ยังบางได้อีก! ฮิตาชิเผยนวัตกรรมสุดล้ำ เพิ่มความจุแบตมือถือสองเท่า แต่ยังบางเท่าเดิม


by admin
30-12-2015 00:00:00
Hitachi Maxell บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่นได้พัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนวัตกรรมใหม่ที่สามารถเพิ่มความจุพลังงานให้กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ได้โดยไม่เพิ่มขนาดหรือความหนา แบตเตอรี่ใหม่นี้สามารถจุไฟได้มากกว่าแบตเตอรี่ปัจจุบันถึงสองเท่า โดยพัฒนาวัสดุพิเศษที่ทำจากซิลิคอนมาใช้เป็นขั้วลบแบตเตอรี่แทนวัสดุที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
 
นวัตกรรมแบตเตอรี่ใหม่นี้เรียกว่า ULSiON ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ทำขึ้นจากการเคลือบผิวชั้นแบตเตอรี่ซิลิคอนด้วยคาร์บอน แม้ว่าโดยปกติแล้วขั้วลบจากซิลิคอนนั้นจะหดและขยายตัวได้ง่าย จนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการแบตบวมที่เราทราบกันดี แต่แบตเตอรี่นวัตกรรมใหม่นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวน้อยมากเนื่องจากใช้อนุภาคซิลิคอนที่มีขนาดเล็กมาก
 
ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ULSiON นี้เองทำให้ฮิตาชิสามารถผลิตแบตเตอรี่ขนาดเล็กมากๆ โดยยังคงมีความจุที่มากพอสำหรับการใช้งานได้
 
"(วัสดุใหม่) ช่วยให้เราสามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดจิ๋วที่มีความกว้างเพียง 13 มิลลิเมตรหรือน้อยกว่า แต่มีความสามารถในการเก็บพลังงานมากกว่าเดิมสองเท่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่มีในปัจจุบันที่มีขนาดเท่ากัน" ทางบริษัทยืนยัน
 
หมายความว่า ต่อไปบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างๆ ก็จะสามารถผลิตอุปกรณ์บางๆ มาให้เราใช้กันด้วยแบตที่อึดกว่าเดิม แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ คุณสมบัติดังกล่าวเหมาะสำหรับการนำมาใช้กับอุปกรณ์ไอทีประเภทสวมใส่ที่มีขนาดเล็กซึ่งความต้องการของตลาดกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นาฬิกาสมาร์ทวอชที่ปัจจุบันสามารถใช้งานติดต่อกันสองวันก็จะมีขนาดที่เล็กและบางลง หรืออาจมีความหนาเท่าเดิมแต่อาจใช้ได้ต่อเนื่องนานถึง 4-5 วัน
 
ฮิตาชิคาดว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้เทคโนโลยี ULSiON นี้จะเข้ามาแทนที่แบตเตอรี่แบบเดิมในอุปกรณ์ไอทีสวมใส่ได้ไม่ยาก เพราะแบตเตอรี่ปัจจุบันยังมีความจุที่ไม่มากพอ ไม่รองรับการใช้งานที่แท้จริงของผู้ใช้ แบตเตอรี่แบบใหม่นั้นนอกจากแบตจะอึดแล้วยังได้ความบางมาเป็นของแถมด้วย
 
ฮิตาชิแม็กซ์เซลจะเปิดตัวแบตเตอรี่นวัตกรรมใหม่ ULSiON ในงาน Wearable Expo ครั้งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว ในช่วงวันที่ 13-15 มกราคมที่จะถึงนี้
 
 
ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter