ตลาดรับสร้างบ้านหรู หดตัว -35% คาดปี 69 ฟื้นตัว
อนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา ‘ตลาดรับสร้างบ้าน’ เผชิญพายุใหญ่ 3 ลูก ได้แก่
- เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กำแพงภาษี และ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กดดัน ส่งผลให้ GDP ไทยโตต่ำกว่า 2.5%
- ภาวะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง
- กำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ
ส่งผลกระทบทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยธุรกิจรับสร้างบ้าน มีมูลค่าตลาด 1.9 แสนล้านบาท ลดลง -11% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แบ่งออกเป็น
- กลุ่มราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท สัดส่วน 50%
- กลุ่มราคา 5.01-20 ล้านบาท สัดส่วน 20%
- กลุ่มราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป สัดส่วน 20%
เป็นไปในทิศทางเดียวกับ สมาคมรับสร้างบ้าน (ตัวเลขเฉพาะสมาชิกในสมาคมฯ) ที่มีมูลค่าเหลือ 9,800 ล้านบาท จาก 12,000 ล้านบาท หดตัว -18% (YoY)
แต่ที่หนักสุดคือ “รับสร้างบ้านหรู ราคา 20 ล้านบาท/หลัง ขึ้นไป” มูลค่าดิ่งหนักสุดที่ -35% (YoY) จากลูกค้าชะลอแผนสร้างบ้าน เพราะขาดความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ แม้มีเงินและที่ดินในมือก็ตาม
“สำหรับปี 2569 เราประเมินว่า ตลาดรับสร้างบ้านหรู 20 ล้านบาทขึ้นไป มีแนวโน้มฟื้นตัว จากฐานข้อมูลลูกค้าที่มีในมือ 300 ราย คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท คัดกรองแล้วเหลือ 1,000 ล้านบาท ที่มีแผนสร้างบ้านในปีนี้”

ปี 69 ตลาดต่างจังหวัดมาแรง “เศรษฐีโรงสี-โรงน้ำแข็ง” ชอบสร้างบ้านราคา 50-60 ล้านบาท/หลัง
ทั้งนี้ บริษัทฯ เริ่มเห็นอินไซด์น่าสนใจจากตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด อาทิ ภาคอีสาน ชลบุรี ระยอง ที่มีแนวโน้มเติบโตกว่าใน กทม.
โดยมีการสร้างบ้านตั้งแต่ระดับราคา 50 – 300 ล้านบาท/หลัง แต่กลุ่มที่นิยมมากสุด คือ ราคา 50-60 ล้านบาท/หลัง
ลูกค้าในต่างหวัดส่วนใหญ่เป็น ‘นักธุรกิจ/เจ้าของกิจการ’ อาทิ เจ้าของโรงสี โรงน้ำแข็ง เหมือง ปั๊มน้ำมัน หมอ ส่วนใน กทม. ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหาร
“ต่างจังหวัดดีมานด์สูง นิยมราคา 50-60 ล้านบาท/หลัง ส่วนกลุ่ม 100 ล้านบาท/หลัง ยังน้อยกว่าด้วยกำลังซื้อไม่ถึง”
มาสเตอร์แปลนชูกลยุทธ์ “ความคุ้มค่าเวลา” จับใจเศรษฐี
แม้ปี 2569 ตลาดรับสร้างบ้านหรู ยังมีความท้าทายสูง แต่บริษัทวางกลยุทธ์ความคุ้มค่าด้านเวลา จากการสำรวจพฤติกรรมลูกค้าไฮเอนด์ให้ความสำคัญเรื่อง ‘ความคุ้มค่าด้านเวลา’ และ ‘ลดความยุ่งยาก’ มากที่สุด
จึงเกิดเป็นกลยุทธ์ “The Master Home Builder” ทำเรื่องรัลสร้างบ้านให้ง่าย ไม่ซับซ้อน และประหยัดเวลา อาทิ
- หลังลูกค้าเข้ามาคุย ออกแบบพร้อมเซ็นสัญญาภายใน 7 วัน
- หลังเซ็นสัญญาจะเริ่มก่อสร้างบ้านภายใน 60 วัน
- ใช้เวลาสร้างบ้านขนาดตั้งแต่ 300 – 3,000 ตร.ม. เพียง 1 ปีครึ่ง ไปจนถึง 3 ปี (จากปกติบ้านไซซ์ใหญ่แบบนี้จะใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี)
นอกจากนี้ ยังเตรียม เปิดตัวแบบบ้านใหม่ เจาะกลุ่มอัลตร้าลักซูรี ภายใต้คอลเลคชั่น “Gold Series” มี 3 ไทป์หลัก ดังนี้
1.The Empire Gold คฤหาสน์สไตล์ Timeless Classic เจาะกลุ่มครอบครัวใหญ่รองรับการอยู่อาศัย 3 เจเนอเรชัน และจำกัดการก่อสร้างเพียงหนึ่งเดียว ราคาเริ่มต้น 290- 390 ล้านบาท ใช้พื้นที่ประมาณ 5 ไร่

2.Milano Brown คฤหาสน์แนวตั้งสไตล์ Vertical Mansion เจาะกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 55-85 ล้านบาท ใช้ที่ดิน 1 ไร่ครึ่งขึ้นไป
3.Gold Sand บ้านสไตล์ Modern Iconic โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งแบบ Organic Design เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ราคา 39-60 ล้านบาท ขนาดเล็กสุดใช้ที่ดินเพียง 300 ตารางวา
“แบบบ้าน The Empire Gold จะทำเพียง 1 หลังในโลก ส่วน Milano Brown และ Gold Sand วางเป้าหมายรับสร้างอย่างละ 2 หลังในปีนี้”
สำหรับ มาสเตอร์แปลน 101 ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ 843 ล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำรายได้ 675 ล้านบาท แต่ยังน้อยกว่าช่วงพีกที่บริษัททำรายได้แตะ 900 ล้านบาท โดยมีแบคลอครวม 30 หลัง มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งปีนี้จะทยอยส่งมอบปีนี้ 10 หลัง



