเสี่ยงไปหลายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ

ทว่า ปี 2569 พฤกษา กำลังเดินเกมใหม่อีกครั้ง โดยเลือก “โฟกัส” มากกว่าการขยายรอบทิศ พร้อมจัดระเบียบพอร์ตครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ลดการถือกองทุนต่างประเทศ-ขายธุรกิจไม่ทำกำไร

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจหลัก (Core Business) โดยขอกลับมาโฟกัส “ธุรกิจที่มีความถนัดสูง” ได้แก่ ธุรกิจหลักอย่าง อสังหาริมทรัพย์ และเฮลท์แคร์ ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในปี 2569

เบื้องต้น พิจารณาขายธุรกิจย่อยที่ไม่ทำกำไร และลดการถือครองกองทุนในต่างประเทศบางส่วน อาทิ การลงทุนใน CapitaLand SEA Logistics Fund (CSLF) กว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจาก ข้อจำกัดด้านการบริหารพอร์ตในต่างประเทศ

ทั้งนี้ การลงทุนต่างประเทศยังคงอยู่เฉพาะโครงการที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โครงการโอเมก้าแวร์เฮ้าส์ ที่พฤกษาถือหุ้น 51% ร่วมกับ CapitaLand และ Ally Logistic Property เตรียมเปิดอาคารแรกในไตรมาส 2 ปี 2569

ขณะที่ CapitaLand Wellness Fund (C-WELL) เดินหน้าพัฒนาโครงการเวลเนสเรสซิเดนซ์ ผสานที่อยู่อาศัยกับบริการสุขภาพ อาทิ The Palm พัฒนาการ และ The Reserve Villa สุขุมวิท 89 บ้านเดี่ยวระดับ 50-60 ล้านบาท คาดเปิดตัวต้นปี 2569

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ดึงที่ดินเก่าแปลงเป็นเงินสด ลุยต่อเฮลท์แคร์

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ราว 10 โครงการ มูลค่ารวม 6,000-7,000 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2568 ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม โดยกลุ่มบ้านเดี่ยวเจาะตลาดระดับราคา 10 ล้านบาท แต่ยังไม่ขยับสู่ลักชัวรี ซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านโรงงานพรีคาสและทีมก่อสร้างภายในเพื่อควบคุมต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า พฤกษาชะลองบซื้อที่ดิน โดยเน้นการนำที่ดินเก่า (แลนด์แบงก์) ในมือที่มีอยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการ และคาดว่าจะแปลงเป็นรายได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าแผนธุรกิจเฮลท์แคร์ ผ่านโรงพยาบาลวิมุต และวิมุต เทพธารินทร์ โดยขยายศูนย์เฉพาะทางมากขึ้น อาทิ ศูนย์หัวใจ ศูนย์ปอด ศูนย์กระดูก เพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเปิด 2 รพ. แห่งใหม่ คือ รพ.วิมุต สุขุมวิท 54 และ รพ.วิมุต ปิ่นเกล้า อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่อาจรอให้ รพ.วิมุต พหลโยธิน มีอัตราการครองเตียงที่เต็มมากขึ้นกว่านี้ก่อน เพราะที่ผ่านมาพฤกษาใช้เงินลงทุนไปค่อนข้างมาก

รพ.วิมุต พหลโยธิน
รพ.วิมุต พหลโยธิน

เป้าหมายหลัก แคลชโฟลว์แข็งแรง

กลยุทธ์ปี 2569 ของพฤกษา คือ การบริหารสภาพคล่องอย่างเข้มข้น ใช้สินทรัพย์เดิมลดหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยประมาณ 2.9% ซึ่งอยู่ในฐานต่ำมากแล้ว

โดยพิจารณาลดหนี้ต่างประเทศที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อเสริมความแข็งแรงของแคชโฟลว์ในระยะยาว

ในวันที่ตลาดอสังหาฯ ยังไม่เอื้อให้เติบโตแบบเร่งสปีด พฤกษาเลือกเดินเกม “ช้าลงแต่มั่นคง” เพราะการเติบโตในรอบนี้ ไม่ใช่การขยายทุกทิศทาง แต่คือการเลือกโฟกัสในสิ่งที่ถนัด และอยู่รอดได้จริงในระยะยาว