ภาพนี้สะท้อนจากผลสำรวจของ SCB EIC เกี่ยวกับความต้องการที่อยู่อาศัยปี 2569 เผยถึงสถิติน่าสนใจว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่มีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นจาก 47% ในปีก่อน และถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะ ‘พับแผน’ ซื้อบ้านเอาไว้ก่อน?
กำแพงเศรษฐกิจที่สูงลิ่ว : ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไทยไม่อยากมีบ้าน แต่อยู่ที่ ‘กำลังซื้อ’ ถูกบีบคั้นจากทุกทิศทาง ทั้ง 'รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ’ เงินในกระเป๋าเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นช้าๆ ไม่ทันค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
‘หนี้สินล้นพ้นตัว’ ภาระหนี้เดิมที่มีอยู่ทำให้การกู้บ้านกลายเป็นเรื่องยาก หรือแม้แต่คนที่มีคุณสมบัติพอก็ยังไม่กล้าเสี่ยง เพราะไม่มั่นใจว่าในระยะยาวจะผ่อนไหวหรือไม่
‘ราคาบ้านสวนทางความจริง’ ขณะที่รายได้นิ่ง แต่ราคาบ้านกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายคนรู้สึกว่าการมีบ้านเป็นเรื่อง ‘ไกลเกินเอื้อม’
สิ่งที่น่ากังวลคือ มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปยื่นขอสินเชื่อ เพราะประเมินตัวเองแล้วว่า ‘กู้ไม่ผ่านแน่นอน’ หรือมองว่ายังไม่พร้อมรับภาระหนี้ก้อนใหญ่ในภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
เมื่ออุปสรรคใหญ่คือเรื่องเงิน แล้วมาตรการที่ผู้บริโภคอยากเห็นมากที่สุดในการสนับสนุนการซื้อบ้าน คืออะไร?
1.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และโครงการบ้านราคาประหยัด เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้จริง
2.ต่ออายุลดค่าธรรมเนียม เช่น การลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ยังคงเป็นสิ่งที่คนซื้อบ้านหลังแรกต้องการ เพื่อช่วยลดต้นทุนในวันโอน
นอกจากการหาบ้านใหม่ หลายคนยังต้องการมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการพักชำระหนี้สำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่แต่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ
ผลสำรวจดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า เทรนด์การอยู่อาศัยของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป คนยุคใหม่ไม่ได้มองแค่เรื่อง ‘ราคา’ แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ ได้แก่ Green Living บ้านประหยัดพลังงาน เช่น การติดตั้ง Solar Roof เพื่อลดค่าไฟในระยะยาว
รองลงมา การเช่าสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมซื้อ อยากเห็นภาครัฐสนับสนุนโครงการบ้านเช่าที่มีคุณภาพและการคุ้มครองสิทธิผู้เช่าที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงนโยบายที่ช่วยให้ผู้สูงวัยเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและกำลังทรัพย์
สุดท้าย SCB EIC วิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า ลำพังเพียงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อาจช่วยพยุงตลาดได้แค่ชั่วคราว แต่จะไม่อาจทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะหัวใจสำคัญของปัญหาคือ ‘โครงสร้างเศรษฐกิจ’
หากเราต้องการให้คนไทยมีบ้านได้อย่างยั่งยืน สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการกระตุ้นการซื้อคือ การเพิ่มรายได้ของครัวเรือน การบริหารจัดการหนี้อย่างจริงจัง และการสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การมีบ้านของคนไทย ไม่เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป