ธุรกิจเอกชนไทยไม่หวังโตด้วยการซื้อกิจการหรือจดทะเบียนมหาชน

จากรายงานธุรกิจนานาชาติซึ่งจัดทำโดยแกรนท์ ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่าธุรกิจเอกชนเกือบครึ่ง (44%) มีการวางแผนขยายตัวด้วยการซื้อกิจการในอีก 3 ปีข้างหน้า และร้อยละ 23 ของธุรกิจเหล่านี้หวังว่าจะมีการซื้อกิจการข้ามประเทศ แม้ว่าจะมีความผันผวนในตลาดเงินโลกก็ตาม ธุรกิจเอกชนมองการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ทั้งในประเทศและข้ามประเทศว่าเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่ช่วยขับเคลื่อนการขยายตัว ร้อยละ 22 ของบริษัทเอกชนของโลกวางแผนจดทะเบียนมหาชนในอีก 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

มร. ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ กรรมการอาวุโส แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ในขณะที่ธุรกิจเอกชนอาจจะไม่ทำการซื้อกิจการอย่างโจ่งแจ้ง แนวโน้มของโลกแสดงให้เห็นความมั่นใจว่าจะมีการซื้อขายกิจการทั้งในประเทศและข้ามประเทศอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจเอกชนในประเทศเศรษฐกิจเติบโตเร็วอย่างประเทศจีน และอินเดีย มองการควบรวมและซื้อกิจการข้ามประเทศเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะพัฒนาลูกโซ่มูลค่าด้วยการซื้อตราสินค้าและช่องการขายในทวีปเอเซีย อเมริกาเหนือ และยุโรป”

การสำรวจเผยให้เห็นว่า เจ้าของธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเติบโตเร็วมากหรือ BRIC อันประกอบไปด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน กำลังนำการควบรวมและการซื้อกิจการมาใช้ โดยร้อยละ 59 ของธุรกิจในประเทศเหล่านี้วางแผนซื้อกิจการในอีก 3 ปีข้างหน้า ในภูมิภาคเอเซีย ธุรกิจเอกชนในมาเลเซีย ฮ่องกง และเวียดนามแสดงความต้องการค่อนข้างสูงในการซื้อกิจการ โดยร้อยละ 36, 29 และ 29 ตามลำดับ วางแผนขยายธุรกิจโดยการซื้อกิจการในอีก 3 ปีข้างหน้า ผลสำรวจนี้เป็นไปในทางเดียวกันกับผลสำรวจรายงานธุรกิจระหว่างประเทศก่อนหน้านี้ในเรื่องทัศนคติซึ่งบ่งชี้ว่าเจ้าของธุรกิจในประเทศเหล่านี้มีทัศนคติที่ดีต่อสภาวะเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก

มร. ปัญกาจ คาร์นา กรรมการ แกรนท์ ธอร์นตัน อินเดีย เชื่อว่า ผลสำรวจนี้แสดงทัศนคติด้านบวกในหมู่เจ้าของธุรกิจในประเทศเศรษฐกิจเติบโตเร็ว “ปัจจัย 3 ประการที่ผลักดันในธุรกิจเอกชนอินเดียซื้อกิจการข้ามประเทศคือ ประการแรก พวกเขาต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและขยายเข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น ประการที่สอง พวกเค้าต้องการซื้อเทคโนโลยี และประการสุดท้ายคือพวกเค้าต้องการให้การประเมินมูลค่าธุรกิจดูดี การเพิ่มทุนทำได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว ทำให้ธุรกิจเอกชนในอินเดียมีความมั่นใจมากขึ้น”

ในทางกลับกัน เจ้าของธุรกิจเอกชนไทยไม่เห็นว่าการซื้อกิจการเป็นกลไลที่ช่วยในการขยายธุรกิจในปัจจุบัน ไม่มีผู้ตอบการสำรวจคนใดให้ข้อมูลว่ามีแผนซื้อกิจการในอีก 3 ปีข้างหน้า

มร. ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ให้ความเห็นว่า “นี่อาจเป็นอีกสิ่งบ่งชี้ถึงความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับผลการสำรวจในเรื่องทัศนคติก่อนหน้านี้ หรือความกังวลพื้นฐานเรื่องความสามารถในการดำเนินการซื้อกิจการที่ซับซ้อนได้ แน่นอนเราเห็นการควบรวมและซื้อกิจการของธุรกิจมหาชนและธุรกิจข้ามชาติที่ลงทุนในประเทศไทย แต่ธุรกิจเอกชนไทยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทเหล่านี้ไม่มีแผนในการขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการในขณะนี้

รายงานธุรกิจระหว่างประเทศมีการสำรวจแผนของเจ้าของธุรกิจเอกชนที่จะจดทะเบียนบริษัทมหาชนในอีก 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย ซึ่งร้อยละ 22 ของเจ้าของธุรกิจทั่วโลกระบุว่าพวกเขามีแผนจดทะเบียนบริษัทมหาชน ในจำนวนนี้ จีน อินเดีย มาเลเซีย และเวียดนาม มีสัดส่วนสูงที่สุด คือ ร้อยละ 60, 37, 37 และ 30 ตามลำดับ แนวโน้มความเชื่อมั่นที่ลดลงของไทย ทำให้เจ้าของธุรกิจเอกชนเพียงร้อยละ 1 ระบุว่ามีแผนที่จะจดทะเบียนบริษัทมหาชนในอีก 3 ปีข้างหน้า

มร. ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ กล่าวว่า “ผลที่ได้จากเจ้าของธุรกิจเอกชนไทยขี้ให้เห็นทัศนคติด้านลบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และความกังวลเกี่ยวกับความซับซ้อนและความเสี่ยงในการเป็นบริษัทมหาชนในประเทศไทย”

มร. วอล์คเกอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นชัดเจน 3 อย่างที่เห็นได้จากผลการสำรวจเหล่านี้คือ ประเด็นแรก รัฐบาลและเจ้าของธุรกิจไทยจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นในการเสริมสร้างความเป็นผู้นำและการประกอบธุรกิจให้เป็นสากลมากขึ้น ประเด็นที่สอง การเพิ่มความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของเจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องมาจากภาครัฐ ประเด็นสุดท้าย กฏเกณฑ์ในการจดทะเบียนบริษัทมหาชนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กกว่าต้องมีการพัฒนาเพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจขยายตัวด้วยวิธีนี้มากขึ้น กฏเกณฑ์ในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ MAI ในประเทศไทยอาจจะตามแบบอย่าง ตลาดหลักทรัพย์ AIM ในกรุงลอนดอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีนโยบายสร้างสรรค์เพื่อช่วยลดความซับซ้อน ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมหาชนลงอย่างมาก”

เกี่ยวกับ แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย
แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย เป็นที่รู้จักอย่างดี ในสังคมธุรกิจ ในฐานะบริษัทชั้นนำ ผู้ให้บริการระดับมืออาชีพ ซึ่งก่อตั้งในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1991 บริการของเรา รวมถึง ด้าน ไอที, การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ, บุคคลากรทางการบัญชีและการจ่ายเงิน, บริการตรวจสอบบัญชีทั้งภายในและภายนอก, การวางแผนภาษีทั้งในประเทศและต่างประเทศ, การให้คำปรึกษาด้านการเงิน, ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการดำเนินงาน, สร้างกลยุทธ์การตลาด, การจัดจ้างผู้บริหาร, การวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง และค่าตอบแทน, ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเวบไซด์ www.grantthornton.co.th

แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของแกรนท์ ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แกรนท์ ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทสมาชิกมิได้เป็นหุ้นส่วนทั่วโลก แต่ละบริษัทสมาชิกบริหารงานอย่างเป็นอิสระต่อกัน