“ฟาร์มเฮ้าส์” ปรับแพ็กไซส์ขนมปัง 3 แผ่น เพราะคนไทยครอบครัวเล็กลง ซื้อเป็นแถวแล้วกินไม่หมด

กลายเป็นอีกหนึ่งมูฟเมนต์ที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ล่าสุด “ฟาร์มเฮ้าส์” แบรนด์ขนมปังภายใต้ บริษัท เพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มีการออกสินค้าใหม่เป็น กลุ่มขนมปังบัตเตอร์สก็อต แต่ได้ปรับแพ็กไซส์ลงเป็นซองละ 3 แผ่น มีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม จำหน่ายราคา 17 บาท รสชาติแรกที่ออกสู่ท้องตลาดก็คือ กลิ่นใบเตย

ปกติแล้วฟาร์มเฮ้าส์จะมีสินค้ากลุ่มขนมปังแผ่น หรือหลายคนอาจจะคุ้นเคยว่าขนมปังแถว จะมีทั้งแบบแถวเล็ก แถวใหญ่ ได้แก่

ขนมปังแผ่นแถวแดง

  • ขนาด 240 กรัม บรรจุ 10 แผ่น ราคาถุงละ 21 บาท
  • ขนาด 480 กรัม บรรจุ 20 แผ่น ราคาถุงละ 40 บาท

ขนมปังโฮลวีต แถวเขียว

  • ขนาด 250 กรัม บรรจุ 10 แผ่น ราคาถุงละ 24 บาท
  • ขนาด 500 กรัม บรรจุ 20 แผ่น ราคาถุงละ 44 บาท

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มขนมปังแผ่นแบบพรีเมียม มีแผ่นใหญ่กว่าขนมปังแถวแดง และแถวเขียว ก็คือ กลุ่มขนมปังรอยัลเบรด และอิงลิชเบรด ซึ่งมีประมาณ 275 – 285 กรัม บรรจุ 5-7 แผ่น และจำหน่ายราคา 29-50 บาท

แต่ด้วยปัจจุบันคนไทยอยู่อาศัยแบบครอบครัวเล็กลง ไม่ได้อยู่ครอบครัวใหญ่ หรืออยู่คนเดียวมากขึ้น ทำให้การซื้อขนมปังแถวใหญ่อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร แถวเล็ก 10 แผ่นก็เยอะไป แบบ 5 แผ่นก็ยังกินไม่หมด ฟาร์มเฮ้าส์เลยปรับแพ็กไซส์ให้เหลือ 3 แผ่น รับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า 

“สินค้าตัวใหม่นี้เราได้อินไซต์จากผู้บริโภคว่า ทำแบบ 10 แผ่นแล้วกินไม่หมด เลยปรับเหลือ 3 แผ่น เพราะตอนนี้  เทรนด์เรื่องสุขภาพมาแรง และคนไทยอยู่ครอบครัวเล็กลง แต่ขนมปังแถวแดง กับแถวเขียวก็ยังเป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 และอันดับ 2 ของบริษัท ตอนนี้มีกลุ่มผู้ประกอบการนำไปประกอบธุรกิจมากกว่า 10,000 ราย”

ในปี 2568 พบว่าตลาดเบเกอรี่ไม่มีการเติบโต มีอาการทรงๆ ก็คือไม่เติบโต และไม่ติดลบ มีมูลค่าราว 40,000-50,000 ล้านบาท แต่ได้กระแสความนิยมมาจากกลุ่มขนมปังใหม่ๆ อย่างชิโอะปัง, ครัวซอง และซาวโดว์ เพราะคนไทยชอบลองของใหม่ ในปีนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าไม่เติบโตอีกเช่นกัน เพราะด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ และพิษสงคราม

เมื่อดูอัตราการบริโภคขนมปังของคนไทย อภิเศรษฐบอกว่าไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ทราบแค่ว่ามีการบริโภคน้อยกว่าประเทศญี่ปุ่นถึง 5 เท่า และบริโภคน้อยกว่าประเทศมาเลเซีย 2 เท่า เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโต ยิ่งมองว่าในสภาวะแบบนี้ขนมปังเป็นของกินที่สะดวกที่สุด แกะทานได้เลย เทียบกับข้าวที่ยังต้องนำไปหุงก่อน

สำหรับประเด็นเรื่องต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น จะกระทบต่อยอดขาย และกำไร แต่อภิเศรษฐยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน อีกทั้งเมื่อปีก่อนเพิ่งปรับลดราคาขนมปังแถวแดงจาก 42 บาท เหลือ 40 บาทไปเอง เน้นการจัดการภายในให้ดี โชคดีว่าเป็นบริษัทเดียวในไทย ที่มีทั้งผลิต ขนส่งกระจายสินค้า การขาย ในบริษัทเดียว ยืนยันว่ายังทำกำไรได้ มีความสามารถในการต่อรอง 

ตอนนี้อยู่ในช่วงการสร้างโรงโม่แป้งแห่งใหม่เป็นของตัวเอง หรือ PB Flour Mill เพราะต้องการควบคุมคุณภาพแป้งให้มีกำลังการผลิตต่อเนื่อง และควบคุมต้นทุน คุมราคาด้วย เพราะบางทีโรงแป้งขึ้นราคาแล้วไม่ลง แต่เดิมได้มีซัพพลายหลายโรง แต่ว่าผลิตไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดของเสียได้ คาดเปิดใช้งานในปี 2571 ตั้งอยู่แถวบางปะกง

สำหรับวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ได้กระทบเรื่องการขนส่งมากเท่าไหร่ แต่ที่กระทบแน่นอนคือเรื่องการออกสินค้าใหม่ เพราะ “ฟิล์มพลาสติก” ขาดตลาด ทำให้กระทบต่อตัวแพ็กเกจจิ้ง จากปกติจะมีการออกสินค้าใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1-2 รายการ ตอนนี้ต้องชะลอไปก่อน 

ในปี 2568 มีรายได้รวม 7,000 ล้านบาท ในปีนี้ตั้งเป้าโต 5-10%