Digital

ดีลเเพง! Visa ซื้อกิจการ Plaid สตาร์ทอัพพัฒนา API การเงิน มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท

ยักษ์ใหญ่ธุรกิจผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรอย่าง Visa ประกาศเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพฟินเทคดาวรุ่ง "Plaid" ด้วยมูลค่ากว่า 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 เเสนล้านบาท) เเพงขึ้นเป็นเท่าตัวจากการเพิ่มทุนครั้งล่าสุด เมื่อปี 2018 ที่บริษัทเคยมีมูลค่า 2,700 ล้านเหรียญ สำหรับ Plaid เป็นสต…

visa card
Photo : Shutterstock

ยักษ์ใหญ่ธุรกิจผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรอย่าง Visa ประกาศเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพฟินเทคดาวรุ่ง "Plaid" ด้วยมูลค่ากว่า 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 เเสนล้านบาท) เเพงขึ้นเป็นเท่าตัวจากการเพิ่มทุนครั้งล่าสุด เมื่อปี 2018 ที่บริษัทเคยมีมูลค่า 2,700 ล้านเหรียญ

สำหรับ Plaid เป็นสตาร์ทอัพผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ API เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ใช้งานเข้ากับแอปพลิเคชั่นบริการทางการเงินต่าง ๆ เป็นที่รู้จักกันอย่างเเพร่หลายในเหล่าผู้พัฒนาฟินเทค (fintech) เเต่คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จักกัน

Plaid มีลูกค้าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง Venmo แอปพลิเคชั่นชำระเงินยอดนิยม, Robinhood แอปฯ สำหรับซื้อขายหุ้น เเละ Coinbase ที่ให้บริการซื้อขายเงินคริปโต เป็นต้น

ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผู้มีบัญชีธนาคารกว่า 1 ใน 4 ของอเมริกาเชื่อมต่อสู่บริการแอปฯ ฟินเทคต่าง ๆ ด้วย Plaid

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่เเข่งกันทั้ง Visa, Mastercard, Citi, American Express รวมถึง Goldman Sachs ต่างก็ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ Plaid

อ่านเพิ่มเติม : Mastercard ซื้อกิจการ RickRecon สตาร์ทอัพประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

plaid

Photo : plaid.com

ในปี 2018 ทาง Plaid ระดมทุนได้ 250 ล้านเหรียญเเละได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทเป็น 2,700 ล้านเหรียญ มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปี 2017 ถึง 2018 เเละกำลังขยายไปยังสหราชอาณาจักรและแคนาดา

Al Kelly ซีอีโอของ Visa เปิดเผยว่า Plaid มีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2015 ด้วยอัตราเฉลี่ยกว่า 100% โดยข้อตกลงนี้จะช่วยในการวางเเผนอนาคตของ Visa ในระยะยาว เเละจะช่วยขยายตลาดเเละเพิ่มรายได้ของบริษัท พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มฟินเทคด้วย

ด้าน Zach Perret ซีอีโอของ Plaid บอกกับ CNBC ว่า แบรนด์ของ Visa จะช่วยให้บริษัทพัฒนาความสามารถ พร้อมขยายขนาดบริษัทเเละผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลกได้ เเละรู้สึกโชคดีที่จะได้มีส่วนช่วยพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของ

เทคโนโลยีฟินเทค

ที่มา : cnbc