รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 9 กันยายน 2547

ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

ตลาดหุ้นไทยในวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ โดยปิดที่ 641.04 จุด เพิ่มขึ้น 10.83 จุด หรือร้อยละ 1.72 มูลค่าการซื้อขายสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 2.49 หมื่นล้านบาท โดยตลาดยังคงได้รับแรงบวกจากการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวที่ราคาได้ลดลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดความผันผวนลงไป

– ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดลดลงไปจากระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อวันก่อน โดยปิดที่ 12,942.2 จุด ลดลงไป 107.76 จุด หรือร้อยละ 0.83 โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้ลดลงไปเป็นวันที่สองติดต่อกัน

– ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงในวันนี้ โดยลดลงไป 108.23 จุด หรือร้อยละ 0.96 ไปปิดที่ระดับ 11,170.96 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อเครื่องจักรในภาคเอกชนของญี่ปุ่นประจำเดือน ก.ค. ที่ลดลงไปมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งได้ส่งผลให้ราคาหุ้นทุกกลุ่มปรับตัวลดลง

– ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันพุธที่ 8 กันยายน ปิดตลาดลดลงไปจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวันก่อน โดยอยู่ที่ระดับ 10,313.36 จุด เพิ่มขึ้น 29.43 จุดหรือร้อยละ 0.28 จากการประกาศการคาดการณ์ผลประกอบการที่ลดลงในปีนี้ของบริษัทโคคา โคลา โดยแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯที่กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯได้ฟื้นตัวขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเเต่อย่างใด

– เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับค่า เงินยูโร และ เงินบาท โดยอยู่ที่ระดับ 1.2184 ดอลลาร์ฯ/ยูโร และที่ 41.577 บาท/ดอลลาร์ฯ แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 109.55เยน/ดอลลาร์ฯ

ภาวะตลาดหุ้น

Thailand’s SET
ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ที่ 641.04 จุด เพิ่มจากวันก่อน 10.83 จุด หรือร้อยละ 1.72 มูลค่าการซื้อขายสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 24,914.36 ล้านบาท โดยเป็นการปรับตัวสวนทางกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค ทั้งนี้ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวซึ่งราคาได้ลดลงไปอย่างมาก ได้แก่ หุ้นในกลุ่มพลังงาน, อสังหาริมทรัพย์, ธนาคาร และ สื่อสาร เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการปรับลดลงมากที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

Japan Nikkei-225
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงไปเป็นวันที่สอง โดยลดลงไปอย่างมากถึง 108.23 จุด หรือร้อยละ 0.96 ไปอยู่ที่ระดับ 11,170.96 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อเครื่องจักรในภาคเอกชนที่ลดลงร้อยละ 11.3 ในเดือน ก.ค. จากเดือน มิ.ย.ซึ่งลดลงไปมากกว่าที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดไว้ที่ร้อยละ 2.5 และได้ส่งผลให้มีแรงขายหุ้นในทุกกลุ่มออกมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนมากยังคงเชื่อในการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น และคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มตัวเลขจีดีพีในช่วงไตรมาสเดือน เม.ย. –มิ.ย.ในวันพรุ่งนี้

Hang Seng
ตลาดหุ้นฮ่องกงลดลงไปเป็นวันที่สองเช่นเดียวกัน โดยปิดที่ระดับ 12,942.2 จุด ลดลงไปอีก 107.76 จุด หรือ ร้อยละ 0.83 ทั้งนี้ตลาดได้รับปัจจัยลบจากการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อย่างมากเป็นวันที่สอง โดยนักลงทุนได้ชะลอการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอย่างมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ปรับตัวลดลงไปหลังจากราคาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อวันก่อน

US ‘s Dow Jones
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวันก่อน โดยลดลง 29.43 จุด หรือ ร้อยละ 0.28 ไปปิดที่ 10,313.36 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลางที่ 1.2 พันล้านหุ้น โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากการปรับลดการคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ของบริษัท โคคา โคลา ทั้งนี้แถลงการณ์ในเชิงบวกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยนาย อลัน กรีนสแปนที่ผ่านมา ไม่ได้ช่วยกระตุ้นการซื้อขายมากนัก โดยแถลงการณ์ดังกล่าวได้ช่วยย้ำการคาดการณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้

US’s NASDAQ
ดัชนี NASDAQ ปิดตลาดลดลงไปเช่นเดียวกัน โดยปิดที่ระดับ 1,850.64 จุด ลดลงไป 7.92 จุด หรือ ร้อยละ 0.43 โดยได้รับแรงกดดันจากการประกาศเตือนเกี่ยวกับการลดผลกำไรในปีนี้ ของบริษัทหลายแห่ง

สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

Baht/USD
เงินบาทได้แข็งค่าขึ้นไปเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯเช่นเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นๆในภูมิภาคในวันนี้ เนื่องจากแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปหลังจากการประชุมในวันที่ 21 ก.ย.นี้

Yen/USD
เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยเงินดอลลาร์ฯได้รับแรงหนุนจากการประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อเครื่องจักรของภาคเอกชนในเดือน ก.ค.ของญี่ปุ่นที่ได้ลดลงร้อยละ 11.3 มากกว่าที่ได้คาดไว้ว่าจะลดลงไปร้อยละ 2.5 หลังจากที่เงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงไปในช่วงแรกจากแถลงการณ์ของนายอลัน กรีนสแปนต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำสภาผู้แทนของสหรัฐฯ เมื่อวันก่อน ซึ่งได้แสดงความระมัดระวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น และได้กล่าวว่าภาวะเงินเฟ้อได้ลดระดับลงจากในช่วงที่ผ่านมา

USD/Euro
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับเงินยูโร โดยแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันก่อนได้แสดงความเห็นในเชิงบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างระมัดระวังมากขึ้น ประกอบกับการลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อได้ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงไม่เปลี่ยนการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯจะถูกปรับขึ้นอีกร้อยละ 0.25 ในเดือนนี้ โดยตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนให้ความสนใจต่อไป ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก และ ดัชนีราคาสินค้านำเข้าของสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้ ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิต และ ตัวเลขดุลการค้าในวันศุกร์

สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

Thai Gov. Bond
มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 4,562.61 ล้านบาท ลดลงจากวันก่อนถึงร้อยละ 56.7 โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลาง และ ระยะยาวได้ปรับตัวอยู่ในช่วงตั้งแต่ -2 ถึง 0 bps.

US Treasury Bond 10 Years
ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 8 กันยายน ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันก่อน ถึงแม้ว่าในแถลงการณ์ดังกล่าวจะยังคงบ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯได้ฟื้นตัวจากช่วงกลางปีที่ผ่านมา แต่การคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดความรุนแรงลงไป ได้ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะไม่รีบร้อนในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่ยังเหลือจนถึงสิ้นปีนี้ หลังจากที่คาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 ในการประชุมวันที่ 21 กันยายน