Insight

VERITEST ยืนยันคอมพิวเตอร์ ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD มีความเสถียรระดับยอดเยี่ยม

เอเอ็มดี (NYSE: AMD) และเอ็นวิเดีย (Nasdaq: NVDA) ผู้นำเทคโนโลยีกราฟฟิกโปรเซสเซอร์ เปิดเผยในวันนี้เกี่ยวกับผลการทดสอบโดยองค์กรอิสระ ในเรื่องเกี่ยวกับความเสถียรและสมรรถนะของระบบซึ่งพัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform และภายใต้โปรแกรม AMD Commercial Stable Image Platform (AMD CSI…

เอเอ็มดี (NYSE: AMD) และเอ็นวิเดีย (Nasdaq: NVDA) ผู้นำเทคโนโลยีกราฟฟิกโปรเซสเซอร์ เปิดเผยในวันนี้เกี่ยวกับผลการทดสอบโดยองค์กรอิสระ ในเรื่องเกี่ยวกับความเสถียรและสมรรถนะของระบบซึ่งพัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform และภายใต้โปรแกรม AMD Commercial Stable Image Platform (AMD CSIP) ซึ่งถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของโปรแกรม PC Stable Image Platform Program ของอินเทล (Intel) ผลการทดสอบโดยเวอริเทสต์ (VeriTest™) ซึ่งเป็นหน่วยงานในบริษัทไลออนบริดจ์ (NASDAQ: LIOX) ระบุว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform มีความเสถียรสูงกว่าคู่แข่ง

ด้วยเป้าหมายที่มุ่งมั่นลดต้นทุนการเป็นเจ้าของและเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการให้สูงขึ้น ผลิตภัณฑ์ภายใต้ NVIDIA Business Platform จึงถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรม เอเอ็มดีและเอ็นวิเดียได้ร่วมมือกันผ่านโปรแกรม AMD Commercial Stable Image Platform พัฒนาเครื่องพีซีที่ได้รับการรับรองว่า สามารถทำงานได้อย่างปกติโดยไม่ต้องเข้ารับการดูแลรักษาหรือปรับแต่งค่ากำหนดใดๆ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี

"NVIDIA Business Platform ทำให้บริษัทแอสเป็กต์มีผลิตภัณฑ์พีซีที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก, สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐบาล" มร.ริชาร์ด เหลียว รองประธาน บริษัทแอสเป็กต์คอมพิวเตอร์ (Aspect Computer) หนึ่งในผู้สร้างระบบภายใต้โปรแกรม NVIDIA Business Platform Certified กล่าวและว่า "การทดสอบของ เวอริเทสต์พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า แอสเป็กต์, เอเอ็มดี และเอ็นวิเดียมีทั้งความเสถียร, คุณภาพ และความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค"

เวอริเทสต์ได้ทำการทดสอบทั้งสมรรถนะและความเสถียรเพื่อหาความสามารถในการทำงานของระบบภายใต้การทำงานแบบองค์กร ทูลส์ที่ใช้ในการทดสอบสมรรถนะเป็นทูลส์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเวอริเทสต์, พีซีเวิลด์, ซิสซอฟต์แวร์ (SiSoftware) และฟิวเจอร์มาร์ค (Futuremark) ส่วนการทดสอบความเสถียรนั้น ทูลส์ที่ใช้ในการทดสอบคือ BurnInTest Professional V5 ของพาสมาร์ค (Passmark) ซึ่งจะทำการประเมินการทำงานของระบบภายใต้ภาวะโหลดหนักๆในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

สาระสำคัญที่ได้จากการทดสอบของเวอริเทสต์คือ พีซีที่พัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform จะมีความเสถียรในระดับยอดเยี่ยม - ระบบจาก NVIDIA Business Platform และอินเทลทุกระบบจะผ่านการเบิร์นอินก่อนเป็นเวลา 15 วันภายใต้ภาวะโหลดสูงสุด มีเพียงเครื่องเดียวที่ไม่ผ่านการทดสอบนี้เป็นเครื่องที่ใช้ชิปเซ็ตของอินเทล ซึ่งระบบล้มเหลวหลังทดสอบไปได้ 24 ชั่วโมง

พีซีที่พัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform เป็นพีซีที่มีสมรรถนะสูงที่สุดภายใต้ภาวะการทำงานจริง (Real-World) - เครื่องพีซีที่พัฒนาบน NVIDIA Business Platform สามารถทำคะแนนได้สูงสุดในการทดสอบรันแอพพลิเคชั่นที่มีการใช้งานจริงในปัจจุบัน

สมรรถนะของอินเทลไม่แน่นอน - เครื่องที่ใช้ชิปอินเทลหลายเครื่องระบบล้มเหลวแม้จะมีการทดสอบใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งก็ตาม มีเครื่องพีซีที่ใช้ชิปอินเทลอย่างน้อยหนึ่งเครื่องที่ระบบล้มเหลวในระหว่างการทดสอบในแต่ละวัน

"เราเลือก NVIDIA Business Platform เป็นระบบพื้นฐานของเราสำหรับงานวีดีโอวงจรปิดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบซีเคียวริตี้" มร.ไมค์ โวแม็ค ซีเนียร์โปรเจคแมเนเจอร์ บริษัทนอร์ธอเมริกันวีดีโอ (North American Video) กล่าวและว่า "เราเชื่อมั่นในพีซีเหล่านี้ เพราะเทคโนโลยีของเอเอ็มดีและเอ็นวิเดียสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราที่ต้องการซีเคียวริตี้อยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงตลอด 7 วันได้"

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบชองเวอริเทสต์ที่ http://www.lionbridge.com/lionbridge/en-US/services/outsourced-testing/c...

"เอเอ็มดีแพลตฟอร์มเป็นตัวเลือกทีดีที่สุดสำหรับองค์กรที่ต้องการและเน้นเรื่องความเสถียรและความสามารถในการบริหารจัดการระบบ" มร.มาร์ตี้ เซเยอร์ รองประธานอาวุโส กลุ่มคอมเมอร์เชียล บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า "ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่น AMD Opteron™ อย่างต่อเนื่อง เอเอ็มดีจึงประสบความสำเร็จอีกครั้งในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งองค์กรธุรกิจ, หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันการศึกษา การร่วมมือกับเอ็นวิเดียทำให้เราได้แพลตฟอร์มที่มีความเสถียรสูง ทั้งยังสามารถติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว พีซีที่พัฒนาบน NVIDIA Business Platform ภายใต้โปรแกรม AMD CSIP นอกจากจะมีความสามารถในการบริหารจัดการที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีสมรรถนะที่สูงกว่าด้วย"

"การที่เครื่องพีซีจากบริษัทแอสเป็กต์คอมพิวเตอร์และบริษัทแมคคินนอนไมโครทาการ์ (McKinnon Micro Tagar) ซึ่งเป็นเครื่องพีซีที่พัฒนาขึ้นบน NVIDIA Business Platform ผ่านการทดสอบของเวอริเทสต์ นั่นคือโอกาสสำหรับผู้ผลิตพีซีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ลูกค้าและผลิตภัณฑ์นั้นมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง" มร.ดริว เฮนรี่ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์ MCP บริษัทเอ็นวิเดีย กล่าวและว่า "ผลลัพธ์ของโปรแกรม AMD CSIP และ NVIDIA Business Platform ก็คือแพลตฟอร์มที่เสถียรซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้จัดการฝ่ายไอทีปรับลดต้นทุนด้านไอทีของบริษัท และเหตุผลที่ NVIDIA Business Platform เลือกโปรเซสเซอร์ AMD64 ก็คือ เพราะพวกเขาเน้นความเสถียร สมรรถนะสูง กินไฟต่ำและเงียบ"

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NVIDIA Business Platform หรือวิธีเลือกซื้อเครื่องพีซีที่ผ่านการรับรอง NVIDIA Business Platform ที่ www.nvidia.com/nbp

AMD CSIP ซัพพอร์ต AMD Athlon™ 64 X2, AMD Athlon™ 64 และ AMD Turion™ 64 ระบบที่พัฒนาบนเทคโนโลยี AMD64 จะให้สมรรถนะการประมวลผลสูงสุด ขณะเดียวกันก็สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันและที่จะมีขึ้นในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตและอายุการใช้งานที่นานกว่า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AMD CSIP ที่ www.amd.com/csip

เกี่ยวกับ AMD เอเอ็มดี (NYSE:AMD) คือผู้ออกแบบและผลิตไมโครโปรเซสเซอร์, แฟลชเมมโมรี่ และโลว์เพาเวอร์โปรเซสเซอร์สำหรับระบบคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เอเอ็มดีคือผู้นำเสนอโซลูชั่นมาตรฐานที่มุ่งตอบสนองทุกๆความต้องการของผู้ใช้เทคโนโลยีทุกระดับ ตั้งแต่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาล ไปจนถึงผู้บริโภคระดับคอนซูเมอร์ทั่วไป ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.amd.com

เกี่ยวกับ NVIDIA เอ็นวิเดีย (NVIDIA Corporation) คือผู้นำเทคโนโลยีกราฟิกโปรเซสเซอร์ เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์พกพา เอ็นวิเดียมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซานตาคลาร่า มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศต่างๆทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย, ยุโรป และอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nvidia.com

หมายเหตุ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความซึ่งอ้างอิงถึงคุณสมบัติเด่น, ประโยชน์ที่จะได้รับ, ความสามารถ และสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม NVIDIA Business Platform, การลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ, กำหนดระยะเวลาสำหรับการบำรุงรักษาหรือปรับแต่งระบบ, ลูกค้า และความต้องการของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อความที่เป็นการคาดการณ์ มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจเป็นหรือไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก็ได้

ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ได้แก่ ความล่าช้าในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่สายพานผลิต, สมรรถนะที่ลดลงจากการนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเราไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของพันธมิตร, ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในเรื่องสมรรถนะ, การเกิดขึ้นของต้นทุนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อน, การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีสมรรถนะสูงกว่าผลิตภัณฑ์ของเรา, ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการผลิตหรือซอฟต์แวร์, การยอมรับของตลาดในผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งมากกว่าของเรา, การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดมาก่อนเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและอินเตอร์เฟส, ผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง และความเสี่ยงอื่นๆตามรายละเอียดในรายงานผลการดำเนินงานที่เอ็นวิเดียยื่นให้กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission) ได้แก่ รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส ตามแบบฟอร์ม 10-Q สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2549

ข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหล่านี้เป็นการประเมินถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากข้อมูลที่ได้รับ ณ ขณะนั้น เอ็นวิเดียขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อความดังกล่าวโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า