ถือเป็นการขยับตัวที่น่าสนใจของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) ร้านออลเดย์ไดนิ่งสัญชาติออสเตรเลีย ที่ปัจจุบันอยู่ในเครือของไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ลุกขึ้นมาสร้างสีสันในตลาดร้านอาหาร ด้วยโปรเจกต์ The Coffee Club x Pitt Karchai เปิดตัว “พิชญ์ กาไชย” เป็น Exclusive Celebrity Chef คนแรกของแบรนด์
ความพิเศษของแคมเปญนี้ก็คือ เป็นการใช้กลยุทธ์ Celebrity Chef เป็นครั้งแรก ซึ่งเหมือนเป็นการได้ร่วมกันพัฒนาเมนูใหม่ด้วย แถมยังได้อิมแพ็คของพิชญ์ ที่เป็นเหมือนพรีเซ็นเตอร์แบบกลายๆ ช่วยสร้างการรับรู้ไปในตัว
ซึ่งเดอะ คอฟฟี่ คลับ ได้เริ่มปรับภาพลักษณ์มาสักพักใหญ่ๆ ต้องการตะโกนบอกผู้บริโภคว่าร้านเป็น All-Day Dining Destination มีเมนูอาหารที่ทานได้ทั้งวันตั้งแต่อาหารเช้า บรันช์ อาหารมื้อหลัก อีกทั้งยังมีเมนูโลคอล อย่างอาหารไทยเข้ามาเสริมด้วย จากเดิมที่แข็งแกร่ง และถนัดในเมนูอาหารเช้า และกาแฟ ซึ่งกลุ่มอาหารเช้าสร้างรายได้มากถึง 25%
แล้วทำไมถึงเป็นพิชญ์ กาไชย?
พิชญ์ เป็นนักร้อง นักแสดง ที่มีความสามารถด้านการทำอาหาร ในฐานะ Celebrity Chef ผู้ได้รางวัลคนแรกของประเทศไทย ที่มีความโดดเด่นด้านการทำอาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง
แคมเปญนี้มีการร่วมกันพัฒนาเมนูใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อร่อยได้แบบ All-Day Dining โดยที่เมนูพิเศษนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าคนไทยที่มองหาร้านอาหารที่ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นมื้อสาย (Brunch) หรือมื้อเย็น (Dinner) ประกอบด้วย 3 เมนูไฮไลต์ ได้แก่
1) Sweet&Savoury Signature French Toast : เมนูที่ผสมผสานคาวหวานในจานเดียว ใช้ขนมปัง Brioche เนื้อนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกโชริโซพรีเมียม ตัดเลี่ยนด้วยซอสเบอร์รี่สูตรพิเศษ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
2) Truffle Mushroom Risotto with Steak : Risotto เมนูข้าวสไตล์อิตาเลียนที่หลายคนคุ้นเคย มาพร้อมเนื้อ Striploin ชิ้นหนา นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ย่างในระดับความสุกที่พอดี
3) Truffle Mushroom Risotto with Salmon : เมนูแซลมอนพรีเมียมที่รังสรรค์มาเพื่อคนรักสุขภาพ และรสชาติเข้มข้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นตลอดทั้งวัน
นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด กล่าวว่า
“ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากเคมีที่ลงตัวของแบรนด์และพิชญ์ กาไชย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า นอกจากตัวตนการเป็นนักแสดง แต่ยังเป็นเชฟทำอาหารด้วย เป็นตัวจริงด้านการทำอาหารสไตล์ตะวันตก และมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เป็นตัวของตัวเอง สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของเดอะ คอฟฟี่ คลับที่เน้นความเฟรนลี่ และเข้าถึงง่าย การร่วมงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำชื่อเสียงของเซเลบริตี้มาแปะ แต่เป็นการดึงเอาความหลงใหลในอาหารตะวันตกมาถ่ายทอดสู่เมนูที่ลูกค้าคนไทยคุ้นเคย แต่พิเศษด้วยวัตถุดิบและเทคนิคที่ยกระดับขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการการรับรู้แก่ผู้บริโภคถึงจุดยืนของเดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่เป็น All-Day Dining Destination”
โดยทั้ง 3 เมนูนี้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 21 เมษายน 2569 ที่เดอะ คอฟฟี่ คลับทุกสาขา เป็นเมนูพิเศษมีระยะเวลาการขายเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น
ปัจจุบันเดอะ คอฟฟี่ คลับเปิดให้บริการครอบคลุม 41 สาขา แบ่งเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯ 23 สาขา และต่างจังหวัด 18 สาขา ในปีนี้เน้นการรีโนเวตสาขาเดิม เพื่อให้ลูกค้าได้รับบรรยากาศ และประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังเล็งเปิดสาขาใหม่ในเมืองท่องเที่ยว โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาใหม่ไปแล้วที่ ท็อปส์ เขาพระตำหนัก พัทยา และยังมีการตั้งเป้าเปิดสาขาอีกหลายแห่ง อาทิ สมุย, พังงา และภูเก็ต เป็นต้น เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์การอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งอาคารออฟฟิศ คอมมูนิตี้มอลล์ และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ








