บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 47.8% หลังจากบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่รายได้ขายและบริการอยู่ที่ 658,723 ล้านบาท ลดลง 9.0% จากปีก่อน ตามทิศทางการปรับลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก และประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งมีผลมาจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
แม้รายได้จะลดลง แต่จากการที่ OR สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.2% จากปีก่อนหน้า
การเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
โดยปี 2568 Café Amazon มีปริมาณการขายรวม 429 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน ขณะที่จำนวนสาขาอยู่ที่ 4,742 สาขา เพิ่มขึ้น 280 สาขาจากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น
-สาขาในไทย 4,705 สาขา
-สาขาในต่างประเทศ 37 สาขา
สำหรับทิศทางในอนาคต ‘หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่’ ซีอีโอ OR บอกว่า ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ตลอดทั้ง Value Chain ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจ Mobility และการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ Global อย่างรอบคอบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และส่งมอบคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งพัฒนา OR Ecosystem ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว



