ช่อง 3 เปิดศึก “ครอบครัวข่าว” เขย่าจอ!

“ครอบครัวข่าวเป็นอาวุธใหม่ที่จะเห็นผลเร็วๆ นี้” ประวิทย์ มาลีนนท์ เจ้าสัวใหญ่แห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ประกาศก้อง คล้ายดั่งเป็นการประกาศสงครามรบบนสมรภูมิจอทีวี

นี่ไม่น่าจะใช่การประกาศสงครามผลิตรายการข่าวแบบปกติธรรมดาของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 แต่ครั้งนี้หมายถึง position ใหม่ที่ช่อง 3 มีเป้าหมายถึงชัยชนะอยากจะเป็น “ผู้นำสถานีข่าว” บนสมรภูมิหน้าจอทีวี

“ทำไมช่อง 3 จึงหันมาเล่นกับข่าว” เป็นคำถามที่เจ้าสัวช่อง 3 ตอบอย่างหนักแน่นว่า การเปิดสงครามรายการข่าวครั้งนี้ เกิดจากช่องว่างของการแข่งขันด้านข่าวสำหรับสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง ยังมีที่ว่าง และมีที่สอดแทรกก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านข่าวได้ไม่ยาก เพราะสมรภูมิข่าวในแต่ละช่องช่วงนี้ดูจะยังไม่มีช่องใดมีทีท่าเป็น “เบอร์หนึ่ง” ด้านนี้อย่างแท้จริง แม้แต่ไอทีวี ที่เคยวาง position เป็น “สถานีข่าว” แต่พักหลังก็เป็นแค่เงารางๆ กับการรุกเรื่องรายการข่าว

สูตรเด็ด …ข่าว+บันเทิง

คุยข่าวตลอดวัน…อยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรือ “ครอบครัวข่าว” เป็นโมเดลใหม่ของช่อง 3 เมื่อประวิทย์มั่นใจว่า สูตรใหม่ของรายการข่าว ควรจะมีลักษณะลูกผสมแบบหยินหยาง หมายถึง ข่าวซึ่งเป็นสาระที่ดูเครียด แข็งกระด้าง หากนำมาผสมกับการนำเสนอโดยใช้ความบันเทิงเข้าไปผสม ผ่านตัวพิธีกรที่มีทักษะการวิเคราะห์ การเล่าข่าว คุยข่าวที่ดูสนุก ย่อมทำให้รายการข่าวไม่น่าเบื่อ และมีชีวิตชีวาน่าติดตามมากขึ้น

News talk สไตล์ใหม่ เจ้าสัวช่อง 3 ประกาศสั่งลุยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า นับจากนี้ช่อง 3 จะเป็นครอบครัวข่าวสามัญประจำบ้าน ตั้งแต่เช้ามืดยันดึกดื่น โดยสร้างทีมพิธีกรข่าวระดับแนวหน้ากว่า 20 คน มาบุกรายการประเภทนี้โดยเฉพาะ

ผังรายการใหม่ของช่อง 3 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไล่มาถึงเดือนสิงหาคม จึงอัดแน่นด้วยรายการ News talk นับสิบรายการ มีตั้งแต่เช้ามืดถึงดึกสงัด เรียกได้ว่ามากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

ยุทธการสร้าง “ฮีโร่”

ทั้งหลาย ทั้งปวง บนกระแสความนิยมของรายการข่าว ประเภท News talk ของช่อง 3 เกิดขึ้นจากการดึง สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ข่าวแนววาไรตี้ ให้เกิดความนิยมขึ้น

ประวิทย์เรียกสรยุทธว่า เขาคือ “ฮีโร่ของผม” เพราะตั้งแต่เกิดไอเดียความคิดการสร้างข่าวแบบวาไรตี้เข้ามาในหัวสมอง เจ้าสัวช่อง 3 มั่นใจว่า รายการประเภทนี้ผู้ที่เหมาะสมที่สุด คือ สรยุทธ และเป็นจริงดังฝัน สรยุทธทำเงิน ทำรายได้ จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และสร้างปรากฏการณ์ข่าวให้ช่อง 3 ชนิดที่คู่แข่งขันต้องหันมาทบทวนการผลิตรายการข่าว

ผลพวงของความฟีเวอร์ของสรยุทธ ทำให้ประวิทย์ค้นฟ้าคว้าดาวพิธีกรข่าว ทั้งจากทีมข่าวของช่อง 3 เอง และการดึงซูเปอร์สตาร์พิธีกรข่าวต่างช่อง มาทำรายการข่าวแนววาไรตี้

ไม่ผิดนักที่ใครๆ จะเรียกโมเดลการสร้างรายการข่าวของเจ้าสัวช่อง 3 ว่า ใช้คน มากกว่าใช้สาระของข่าว หมายถึง การสร้างและดึงบุคลากรพิธีกรข่าวที่มีชื่อเสียงมาเป็นจุดขาย เพราะความคิดนี้กลายเป็นสูตรสำเร็จที่ช่อง 3 มองว่า เป็นตัวเร่งที่ก่อให้เกิดความสำเร็จได้เร็วขึ้น

ไม่ว่าจะโมเดลนี้จะผิดหรือถูก แต่การเน้นคนข่าวของประวิทย์มาเป็นจุดขายของรายการข่าว ทำให้ช่อง 3 มีเรตติ้งข่าวพุ่งทะยานขึ้น โดยเฉพาะรายการประเภท News talk ถือเป็น “ของมีค่า” ชิ้นใหม่ของช่อง 3 ซึ่งทำให้คู่แข่งขันหันมาเกาะกระแสทำรายการข่าวแบบวาไรตี้กันแบบ “ช่องเค้ามี ช่องเราต้องมี”

สงครามนี้ต้องชนะ

การเปิดศึกรายการข่าวของช่อง 3 ครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องรายได้ ผลจากโฆษณาหด และสถานการณ์ผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีนักในช่วงครึ่งปี 2548 ทำให้ช่อง 3 ต้องพยายามหาโมเดลรายการใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อความอยู่รอด ลำพังจะเปิดสงครามรายการบันเทิงประเภท “ละครดี ละครน้ำเน่า” อย่างเดียวคงจะเบียดสู้กับบิ๊กเบอร์หนึ่งอย่างช่อง 7 ลำบาก

แม้ประวิทย์จะบอกว่า รายได้จากรายการข่าวของช่อง 3 ที่ผ่านมาจะมีเพียงร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมดตลอดปี หรือประมาณพันกว่าล้านบาท ไม่สามารถเทียบกับรายการบันเทิงประเภทละคร หนังดังจากเมืองนอก เกมโชว์ได้ก็ตาม แต่ศึกครั้งนี้หมายถึงการสร้างเรตติ้ง และความเป็นผู้นำของสถานทีวีหมายเลขสองให้คงอยู่ในสมรภูมิของการแข่งขันต่อไป

คำว่า “การแข่งขัน” เป็นคำที่ประวิทย์ชื่นชอบมาก เพราะนั่นหมายถึง แรงรายได้จากอัตราค่าโฆษณาจะขยับสูงขึ้นตามกระแสความนิยม ยิ่งฟีเวอร์มากขึ้นเท่าใด ก็เท่ากับทำให้เอเยนซี่โฆษณายอมเทกระเป๋าสตางค์ให้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งได้เห็นผลแล้วจากอัตราค่าโฆษณาในรายการข่าวของช่อง 3 ที่ปรับราคาสูงขึ้นตามกระแสนิยม

ประวิทย์และผู้บริหารช่อง 3 ยืนยันว่า ศึกรายการช่วงเช้า ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ช่อง 3 เป็น เดอะวินเนอร์เหนือกว่าทุกช่อง ครึ่งปีที่ผ่านมา ช่อง 3 สามารถเก็บรายได้จากรายการข่าวมากถึง 500-600 ล้านบาท และหมายมั่นจะขยับขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านในสิ้นปี 2548 นี้

โดยเฉพาะรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ช่อง 3 แบบถล่มทลายและ สามารถจุดกระแสรายการช่วงเช้าให้เกิดการแข่งขัน ไม่เพียงแค่นั้น ประวิทย์บอกว่า ให้จับตาดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เป็นอีกหนึ่งรายการที่ช่อง 3 หมายมั่นปั้นมือว่า จะใช้พลังผู้หญิงยึดฐานที่มั่นของเรตติ้งยามเช้าได้อีกหนทางหนึ่ง

โมเดล News talk ช่อง 3

• เกิดขึ้นจากไอเดียรายการเล่าข่าวทางวิทยุ เช่น รายการหญิงไทยขายข่าว กระจกเงาข่าวดัง
• ใช้สูตรผสม สาระข่าว+บันเทิง ผ่านสื่อตัวพิธีกรข่าวคนดัง