กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ประกาศแต่งตั้ง ดร. วาเลอรี่ แมคเค็นซี่ เจ้าของและพิธีกรนำรายการ “มอร์นิ่ง ทอล์ค” ดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีกิตติมศักดิ์ ชาวต่างชาติคนแรก
นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า “กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ รู้จัก ดร. วาเลอรี่ แมคเค็นซี่ มาเป็นเวลาหลายปี บทบาทและความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติและชาวไทยในระดับต่าง ๆ ที่ ดร. วาเลอรี่ มีความสนิทสนมชิดเชื้อนับเป็นเรื่องน่าประทับใจมาก ระหว่างที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 16 ปี ดร. วาเลอรี่ ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ สำหรับชาวไทยทุกระดับชั้น และนับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ ดร. วาเลอรี่ ได้ตอบตกลงรับคำเชิญมาร่วมเป็นทูตสันถวไมตรีในช่วงเวลาที่กลุ่มบริษัทของเรามีการพัฒนาในหลายโครงการ”
ในปีนี้ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ จะทำการเปิดคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งจะเป็นศูนย์ให้บริการกับนักท่องเที่ยวครบวงจรในย่านใจกลางเมือง ด้วยพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 10,000 ตารางเมตร ภายใน คอมเพล็กซ์ ประกอบด้วยสาธารณูปโภคครบครัน อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับ 4 ดาว ดำเนินการบริหารโดย “โนโวเทล” ภัตตาคาร “รามายณะ”ที่สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 500 ที่นั่ง รวมทั้งโรงละคร คิง เพาเวอร์ โจหลุยส์ ที่จะเปิดการแสดงหุ่นกระบอก คิง เพาเวอร์ โจหลุยส์ สามารถจุผู้ชมได้คราวละประมาณ 600 ที่นั่ง นอกจากนั้นกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ยังรับผิดชอบการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมถึงได้เป็นผู้ประกอบการร้านปลอดอากรเพียงรายเดียว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกด้วยซึ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศกำหนดเปิดใช้สนามบินดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน ศกนี้
ดร. วาเลอรี่ แมคเค็นซี่ เปิดเผยว่า “ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเชิญร่วมเป็นทูตสันถวไมตรีชาวต่างชาติคนแรกของ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ดิฉันได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและมองการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มานานหลายปี และรู้สึกชื่นชมต่อความสำเร็จและการเติบโตของธุรกิจ รวมทั้งยังมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม และโครงการเพื่อชุมชมต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินชีวิตของดิฉันที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนพัฒนาสังคมทุกระดับชั้น”
นอกจากนี้ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปี พ.ศ. 2549 นี้ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ยังได้จัดทำสายรัดข้อมือ เรารักพระเจ้าอยู่หัวขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองด้วยโดยมีข้อความว่า “Long Live the King” ซึ่งในขณะนี้มีผู้ร่วมบริจาคแล้ว 800 ล้านบาท ซึ่งทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับโครงการตามพระราชดำริในโอกาสต่อไป.