สุภาณี เดชาบูรณานนท์ Mindshare Media agency
– หลักโดยทั่วไป นักวางแผนสื่อที่ต้องคำนึง คือ who, where, when, why and how often กล่าวคือเราต้องการพูดกับใคร กลุ่มเป้าหมาย, อาศัยอยู่ที่ใหน, จังหวะเวลา และวิธีการอย่างไรที่ต้องการบอกให้สอดคล้องกับสินค้า
– กลุ่ม Out of home สิ่งสำคัญ คือ จะต้อง combine นำมาข้อมูลประชากร ทำเล และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงกลุ่ม
วรรณี รัตนพล กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสื่อและโฆษณา อินนิทีเอทีฟว์
– 2 สิ่งที่แรกที่ต้องพิจารณา คือ efficiency หมายถึง ซื้อสื่อได้ดีในราคาถูก และ effectivenes หมายถึง สื่อโฆษณาที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยทั้งสองข้อต้องสมดุล (balance)
– วัตถุประสงค์ (objective) ทางการตลาดต้องชัดเจนว่าต้องการอะไร เช่น ต้องการให้คนเห็นโฆษณาสินค้ามากที่สุด หรือต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า เพราะสามารถบริหารสื่อให้สอดคล้องได้ง่ายขึ้น
– กรณีสินค้ามีส่วนแบ่งการตลาดสูง ไม่เน้นการรับรู้ต่อแบรนด์ (awareness brand) แต่ต้องการให้เน้นให้ลูกค้าเปลี่ยนจากยี่ห้ออื่นมาใช้ยี่ห้อใหม่แทน ต้องผสมผสานสื่อเพิ่มสื่อแนวราบบีโลว์เดอะไลน์ เน้นกิจกรรมเข้าถึงตัว ให้ลูกค้าทดลองใช้
ณัฐธิศา พงศ์ธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ ค่าย ดราฟท์ วางแผนและบริหารสื่อในเครือ JWT เอเยนซี่
– สำคัญอยู่ที่โจทย์ลูกค้าต้องการอะไร ภายใต้งบประมาณ (budget) และ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึง (target)
– ควรใช้แบบผสมผสานสื่ออื่นๆ เข้าด้วยกันเพื่อประสิทธิผลทางการตลาด บางครั้งอาจผสมผสานกับสื่อดั้งเดิม (traditional media) อาทิ 3D เพื่อเป็นตัวกระตุ้นและช่องทางติดต่อกลับมา
– ดิจิตอล มีเดีย เป็นสื่อที่สร้างความคาดหวังที่ตอบรับรวดเร็ว ซึ่งเป็น one 2 one marketing ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาในแง่บริการที่ต้องสะดวก และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที
สื่อแบบไหนจดจำได้มากที่สุด
ได้ข้อมูลมาพอสมควรแล้วว่า “New Media” มีกี่ประเภท และประเภทไหนเหมาะกับสินค้า ลูกค้าเป้าหมายแบบไหน ราคาเท่าไหร่
มาดูข้อมูลวิจัย เกี่ยวกับประสิทธิภาพของสื่อนอกบ้าน ประเภทที่สามารถสร้างการรับรู้ได้มากที่สุด หรือเป็นที่รู้จัก หากพิจารณาข้อมูลจากการวิจัยของบริษัท ACORN ที่แบ่งการสอบถามผู้ถูกสำรวจจำนวน 1,200 คน และสอบถามบน 2 เงื่อนไข โดยเงื่อนไขแรก เมื่อสอบถามว่าสื่อนอกบ้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ผู้ที่ตอบโดยทันทีมีจำนวน 76% ระบุว่า คือ Panoramic Shelter หรือโฆษณาด้านหลังของที่พักผู้โดยสาร จำนวน 60% บอกว่ารู้จัก Billboard จำนวน 42% เป็น Trivision 40% เป็นสื่อโฆษณาตัวรถเมล์ (Around Bus Body) และ MUPI อยู่ในอันดับ 5 จำนวน 37%
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการช่วยเหลือผู้ตอบแบบสอบถาม โดยบอกชื่อสื่อ หรือลักษณะสื่อ จำนวน 24% บอกว่ารู้จักป้ายโฆษณาหลังที่พักผู้โดยสาร จำนวน 37% รู้จัก Billboard 57% รู้จัก Trivision 54% รู้จักสื่อโฆษณาตัวรถเมล์ และสูงสุด คือ 61% รู้จัก MUPI
สำหรับสื่อที่ผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าไม่รู้จักเลย คือ มีเกือบทุกสื่อ ยกเว้น ป้ายโฆษณาหลังป้ายรถเมล์ สื่อที่คนไม่รู้จักเลยเป็นอันดับ 1 คือ ป้ายโฆษณา บริเวณตู้เก็บเงินค่าผ่านทาง ของทางด่วน มีจำนวน 35%



