ตอนนี้พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนจากเดิมที่ต้อง ‘ค้นหาและเปรียบเทียบ’ กลายมาเป็น ‘ดู-เชื่อ-ซื้อ’ ภายในเวลาไม่กี่วินาที สะท้อนให้เห็นว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Speed Economy หรือ ‘เศรษฐกิจแห่งความเร็ว’ ซึ่งไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเฉพาะ ‘ธุรกิจขนส่ง’ แต่รวมถึงอีกหลายธุรกิจ เช่น อีคอมเมิร์ซ, ครีเอเตอร์ ไปจนถึงระบบการชำระเงิน
ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดจากเวที KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “Speed Economy: โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์” เพื่อสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นจริงในระบบ
‘ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู’ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ เคทีซี สะท้อนภาพจริงจากข้อมูลเม็ดเงินและพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี พบว่า คนไทยซื้อน้อย แต่ซื้อบ่อย
โดยช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ยอดธุรกรรมการกดซื้อสินค้าบนอีคอมเมิร์ซและใช้บริการเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเติบโตขึ้น 25% มียอดใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นราว 16% หากเจาะลึกลงไปจะเห็นพฤติกรรมน่าสนใจ
-มียอดใช้จ่ายแบบ Micro Spending เฉลี่ยต่อครั้งประมาณ 800-1,000 บาท
-หมวดสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ได้แก่ 1.ความงามและเครื่องสำอาง 2.เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย 3.ของใช้ในชีวิตประจำวัน
-Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่มียอดใช้จ่ายมากสุด รองลงมา ได้แก่ Lazada และ TikTok
ด้าน ‘กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ’ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ระบุว่า ณ วันนี้เราอยู่วันนี้เราอยู่ในยุคของ Speed Economy ซึ่งความเร็วในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการขนส่ง แต่คือความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ และความเร็วในการเข้าถึงลูกค้า
ข้อมูลจาก Priceza ระบุว่า ตลาด E-Commerce ไทยในปี 2026 จะมีมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 10–20% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย
ด้วยโลกและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายแต่กลายเป็น Economic Ecosystem เชื่อมโยงทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME ครีเอเตอร์ / KOL แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ และภาคบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน
โจทย์ คือ ผู้ประกอบการไทยต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทัน ซึ่งในส่วนของสมาคมฯ มีแผนผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยมุ่งเน้นตลาดศักยภาพใน Southeast Asia ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง รวมถึงจีน
Creator Economy ต้องยกระดับสู่ Trust Economy
ขณะที่ ‘สุวิตา จรัญวงศ์’ อุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย และซีอีโอ Tellscore บอกว่า Speed Economy มีผลต่อการเติบโตของครีเอเตอร์ โดยวงการครีเอเตอร์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการมองหาแค่ ‘การมองเห็น’ (Reach) ไปสู่การสร้าง ‘ความไว้วางใจ’ (Trust) ในระยะยาว
เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น การตัดสินใจเชื่อหรือซื้อจะมาจากความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สร้างขึ้นกับผู้ติดตาม โดยเฉพาะ Micro Creator ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามไม่สูงมาก แต่สร้างเอนเกจสูงที่สามารถสร้างความผูกพันได้ลึกซึ้งกว่า
นอกจากนี้ ครีเอเตอร์ไทยยุคใหม่ไม่ได้ทำแค่คอนเทนต์รับรีวิว แต่เริ่มต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์และเปิดธุรกิจของตัวเองมากขึ้น โดยสมาคมฯ มุ่งยกระดับจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้คนทำงานในระบบนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
บทสรุปในยุค Speed Economy ผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่ทำอะไรได้เร็วที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจผู้บริโภคและสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุด รวมถึงปรับตัวได้ดีที่สุด