“พรอสเพค” รับอสังหาอุตหกรรมโต ปั้นนิคมฯ-โรงงานให้เช่า 1.5 พันล้านบาท คาดขัดแย้งตะวันออกกลาง หนุนย้ายฐานผลิตมาไทย

รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือมั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน แต่ภาคการบริโภคยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคการผลิต การขนส่ง และการกระจายสินค้าเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จีน ที่เริ่มย้ายหรือกระจายฐานการผลิตมาหลายปี

“ส่วนความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มองว่าในระยะยาวจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีเอเจนต์จากตะวันออกกลางติดต่อเข้ามาแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการผลิต”

รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือมั่นคงเคหะการ
รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือมั่นคงเคหะการ

ปัจจัยข้างต้น ทำให้ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย กลายเป็นจุดหมายสำคัญในปี 2569 ส่งผลให้ความต้องการโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า รวมถึงการซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมาไทยมี FDI 1.36 ล้านล้านบาท เติบโต 66% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY)

“แต่ละประเทศในอาเซียนมีจุดเด่นต่างกัน ไทยเด่นด้านอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเวียดนามจะหนักไปที่สมาร์ทโฟน แต่สิ่งที่สำคัญคือ การอำนวยความสะดวกนักลงทุน ที่ผ่านมาระบบราชการเรามีขั้นตอนที่อาจต้องรอคอย 3-6 เดือน ถ้ามีแพลตฟอร์มช่วยให้การดำเนินการเร็วขึ้น จะหนุนให้ไทยน่าสนใจมากขึ้น”

ปี 69 ลุย 3 โครงการ 1.5 พันล้านบาท จ่อขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์เพิ่ม

ในปี 2569 บริษัทฯ วางแผนลงทุนพัฒนาโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มเติม 3 โครงการ พื้นที่ประมาณ 100,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ได้แก่

1.โครงการ BFTZ 8 เทพารักษ์ พื้นที่เช่ารวม 27,000 ตารางเมตร คาดแล้วเสร็จภายในปี 2569

2.โครงการ BFTZ 9 บางนา-ตราด กม.20 พื้นที่ประมาณ 42,000 ตารางเมตร ในรูปแบบ Built-to-Suit ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า

3.โครงการ BFTZ 10 วังน้อย พื้นที่ประมาณ 50,000 ตารางเมตร

บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับมากกว่า 90% และตั้งเป้าปิดดีลผู้เช่าใหม่เพิ่มเติมประมาณ 150,000 ตารางเมตร

โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปล่อยเช่าโรงงานและคลังสินค้ารวม 1 ล้านตารางเมตร และมีแผนขยายเพิ่มปีละประมาณ 100,000 ตารางเมตร เพื่อก้าวสู่เป้าหมายพื้นที่เช่ารวม 2 ล้านตารางเมตรในระยะยาว

นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2569 นำทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่ากว่า 5,040 ล้านบาท เสริมศักยภาพทางการเงินเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย

บุกธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมครั้งแรก

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายธุรกิจ ผ่านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะกง บนพื้นที่ 1,000 ไร่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ปัจจุบันผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570

โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมทั้งโครงการประมาณ 8,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนหลายราย และมีแผนโรดโชว์ดึงนักลงทุนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ

“เรามองเห็นโอกาสจากแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย และการก่อตัวของคลื่นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV, พลังงานสะอาด, Data Center, Robotics และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันเรามีที่ดินเปล่าสำหรับการพัฒนาเพิ่มเติม”

พรอสเพค

ภาษีที่ดิน หนุนแลนด์ลอร์ดปล่อยที่ดินร้างพัฒนาโรงงานให้เช่า-นิคมฯ

นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราเต็ม เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้เจ้าของที่ดิน ทั้งบุคคลและนิติบุคคล เสนอขาย ปล่อยเช่า หรือร่วมลงทุน (JV) กับพรอสเพคฯ

“พื้นที่ศักยภาพ เช่น บางนา-ตราด มีราคาที่ดินเสนอขายถึง 20 ล้านบาทต่อไร่ ทำให้ผู้ซื้ออาจสู้ราคาไม่ไหว ดังนั้น เจ้าของที่ดินจึงนำที่ดินมาเสนอให้พรอสเพคพัฒนา ในรูปแบบ JV มากขึ้น”

ตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท ก้าวขึ้นพอร์ตฯ หลักมั่นคงฯ

จากแผนในข้างต้น ทำให้ปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวม 1,000 ล้านบาท จากปี 2568 อยู่ที่ 1,225 ล้านบาท เติบโต 67.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน YoY (*ปี 68มีรายได้พิเศษเข้ามา หากไม่มีจะทำรายได้ราว 900 ล้านบาท) และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 658.6 ล้านบาท เติบโต 196% (YoY)

โดยมีอัตราการเช่าเฉลี่ย 96% ค่าเช่าเฉลี่ย 180 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน และมีอัตราการต่อสัญญาจากลูกค้าเดิมสูงถึง 98%

รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือมั่นคงเคหะการ

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีความต้องการเช่าพื้นที่สูงสุด ได้แก่

  • โลจิสติกส์
  • วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
  • ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลและเวชภัณฑ์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

ขณะที่ผู้เช่าหลักมาจาก 5 สัญชาติ ได้แก่ ไทย จีน ยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

ทั้งนี้ ในแต่ละอุตสาหกรรมและสัญชาติของผู้เช่าจะคงสัดส่วนไม่เกินรายละ 20-25% เพื่อบาลานซ์พอร์ตฯ กระจายความเสี่ยงธุรกิจ