ไม่ใช่แค่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ ท่องเที่ยว แต่ตอนนี้โมเดล "ทุนจีน 0 เหรียญ" ได้ขยายไปสู่ธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตในไทยอย่างเต็มรูปแบบ!
ทุนจีนรุกคืบคอนเสิร์ตแฟนมีต สเกลเล็ก-ใหญ่
โอม - รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ผู้จัดงาน Siam Songkran และ Tomorrowland ประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจำนวนงานไม่ต่ำกว่า 300 งาน/ปี สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค
จากความนิยมและการเติบโตของธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ ช่วงที่ผ่านมา "ทุนจีน 0 เหรียญ" รุกคืบสู่ธุรกิจอีเวนต์ในไทยมากขึ้น ทั้งงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต และแฟนมีตติ้ง มากขึ้น และเริ่มเห็นผลกระทบต่อผู้จัดงานในไทย โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมีตติ้ง
ทั้งนี้ วิธีของทุนจีนคือการดึง "นักแสดงและศิลปินต่างชาติ" ทั้งจากจีนเอง หรือกระทั่งจากเกาหลีใต้เข้ามาทำแฟนมีตติ้ง และคอนเสิร์ตในไทย
แต่ Ecosystem ทั้งหมด 'แทบไม่มีเงินตกมาถึงธุรกิจไทย' ด้วยการขายบัตรใช้แพลตฟอร์มจีน รวมไปถึงกลุ่มทีมงาน และอุปกรณ์จัดงานล้วนนำเข้าทั้งหมด
"ปัจจุบันยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาได้ 100% สำหรับตัวทีมงาน บางครั้งก็เกิดจากค่ายศิลปินมีเงื่อนไขใช้คนของเขาทั้งหมด หรืออุปกรณ์ใช้แสดงต่าง ๆ พวกไฟ โครงสร้างเวที แต่ก่อนไทยยังไม่มีความพร้อม เขาจึงมีการนำเข้ามา ประกอบกับมีกฎหมายยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับกลุ่มงานดังกล่าวด้วย"
ปัจจุบัน ก็มีผู้จัดงานจากจีน ติดต่อบริษัทให้ช่วยจัดงานมีตั้งแต่งานสเกลเล็ก (ความจุ 3,000-5,000 คน) ไปจนถึงงานสเกลใหญ่ (ความจุ 15,000-18,000 คน) ที่ดึงศิลปินเบอร์ใหญ่ระดับโลกมา แต่วันเอเชียเวน เจอร์สฯ ไม่ได้รับจัดงานดังกล่าว ส่วนในคอนเสิร์ตรูปแบบ EDM ยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ซึ่งขณะนี้มีการจัดงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15 งาน/ปี (นับรวมทั้งอุตสาหกรรมของงานรูปแบบ EDM)

วิเคราะห์ทำไมทุนจีน 0 เหรียญ บุกหนักไทย
Positioning วิเคราะห์ธุรกิจผู้จัดงานอีเวนต์ในจีนรุกคืบประเทศไทย เกิดปัจจัยสำคัญทั้งจากจีนและไทยรวมกัน ได้แก่
1.การอิ่มตัวและการควบคุมเข้มงวดในประเทศจีน
รัฐบาลจีนมีมาตรการควบคุมความบันเทิงและวัฒนธรรมแฟนคลับ (Fandom Culture) ที่ค่อนข้างเข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้จัดและเอเจนซีจีนต้องมองหา "น่านน้ำใหม่" ที่มีความเสรีมากกว่า และไทยคือหมุดหมายอันดับต้น ๆ
2.ไทยคือ Hub ความบันเทิงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีฮอลล์จัดคอนเสิร์ตที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญคือ "แฟนด้อมชาวไทย" มีกำลังซื้อสูงและมีความพร้อมในการเปย์สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเกาหลี จีน หรือศิลปินไทยเองก็ตาม
3.โมเดลกินรวบ (Vertical Integration)
ทุนจีนกลุ่มนี้ไม่ได้มาแค่เช่าฮอลล์จัดงานเหมือนผู้จัดทั่วไป แต่มาแบบครบวงจร ตั้งแต่บริษัทโมเดลลิ่งนำเข้าศิลปิน, บริษัทระบบแสงสีเสียง, แพลตฟอร์มขายตั๋วของตัวเอง, ไปจนถึงการดีลกับที่พัก รถรับส่ง และไกด์ท้องถิ่น (ในกรณีที่ดึงแฟนคลับจากจีนบินมาดูที่ไทย) ทำให้เม็ดเงินแทบไม่ไหลออกไปหาซัพพลายเออร์ท้องถิ่นเลย

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงและเศรษฐกิจไทย
การเข้ามาของทุนกลุ่มนี้สร้างผลกระทบเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ทั้งแง่บวกในมุมของความคึกคัก และแง่ลบที่เป็นความเสี่ยงของฝั่งผู้ประกอบการไทย
1. ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ไทย
- การถูกตัดราคาและการผูกขาด ผู้จัดไทยรายย่อยหรือรายกลางสู้เม็ดเงินและคอนเนกชันระดับ Global ของทุนจีนได้ยาก ทุนจีนสามารถเหมาฮอลล์ล่วงหน้า หรือสู้ราคาค่าตัวศิลปินได้สูงกว่า จนผู้จัดไทยชิงสิทธิ์นำเข้าศิลปินมาจัดได้ยากขึ้น
- ตกขบวนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เนื่องจากทุนจีนมักนำเข้าอุปกรณ์ แสง สี เสียง หรือใช้เครือข่ายพันธมิตรของตัวเอง ทำให้โมเดลลิ่ง ออแกไนเซอร์ และซัพพลายเออร์ไทยสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้จากการจัดงานขนาดใหญ่
2. ผลกระทบต่อผู้บริโภคและแฟนคลับ
- ราคาบัตรที่พุ่งสูงขึ้น บางครั้งทุนจีนอาจเน้นดึงดูดแฟนคลับกระเป๋าหนักจากจีนให้บินมาดูที่ไทย ทำให้มีการตั้งราคาบัตร VIP หรือบัตรแถวหน้าไว้สูงลิ่ว จนอาจเป็นราคาที่จับต้องไม่ได้หรือกดบัตรยากในไทย
- มาตรฐานการจัดการ ในบางเคสหากเป็นผู้จัดจีนที่ไม่มีความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของแฟนคลับไทย หรือเน้นลดต้นทุนจนเกินไป อาจนำมาซึ่งปัญหาการจัดการ และ Benefits ที่ผู้ซื้อได้ ไม่เป็นไปตามที่ตกลง
3. ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
เงินหมุนเวียนในประเทศน้อยกว่าที่คิด แม้จะดูเหมือนมีงานอีเวนต์ใหญ่ ๆ เกิดขึ้นในไทยบ่อยครั้ง และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น แฟนคลับต่างชาติบินเข้ามา เป็นต้น แต่กำไรส่วนใหญ่จากการขายตั๋วและสปอนเซอร์หลักจะถูกโอนกลับประเทศต้นทาง คล้ายกับนิยามของ "0 เหรียญ" ในภาคท่องเที่ยวนั่นเอง