เปิดตัวต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น! “พฤกษา” ลุย 7 โครงการ 8.2 พันล้าน เน้นเคลียร์สต๊อก-สร้างรายได้ประจำ

ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง “พฤกษา โฮลดิ้ง” ปี 2569 เลือกเดินเกมระมัดระวัง ลดจำนวนโครงการเปิดใหม่ต่อเนื่อง หันมาโฟกัสการระบายสต๊อกและการสร้างรายได้ประจำ

ปี 69 เปิดตัวต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีแห่งการ “เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์” ทั้งการเร่งใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ ปรับพอร์ต และทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น ปีก่อนลดการลงทุนในกองทุนต่างประเทศไปแล้ว 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือเงินลงทุนส่วนนี้ 8,000 ล้านบาท เป็นต้น

เบื้องต้น ปีนี้ พฤกษา เตรียมเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 8,200 ล้านบาท ‘ถือว่าเปิดตัวต่ำสุด นับตั้งแต่พฤกษาจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2548’

ย้อนดูตัวเลขเปิดโครงการพฤกษา ‘ลดลงต่อเนื่อง’

  • ปี 2568 เปิดตัว 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท ต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ 22 โครงการ มูลค่า 23,400 ล้านบาท
  • ปี 2565 เคยเปิดต่ำสุด 19 โครงการ มูลค่า 11,100 ล้านบาท

จากเคยเปิดตัวพีกสุดในปี 2559 ที่มียอดเปิดตัวโครงการใหม่ 69 โครงการ มูลค่า 59,700 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดในตลาดช่วงนั้น

ขณะเดียวกัน มีแผนระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยระดับล่าง (ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท) เหลือ 25% จากเดิมมีสัดส่วน 30% เนื่องจาก เป็นกลุ่มเผชิญรีเจ็กต์เรตสูง จากสต๊อกที่อยู่อาศัยในมือที่มีมูลค่ารวม ๆ 66,400 ล้านบาท ปีนี้เร่งปิด 22 โครงการให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

จ่อลงทุนเพิ่ม 4,400 ล้านบาท

ปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเตรียมงบลงทุน 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • งบซื้อที่ดินใหม่และพัฒนาโครงการใหม่ 1,500 ล้านบาท (ส่วนที่ดินเก่า 1,200 ล้านบาท เตรียมมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเช่นกัน)
  • งบลงทุนธุรกิจรายได้ประจำ 2,900 ล้านบาท อาทิ ลงทุนเพิ่มในโรงพยาบาลวิมุต, คลังสินค้า (ร่วมทุนกับ CapitalLand สิงคโปร์) และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อย่างอาคารพาณิชย์

ดันพอร์ตรายได้ประจำ 20% ใน 3 ปี

สำหรับปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 อยู่ที่ 18,800 ล้านบาท เพิ่มจาก 15,000 ล้านบาทในปีก่อน แบ่งเป็น

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท (+30%)
  • ธุรกิจเฮลธ์แคร์ 2,600 ล้านบาท (+16%)
  • รายได้อื่น ๆ 1,200 ล้านบาท (ทรงตัว)

จากปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 15,000 ล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยธุรกิจอสังหาฯ มีรายได้ 11,500 ล้านบาท ลดลง 28% ขณะที่ธุรกิจเฮลธ์แคร์ 2,240 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2.5%

หนึ่งในแผนสำคัญของปีนี้ คือ การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ เช่น

  • อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า ปัจจุบันมี 138 ยูนิต ปล่อยเช่าเต็ม 100% ใน 2 เดือน นำร่องแห่งแรกที่ลำลูกกา ปทุมธานี
  • คลังสินค้า Omega อาคาร A และ B ใกล้แล้วเสร็จ และเริ่มปล่อยเช่าในไตรมาส 3 ปี 2569
  • ธุรกิจก่อสร้างแบบ B2C ปัจจุบันมียอดพรีเซล 480 ล้านบาท และมีงานในมือ (Pipeline) มูลค่า 460 ล้านบาท

“เป้าหมาย คือ ทำให้รายได้ประจำมีสัดส่วน 20% และทำให้รายได้แตะ 20,000-25,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีนี้”

ทิศทางกลยุทธ์ ”พฤกษา“ เปลี่ยนผ่านจากการเน้น ‘การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต’ สู่ ‘การเติบโตเชิงคุณภาพ’ ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน