ชื่อของ เกาะบริติช เวอร์จิ้น (British Virgin Islands หรือ BVI) กลับมาเป็นที่สนใจในไทย หลังปรากฏในเอกสารเกี่ยวกับ ไทหยาง ซาง (Taiyang Zhang) สามีของ สส.ไอเดียร์ - สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ซึ่งมีรายการเงินให้กู้ยืมประมาณ 1,440 ล้านบาท เป็นรายการสำคัญ ระบุผู้กู้เป็น Three Arrows Capital หรือ 3AC กองทุนคริปโตที่ล้มละลายในปี 2565 ซึ่งจดทะเบียนบริษัท Three Arrows Capital Ltd. ในเกาะบริติชเวอร์จิ้น
เกาะบริติชเวอร์จิ้นคือที่ไหน และทำไมบริษัททั่วโลกจึงนิยมเข้าไปจดทะเบียน?
เกาะบริติชเวอร์จิ้น เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในทะเลแคริบเบียน และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงิน Offshore ที่สำคัญของโลก
จุดเด่นคือระบบกฎหมายและบริการทางการเงินที่รองรับการจัดตั้งบริษัทเพื่อทำธุรกิจและลงทุนข้ามประเทศ
โดยข้อมูลจาก BVI Finance ระบุว่า มี BVI Business Companies ที่ยังดำเนินการอยู่ราว 417,000 บริษัท และประมาณ 2 ใน 5 มีต้นทางจากเอเชีย
บริษัทเหล่านี้จำนวนมากไม่ได้ทำธุรกิจอยู่บนเกาะ แต่ใช้ BVI เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ การลงทุน หรือธุรกรรมระหว่างประเทศ
ทำไมถึงเป็น “สวรรค์นักลงทุน”?
เหตุผลสำคัญคือ BVI มีระบบรองรับการจัดตั้งบริษัทและการลงทุนข้ามพรมแดน ทำให้นักลงทุนสามารถใช้บริษัท BVI เป็นนิติบุคคลในโครงสร้างธุรกิจระหว่างประเทศได้
โดยมีปัจจัยดึงดูดนักลงทุน อาทิ
-จดทะเบียนง่ายและรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง โดยใช้ผู้ก่อตั้งเพียง 1 คน ไม่กำหนดทุนขั้นต่ำ ไม่ต้องแสดงงบการเงิน
-สิทธิประโยชน์ปลอดภาษี เช่น ไม่เก็บภาษีมรดก และภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gains Tax)
แม้การโยกย้ายเงินทุนจะทำได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ BVI มักถูกมองว่าเป็นช่องทางฟอกเงินและเลี่ยงภาษี ส่งผลให้ถูกตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาล และทำให้ประเทศต้นทางของเงินทุนต้องสูญเสียรายได้ภาษีที่ควรนำไปใช้พัฒนาประเทศ
อย่างไรก็ตาม การมีบริษัทใน BVI ไม่ได้หมายความว่าเป็นการทำผิดกฎหมายหรือฟอกเงิน เพราะโครงสร้าง Offshore สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ถูกกฎหมายได้
แล้วทำไม BVI จึงถูกจับตาเรื่อง “ฟอกเงิน”?
ประเด็นอยู่ที่โครงสร้างบริษัท Offshore สามารถทำให้การตรวจสอบ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงหลายประเทศมีความซับซ้อนขึ้น
รายงานประเมินของคณะทำงานต่อต้านการฟอกเงินแห่งแคริบเบียน (CFATF) ระบุว่า BVI ยังมีความท้าทายในการตรวจสอบความเสี่ยงจากการใช้บริษัทและโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อก่ออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงการดำเนินคดีฟอกเงินเมื่อเทียบกับขนาดของภาคธุรกิจและการเงินในพื้นที่
ที่ผ่านมา BVI จึงปรากฏชื่อในคดีการเงินระหว่างประเทศหลายกรณี ทำให้คำว่า “BVI” มักถูกเชื่อมโยงกับภาพของ Offshore และการซ่อนทรัพย์สิน แม้การจดทะเบียนบริษัทที่นี่จะไม่ใช่หลักฐานของการกระทำผิดก็ตาม