ขณะที่ภาพรวมของตลาดบิวตี้อาจจะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ ‘ครีมซอง’ กลับยังมีการเติบโตสวนทางกับเซ็กเมนต์อื่น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า คนไทยชอบใช้ครีมซอง ทำให้ตลาดนี้โตอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินมูลค่าตลาดครีมซองของไทยไว้ว่า
ปี 2565 มีมูลค่า 7,600 ล้านบาท โต 13%
ปี 2566 มีมูลค่า 9,700 ล้านบาท โต 28%
ปี 2567 มีมูลค่า 11,300 ล้านบาท โต 16%
ปี 2568 มีมูลค่า 12,200 ล้านบาท โต 8%
ปี 2569 มีมูลค่า 12,700 ล้านบาท โต 4%
แล้วอะไร เป็นปัจจัยหนุนทำให้ตลาดครีมซองเติบโต?
1.ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีงบจำกัด
2.หาซื้อง่าย พกพาสะดวก โดยส่วนใหญ่จะวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เหมาะสำหรับคนเดินทางที่ต้องการใช้ด่วน หรือคนที่ต้องการความสะดวกในการพกพา
3.ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้ที่อยากทดลองใช้ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ
โดยสัดส่วนของตลาดครีมซอง พบว่า
82% เป็นผู้ผลิตแบรนด์ไทย
18% เป็นสินค้านำเข้า
ขณะที่ช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคนิยมที่สุดถึง 90% ส่วนอีก 10% คือ Specialty Store กลุ่มความงาม ดิสเคาน์สโตร์ และซูเปอร์มาร์เก็ต
สำหรับเทรนด์ตลาดครีมซองที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ได้แก่
-การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เช่น สารสกัดธรรมชาติเกรดพรีเมียม เน้นความปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่ดี
-บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่ายหรือรีไซเคิลได้
-เจาะกลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ๆ เช่น กลุ่มผู้ชาย, กลุ่มผิวแพ้ง่าย, กลุ่ม Gen Z และกลุ่มผู้สูงวัย
ภาพเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นการเติบโตของตลาดครีมซองในบ้านเรา ส่วนตลาดนี้ร้อนแรงแค่ไหน? หาคำตอบได้ง่าย ๆ แค่ลองเดินเข้าร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven หรือตามร้านบิวตี้แบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งเราจะเห็นครีมซองวางจำหน่ายเรียงราย มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่หัว จรดปลายเท้าก็ว่าได้



