พอนด์ส โฉมใหม่ทั่วโลก ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มพรีเมี่ยม

ผลิตภัณฑ์ พอนด์ส โดยบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง พลิกโฉมแบรนด์ครั้งสำคัญทั่วโลก วางหมากโครงสร้างผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ มุ่งขยายตลาดลูกค้ากำลังซื้อสูงสู่กลุ่มพรีเมี่ยม พร้อมเพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับกลาง (Mass) รุกหนัก เพียงขึ้นไตรมาสที่ 2 ก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สามกลุ่มรวด เอาใจสาวไทยทุกช่วงวัย 1) พอนด์ส เอจ มิราเคิล 2) พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ 3) กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ใหม่! ด้วยบรรจุภัณฑ์รูปโฉม โมเดิร์นโดนใจ พร้อมชูสุดยอดเทคโนโลยีชั้นนำในสูตรใหม่ เชื่อมั่นการพลิกโฉมแบรนด์ครั้งสำคัญนี้จะช่วยขยายตลาด กระตุ้นความคึกคัก โดยพอนด์สมุ่งมั่นรักษาบัลลังก์แชมป์ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงและทำความสะอาดผิวหน้ามูลค่า 9,975 ล้านบาท อย่างเหนียวแน่นและทิ้งห่างคู่แข่งต่อไป

ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงและดูแลผิวหน้าในปัจจุบันมีมูลค่ารวมสูงถึง 9,975 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาว 48% กลุ่มผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย 40% กลุ่มเพื่อการบำรุงผิวพื้นฐาน 7% และอื่นๆ อีก 5% โดยปัจจุบัน พอนด์สเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 22.2% ของตลาดรวม ตามมาด้วยโอเลย์ 20.7% นีเวีย วิซาจ 8.6% เดอร์โม เอ็กซ์เพิร์ท 7.9% และการ์นิเย่ 6.5% ตามลำดับ (ข้อมูลวิจัยตลาดณ เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ของ เดอะ นีลเส่น)

นางวรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องใช้ส่วนบุคคล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ ถือเป็นพลิกโฉมครั้งสำคัญของแบรนด์พอนด์สทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเป็นตลาดแรกในเอเชีย โดยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ครบถ้วนทุกมิติและครอบคลุมทุกกำลังซื้อเพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับแบรนด์อย่างทั่วถึง” ดังนี้

? เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความงามชั้นนำ โดยสถาบันวิจัยพอนด์ส คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีความงามชั้นนำที่เหนือกว่าด้วยประสิทธิภาพของและผลลัพธ์การบำรุงและดูแลผิวที่พิสูจน์ได้จริง

? บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ทันสมัย บรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่ถูกออกแบบมาโดยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพอนด์ส พร้อมกันนี้ยังมีบรรจุภัณฑ์นวัตกรรมหลอดสูญญากาศที่คงคุณค่าของสารบำรุงไว้ได้ครบถ้วน

? ใ หม่ ด้วยบริการให้คำแนะนำด้านผิวหน้าและความงามระดับพรีเมี่ยม (Prestige In-store Experience) พบกับชั้นวางสินค้าดีไซน์ใหม่ หรูหราสะดุดตา พร้อมบริการให้คำแนะนำด้านผิวพรรณ จากที่ปรึกษาด้านความงามของพอนด์สที่ได้รับการฝึกอบรมโดยสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพและการบริการมืออาชีพ ได้ทุก ณ จุดขายทั่วประเทศ

การปรับโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญนี้ จะทำให้พอนด์สเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลและบำรุงผิวหน้าระดับกลาง (Mass) เพียงรายเดียวของประเทศที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและสมบูรณ์แบบเพื่อทุกขั้นตอนการดูแลผิว โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์มอยส์เจอร์ไรเซอร์ทั่วไป ผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงเพื่อผิวหน้าขาว ตลอดจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อต่อต้านและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย โดยตอบสนองทุกความต้องการของผิวและยังสามารถตอบโจทย์กำลังซื้อที่แตกต่างกันของผู้บริโภคทั่วประเทศอีกด้วย

“ทั้งนี้ พอนด์ส ได้กำหนดบทบาทของผลิตภัณฑ์ในแต่ละเซ็กเมนต์ไว้อย่างชัดเจน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับกลาง(Mass) ได้แก่ “พอนด์ส ไวท์ บิวตี้” ใหม่ “พอนด์ส เพอร์เฟค รีซัล” และ “พอนด์ส ไลท์เทน แอนด์ รีนิว” ทำหน้าที่นำผู้บริโภครายใหม่ที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเพื่อผิวหน้าขาวหรือลดเลือนริ้วรอยมาก่อนเลยเข้ามาสู่ตลาด ในขณะที่ “พอนด์ส ฟลอเลส ไวท์” และ “พอนด์ส เอจ มิราเคิล” จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวหน้าอยู่แล้วยกระดับขึ้นไปใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีระดับราคาสูงขึ้น (Masstige) เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดการตื่นตัวและเติบโตของตลาดบำรุงและดูแลผิวหน้าโดยรวมในที่สุด” นางวรรณิภา กล่าว

ในปีที่ผ่านมา ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงและดูแลผิวหน้าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยอัตราการใช้ (Penetration) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวในกลุ่มแมสในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 68% ซึ่งก็มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก อีกทั้งเป็นที่น่าสังเกตว่าช่องทางจำหน่ายประเภทแมส ที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 74% ของช่องทางจำหน่ายทั้งหมด ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก ขณะที่ช่องทางประเภทขายตรงและเคาน์เตอร์แบรนด์เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวและเติบโตน้อยลง

ทั้งนี้ พอนด์ส ได้เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 700 ล้านบาทเพื่อรองรับการทำตลาดของแบรนด์พอนด์สโฉมใหม่ในครั้งนี้ โดยมีแผนโฆษณาและประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบ 360 องศา และไม่เพียงจะสื่อสารประสิทธิภาพของเทคโนโลยีความงามใหม่ พอนด์สยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคท้าพิสูจน์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง แบบไม่พอใจยินดีคืนเงินในหลายแคมเปญ (Product Trial) ผ่านเครือข่ายของพอนด์ส ไม่ว่าจะเป็นบู๊ทจำหน่ายสินค้าและ 1142 เรียกพอนด์ส ทั้งนี้ พอนด์สยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงประสบการณ์ ณ จุดขาย โดยพอนด์สได้ทำการศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคกว่า 70 % ระบุว่า ชั้นวางสินค้าที่สวยงาม มีสินค้าให้ทดลองใช้ อีกทั้งการให้บริการและคำแนะนำที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่เธอเหล่านั้นมองหา และมี
ผลในการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น

“แม้ว่าพอนด์สจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือด้านประสิทธิภาพที่พิสูจน์ผลได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับ Insight ที่มีความหมายกับผู้หญิงทั่วโลกอย่างความรัก เพราะพอนด์สเข้าใจดีว่า “ไม่ว่าความต้องการด้านผิวพรรณจะแตกต่างกันอย่างไร ผู้หญิงทั่วโลกมีความต้องการด้านความรักที่ตรงกัน การมีผิวสวยไม่เพียงทำให้เธอเหล่านั้นเกิดความมั่นใจด้านความงาม แต่จะเป็นแรงบัลดาลใจและนำมาซึ่งโอกาสที่จะได้พบกับความสุขแห่งรักมากขึ้น“

จึงเห็นได้ว่าในทุกๆ การสื่อสารของแบรนด์พอนด์สในทุกผลิตภัณฑ์ ทุกแคมเปญทั่วโลก จะมีการนำคอนเซปต์ “มหัศจรรย์แห่งความรัก” มาร้อยเรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแบรนด์เสมอ โดยจะถูกพัฒนาไปตามช่วงเวลาต่างๆ ของวัยโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) แรกรัก [Romance Awakening] สำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มใช้ครีมบำรุงผิว 2) ค้นหารักแท้ [Finding True Romance] สำหรับกลุ่มของหญิงสาวที่เริ่มเข้าสู่วัยที่จะมีคู่ครอง เริ่มต้นชีวิตคู่ และ 3)คืนความหวานให้รักนิรันดร์ (Romance Revival] สำหรับกลุ่มผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ซึ่งก็เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างเอกลักษณ์ของพอนด์สให้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง อีกทั้งจะเป็นสีสันที่พิสูจน์ถึงความเข้าใจและความเชื่อมโยง (Connection and Understanding) ที่พอนด์สมีต่อผู้หญิงทั่วโลกได้อย่างแท้จริง” นางผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์บํารุงผิว บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าว