Insight

คนไทย ‘อายุยืน’ แต่ ‘ป่วยนานขึ้น’ โดยเฉพาะโรค NCDs ทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึงปีละ 1.6 ล้านล้านบาท

แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสังคมสูงวัย โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ขึ้นไป สูงถึง 14.68 ล้านคน หรือ 20.9% ของประชากรทั้งประเทศ และความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้คนไทยมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้น โดยผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยถึง 80 ปี และผู้ชายอยู่ที่ 72 ปี

shutterstock_2481907773.jpg

แต่ความจริงอันน่าเจ็บปวดที่ ‘นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต ได้เปิดเผยคือ... อายุที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้การันตีคุณภาพชีวิตที่ดีเสมอไป สะท้อนจากสถิติที่น่าสนใจ คือ

28% ของผู้สูงอายุไทย อยู่ในภาวะพึ่งพิง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

45% ของประชากร กำลังเผชิญภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

88% ของคนไทย กินผักและผลไม้ ‘ไม่เพียงพอ’ ในแต่ละวัน

พฤติกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้กลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) พุ่งสูงเกือบ 48% ในรอบ 10 ปี และดันยอดผู้ป่วยเบาหวานให้สูงถึง 10.6% กลายเป็นสารตั้งต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่กำลังกัดกินสังคมไทย

เพราะโรคเหล่านี้ไม่เพียงคร่าชีวิตคนไทยสูงถึง 1,000 คนต่อวัน หรือกว่า 400,000 คนต่อปี แต่ยังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 9.7% ของ GDP ประเทศ

เม็ดเงินมหาศาลนี้คือต้นทุนการรักษาที่ภาครัฐและเอกชนต้องแบกรับ ซึ่งกำลังฉุดรั้งศักยภาพการแข่งขันของประเทศอย่างรุนแรง

นพ.สุวาณิช ชี้ทางออกสำคัญว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ ‘รักษาเมื่อป่วย’ มาเป็น ‘การป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดโรค’ เพื่อเพิ่ม Health Span หรือช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรงและพึ่งพาตัวเองได้ โดยมี 3 เครื่องมือสำคัญ ดังนี้:

1. เทคโนโลยีคัดกรองโรค (ก่อนออกอาการ) การลงทุนตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน คุ้มค่ากว่าการตามจ่ายค่ารักษายามล้มป่วยหลายเท่าตัว ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่แม่นยำในการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), การตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram), การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) ฯลฯ

2. สูตรอาหารเปลี่ยนชีวิต 2:1:1 รากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดเริ่มจากจานอาหารในแต่ละวัน ด้วยโมเดล Healthy Food Plate 2:1:1: นั่นคือ

2 ส่วน (ครึ่งจาน): ผักหลากสี

1 ส่วน: ข้าว แป้ง หรือธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวกล้อง)

1 ส่วน: โปรตีนไขมันต่ำ (ปลา, ไข่, เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน)

3. แนวทาง DASH Diet เน้นการรับประทานเพื่อลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอล โดยการจำกัดโซเดียม ลดอาหารรสหวาน มัน เค็มจัด และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปทุกชนิด

เพราะการก้าวสู่ยุคอายุยืนอย่างมั่นคง ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็น ‘วาระเร่งด่วนของคนทุกวัย’ เพื่อให้มั่นใจว่าในบั้นปลายชีวิต เราจะมีอายุที่ยืนยาวควบคู่ไปกับสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุข และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องเป็นภาระของใคร และช่วยลดภาระอันหนักอึ้งของระบบสาธารณสุข รวมถึงรักษามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้