OSGi Alliance เปิดตัวข้อกำหนดแพลตฟอร์มการให้บริการ รีลิสซ์ที่ 4 อย่างเป็นทางการ

ปารีส–(บิสิเนสไวร์)–20 ต.ค. 2548 – OSGi(TM) Alliance เปิดตัวข้อกำหนดแพลตฟอร์มการให้บริการ รีลิสซ์ที่ 4 อย่างเป็นทางการในงานประชุมประจำปี Developer Forum and World Congress ครั้งที่ 4 โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อกำหนดดังกล่าวจากเว็บไซต์ www.osgi.org ได้นับแต่บัดนี้ ทั้งนี้ข้อกำหนดแพลตฟอร์มการให้บริการของ OSGi (TM) รีลิสซ์ที่ 4 นี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานแบบแยกเป็นโมดูลให้กับเทคโนโลยี Java(TM) และทำหน้าที่เป็นเสมือนรากฐานสำหรับบริการใหม่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ รถยนต์ อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์อื่นๆ

การเปิดตัวในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือระหว่าง OSGi Alliance กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและองค์ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทำผ่านทางการเข้าเป็นสมาชิกและผู้ร่วมดำเนินการ โดยในช่วงที่มีการจัดงานการประชุมดังกล่าว (วันที่ 11 – 14 ตุลาคมที่ผ่านมานี้) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงกับข้อกำหนด รีลิสซ์ที่ 4 และแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อเทคโนโลยีของ OSGi และข้อกำหนด รีลิสซ์ที่ 4 จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้แก่วงการอุตสาหกรรมทางด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารระยะไกลด้วยคอมพิวเตอร์ (Telematics) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในครัวเรือน และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างไร ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอ การอภิปราย การสาธิตการใช้งานอย่างหลากหลาย โดยมุ่งเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดหลัก รีลิสซ์ที่ 4 ผลกระทบต่อธุรกิจในกรณีที่มีการใช้งานมาตรฐานแบบเปิด (Open standard) และตัวอย่างธุรกิจที่มีการใช้งานเทคโนโลยีของ OSGi

สแตน โมเยอร์ ประธาน OSGi Alliance และผู้บริการระดับสูงของบริษัท Telcodia กล่าวว่า “การมีข้อกำหนด ลีสิสซ์ที่ 4 ทำให้กลุ่มตลาดที่เกี่ยวข้องสามารถปรับใช้ข้อกำหนดของ OSGi ได้ด้วยความมั่นว่าข้อกำหนดดังกล่าวมีความสมบูรณ์และเป็นทางการ”

“ข้อกำหนด ลีสิสซ์ที่ 4 ทำหน้าที่เป็นเสมือนรากฐานของสถาปัตยกรรมที่เน้นการให้บริการ (Service-Oriented Architecture) ที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้สามารถให้บริการที่สามารถจัดการได้บนอุปกรณ์ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมต่างๆ นอกจากนี้การที่ข้อกำหนดมีแบบจำลองที่เน้นส่วนประกอบ (Component-Oriented Model) จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและบำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายได้อีกเช่นเดียวกัน ซึ่งช่วยให้วงการอุตสาหกรรมสามารถพัฒนาความสามารถในการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว” นายโมเยอร์กล่าว

นายโมเยอร์อธิบายว่าการนำแพลตฟอร์มการให้บริการของ OSGi มาใช้ในอุปกรณ์เครือข่ายจะช่วยความสามารถบริหารช่วงอายุการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ให้บริการในอุปกรณ์ภายในเครือข่ายได้อย่างมีความปลอดภัย ทั้งนี้การติดตั้ง อัพเดต และลบซอฟต์แวร์ที่กล่าวถึงจะดำเนินการด้วยวิธีที่สามารถควบคุมได้ โดยจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการทำงานของอุปกรณ์

บีเจ ฮาร์เกรฟ ประธานฝ่ายเทคโนโลยีของ OSGi และสมาชิกระดับอาวุโสประจำฝ่ายเทคนิคของ IBM กล่าวว่า “ข้อกำหนด รีลิสซ์ที่ 4 มีหลายฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างชุดติดตั้งและรวบรวมทั้งซอฟต์แวร์เก่าและซอฟต์แวร์ใหม่ให้เป็นกลุ่มเพื่อให้สามารถนำไปนำไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ที่มีทรัพยากรจำกัดไปจนถึงเครื่องเซิร์พเวอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง” โดยฟีเจอร์ดังกล่าวประกอบด้วย

– การเพิ่มความสามารถในการทำงานแบบแบ่งเป็นโมดูลให้กับเทคโนโลยี Java จะช่วยสามารถกำหนดขอบเขตในการทำงานของบริการทางด้านเครือข่าย ซึ่งทำให้บริการเหล่านี้สามารถทำงานบน Java Virtual Machine (JVM) ตัวเดียวกันได้

– การแชร์คลาสแบบเป็นโมดูล และการปกปิดรายละเอียดในการทำงานของคลาสเหล่านั้น การบริหารเวอร์ชันของคลาสในกรณีที่คลาสหนึ่งๆ มีหลายเวอร์ชัน ซึ่งทำให้ทั้งแอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิมและแอปพลิเคชันใหม่สามารถทำงานบน JVM ตัวเดียวกันได้

– การมีไฟล์ที่เก็บรายละเอียดการกำหนดค่าการทำงานที่ติดไปกับคลาสของ OSGi ทำให้สามารถนำบริการไปติดตั้งบนอุปกรณ์ใดๆ ได้

– การปรับปรุงด้านความปลอดภัยและนโยบายการทำงาน โดยบริการ Conditional Permission Admin จะช่วยให้สามารถหบริหารการให้บริการผ่านเครือข่ายได้อย่างมีความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสนับสนุนการ

– กำหนดนโยบายการทำงานแบบไดนามิกโดยนำปัจจัยภายนอกมากำหนดเป็นเงื่อนไขการทำงาน และด้วยการสนับสนุนด้านลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital signature) ของข้อกำหนด รีลิสซ์ที่ 4 จะช่วยให้สามารถจัดการด้านความปลอดภัยได้จากส่วนกลาง ในกรณีที่มีการใช้งานผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มการให้บริการของ OSGi

– การมีข้อกำหนด Declarative Services จะช่วยแก้ปัญหาการใช้หน่วยความจำ โดยสามารถป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชันหลายๆ ตัวสามารถเรียกใช้บริการจากอุปกรณ์ฝังตัวผ่านทางสถาปัตยกรรมที่เน้นการให้บริการได้

– มีความสอดคล้องกับข้อกำหนด รีลิสซ์ที่ 3 โดยเราไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชัน บริการ หรือสิ่งที่ติดมาพร้อมกับ OSGi ที่มีอยู่เดิม

แบบจำลองส่วนประกอบของแพลตฟอร์มการให้บริการจะช่วยให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถค้นหาบริการอื่นๆ และทำงานร่วมก้นได้แบบไดนามิก ทั้งนี้มีกลุ่มบุคคลองค์กรอื่นๆ เช่น Eclipse Foundation, Java Community Process (JCP) และโครงการ ERTICO GST ที่ทำงานร่วมกับ OSGi Alliance ในการกำหนดรายละเอียดด้านบริการของข้อกำหนดนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในวงการอุตสาหกรรมในด้านการมีระบบเปิดและการไม่ติดกับสิทธิบัตร

เกี่ยวกับ OSGi Alliance
OSGi Alliance และสมาชิกทำหน้าที่กำหนด, ริเริ่ม, ปรับปรุงและส่งเสริมการนำแพลตฟอร์มการส่งมอบและการจัดการแบบเปิดเผยมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยรวมสำหรับบริการแอพพลิเคชั่นในบ้าน, อาคารพาณิชย์, อุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ OSGi Alliance ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางสำหรับระบบนิเวศแบบประสานของผู้ให้บริการ, ผู้พัฒนา, ผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยข้อกำหนดของ OSGi จะกำหนดสภาวะการประมวลผลที่เป็นมาตรฐานและมุ่งเน้นองค์ปรกอบสำหรับบริการแบบเครือข่าย ปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีของ OSGi ไปใช้ในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆจากบริษัทหลายแห่งในทำเนียบฟอร์จูน โกลบอล 100 แพลตฟอร์มการติดตั้งซอฟท์แวร์แบบแนวนอนของ OSGi Alliance จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับรูปแบบธุรกิจทั้งแบบแนวดิ่งและแบบอุตสาหกรรมไขว้ (cross-industry) ภายในบ้าน, รถยนต์, สภาวะที่มีการเคลื่อนไหว และอุตสาหกรรม และในฐานะที่เป็นบรรษัทอิสระที่ไม่แสวงผลกำไร OSGi Alliance ยังดำเนินการสร้างและจัดจำหน่ายทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและมีรูปแบบหนึ่งเดียว ซึ่งรวมถึงข้อกำหนด, การปฏิบัติตามการอ้างอิงและชุดทดสอบให้แก่สมาชิกทั้งหมด เว็บไซท์ http://www.osgi.org

OSGi เป็นเครื่องหมายการค้าของ OSGi Alliance, Inc. ในสหรัฐและทั่วโลก

Java และเครื่องหมายการค้าที่ใช้ Java ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Sun Microsystems, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

ชื่อบริษัท, แบรนด์และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดอาจเป็นเครื่องหมายการค้าที่เป็นทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

สงวนลิขสิทธิ์
ติดต่อ: OSGi Alliance
ร็อบ แรงค์, 925-275-6625
อีเมล์: rranck@inventures.com