Insight

โทรศัพท์เคลื่อนที่ : ผลประกอบการครึ่งแรกปี 49 โตน้อย ... ครึ่งหลังยังต้องระวัง

การประกาศผลประกอบการของบริษัทให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 พบว่า ผลประกอบการในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมของธุรกิจ ในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวลดลงร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันในปี 2548 ที่ผ่านมา และลดลงร้อยละ 12 จากไตรมาสแรกในปี 2549 อย่างไรก็ตามผลประกอบการรว…

การประกาศผลประกอบการของบริษัทให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 พบว่า ผลประกอบการในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมของธุรกิจ ในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวลดลงร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันในปี 2548 ที่ผ่านมา และลดลงร้อยละ 12 จากไตรมาสแรกในปี 2549 อย่างไรก็ตามผลประกอบการรวมในช่วงครึ่งปีแรกยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ในขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.8 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารายได้ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นจะไม่เติบโตมากเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงนั้นได้ส่งผลต่อผลประกอบการของผู้ให้บริการโดยตรง และมีแนวโน้มว่าหากผู้ประกอบการยังคงเน้นการแข่งขันทางด้านราคาค่าบริการอย่างต่อเนื่องต่อไปอีก ในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 ผลประกอบการโดยรวมจะยังคงอยู่ในอัตราที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องไปอีก

ไตรมาส 2 จำนวนผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้น ....2 ล้านเลขหมาย ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 จำนวนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2 ล้านเลขหมาย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.18 จากไตรมาสแรกของปี 2549 และจำนวนผู้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นนั้นขยายตัวสูงถึงร้อยละ 272 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนยอดรวมผู้ใช้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 นั้นมีจำนวนประมาณ 3 ล้านเลขหมาย สูงกว่าในช่วงครึ่งของปี 2548 ถึง 2 เท่าตัว

การแข่งขันทางกันลดราคาค่าบริการที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสแรกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายลดลง โดยในไตรมาสที่ 2 นี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเลขหมายรวม (blended) ประมาณ 374 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ทั้งนี้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพรีเพดมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายประมาณ 271 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ลดลงร้อยละ 9.8 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ในขณะที่โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโพสต์เพด มีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายประมาณ 890 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน อย่างไรก็ตาม แม้การเติบโตของรายได้ที่มาจากการให้บริการพื้นฐานทางด้านเสียงไม่มากนักโดยในช่วงครึ่งแรกของปีรายได้จากการให้บริการทางด้านเสียงเติบโตขึ้นร้อยละ 4.6 เนื่องจากมีการแข่งขันทางด้านราคากันมาก แต่ส่วนของรายได้จากบริการเสริมนั้นก็มีแนวโน้มเติบโตดี โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 เฉลี่ยเติบโตอยู่ที่กว่าร้อยละ 34.4 มีมูลค่าตลาดบริการเสริม รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 11.5 ของรายได้จากการให้บริการรวม เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนร้อยละ 8.5 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

นอกจากปัจจัยทางด้านราคาที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 2 ของปีนี้แล้วยังมีปัจจัยทางด้านอื่นๆ อีกหลายประการ คือ

- ปัจจัยภายนอกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากปัจจัยทางการเมือง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อัตราการขยายตัวของ GDP ในไตรมาสที่ 2 ปี 2549 จะชะลอตัวลงเป็นร้อยละ 5.0 จากร้อยละ 6.0 ในไตรมาสแรก และจะยังคงชะลอตัวเป็นร้อยละ 3.0-3.5 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 5.5 ในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของทั้งปี 2549 อยู่ที่ร้อยละ 4.0-4.5 และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคในการใช้จ่ายในสินค้าและบริการต่างๆ

- ปัจจัยภายในของการให้บริการ เช่น คุณภาพของเครือข่ายที่แย่ลงอันเนื่องมาจากการขยายตัวของผู้ใช้บริการจำนวนมากในขณะที่เครือข่ายไม่ความสามารถในการรองรับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมกันของผู้ใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้อัตราความสำเร็จในการเรียกติด (successful call rate) ลดลงเหลือ 78.4% ภายในโครงข่าย และ ระหว่างโครงข่ายเหลือ 40.9% โดยเฉพาะการโทรข้ามเครือข่ายจะมีปัญหาค่อนข้างมากในช่วงไตรมาสแรก อย่างไรก็ตามการปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณด้วยการเพิ่มจุดเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างผู้ให้บริการแต่ละรายทำให้สถานการณ์การโทรข้ามเครือข่ายในช่วงปลายของไตรมาสที่ 2 ดีขึ้นและมีการตั้งเป้าหมายว่าอัตราการเรียกติดในเครือข่ายน่าจะอยู่ที่ 90% ระหว่างเครือข่าย 70% ได้ในเดือนสิงหาคม

- ปัจจัยทางด้านกฎเกณฑ์การแข่งขัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 นั้น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรคมนาคมซึ่งรวมถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนด้วย ได้แก่ ประกาศว่าด้วยเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2549 ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดอัตราการเชื่อมต่อโครงข่ายและการให้บริการในระยะต่อไป ประกาศว่าด้วยเรื่องแผนเลขหมาย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549 ที่กำหนดจำนวนเลขหมายที่สามารถให้บริการของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ขยายเพิ่มจาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก และสามารถเพิ่มเลขหมายการให้บริการได้เพิ่มเป็น 100 ล้านเลขหมาย รวมทั้งเลขหมายสำรองอีก 300 ล้านเลขหมายเพื่อป้องกันการขาดแคลนเลขหมายในอนาคตหากมีการใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีกำหนดอัตราค่าธรรมนียมการใช้เลขหมายทั้งเลขหมายที่มีการใช้งานและเลขหมายที่ไม่มีการใช้งาน

แนวโน้มครึ่งปีหลัง : การแข่งขันยังสูง ในช่วงครี่งหลังของปี 2549 นั้น การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังมีแนวโน้มของการแข่งขันรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะมีการปรับแผนการตลาดโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคา และหันมาพัฒนาประสิทธิภาพของโครงข่ายให้มากขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินแนวโน้มของตลาดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 ดังนี้

- การเติบโตของจำนวนเลขหมายใหม่ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 การเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการใหม่โดยการประมาณการของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าน่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านเลขหมาย คิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 47 จากช่วงครึ่งหลังในปี 2548 ที่ผ่านมา แต่ชะลอตัวลงจากครึ่งแรกที่มีการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้ใหม่ถึง 3 ล้านเลขหมาย และทำให้ยอดรวมของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ในประเทศตลอดทั้งปี 2549 เพิ่มขึ้นประมาณ 5 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้เมื่อรวมยอดตลอดทั้งปีแล้ว ภายในสิ้นปี 2549 จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านเลขหมาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 16 จากปี 2548 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 54 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าประมาณการที่ได้ทำไว้เมื่อตอนต้นปี ทั้งนี้จะเห็นว่า การจัดกลยุทธ์การตลาดแบบมวลชนหรือการแจกจ่ายเลขหมายหรือให้มีการจำหน่ายเลขหมายในราคาที่ถูก ประกอบกับการปรับลดค่าบริการลงนั้นได้มีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามในส่วนของเลขหมายที่เพิ่มขึ้นนั้น นอกจากจะมาจากผู้ที่ยังไม่เคยมีโทรศัพท์เคลื่อนที่มาก่อนแล้ว ยังมีส่วนหนึ่งมาจากการซื้อซ้ำ หรือมีการใช้เลขหมายมากกว่า 1 เลขหมายต่อคน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 15 ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมดที่ใช้บริการอยู่ในขณะนี้

- การแข่งขันด้านราคาค่าบริการ มีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงลดลง เนื่องจากผู้ให้บริการต่างมุ่งเน้นที่จะหันไปพัฒนาการแข่งขันทางด้านคุณภาพของเครือข่ายและบริการเสริมมากขึ้น หลังจากในช่วงครึ่งแรกการแข่งขันทางด้านราคาทำให้คุณภาพของเครือข่ายลดลง เกิดปัญหาการโทร.ติดยากโดยเฉพาะการโทรข้ามเครือข่ายและไม่เป็นผลดีต่อผู้ใช้บริการ นอกจากนี้มีแนวโน้มว่าในช่วงท้ายของปี กทช. น่าจะมีการประกาศอัตราค่าเชื่อมโยงเครือข่ายมาใช้ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเริ่มต้นในการให้บริการเท่ากับอัตราค่าเชื่อมโครงข่ายที่จะเรียกเก็บ บวกกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถลดราคาค่าบริการลงได้มากเหมือนที่ผ่านมา และจะหันมาเน้นการคิดค่าบริการที่แตกต่างกันระหว่างการโทร. ในเครือข่ายเดียวกันกับการโทร.นอกเครือข่าย และการกำหนดอัตราค่าโทร. ในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือมีการใช้งานมาก คือ 17.00-22.00 น. (peak hour) ให้มีอัตราที่สูงกว่าในช่วงอื่นๆ (off peak)

- การขยายตัวของบริการเสริม ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวดี เนื่องจากมีบริการใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบริการส่งข้อความสั้นยังเป็นบริการหลักที่ได้รับความนิยม เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3 และ 4 มีรายการโทรทัศน์ที่เน้นการส่งเอสเอ็มเอสเข้าร่วมโหวตหลายรายการ นอกจากนี้ในช่วงท้ายของปียังมีเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีการส่งเอสเอ็มเอสกันมาก รวมถึงบริการเอ็มเอ็มเอส ก็มีแนวโน้มขยายตัวดี โดยมีบริการที่เกี่ยวข้องกับการบันเทิงจะได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงรอสาย เสียงเรียกเข้า บริการส่งเพลงเพื่ออวยพรวันเกิด บริการรับข่าวสาร บริการทางการเงิน ซึ่งจะเห็นได้จากมีพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธนาคาร เข้ามาใช้บริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินมูลค่าตลาดบริการเสริมตลอดทั้งปี 2549 อยู่ที่ 20,000 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 นั้น มาจากการกระตุ้นตลาดของผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันของตลาดที่มีความรุนแรงนั้นทำให้ผู้ให้บริการต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขันอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์จากค่าบริการที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้การขยายพื้นที่การให้บริการที่ครอบคลุมยังทำให้ปัญหาทางด้านการสื่อสารของพื้นที่ห่างไกลลดลงด้วย อย่างไรก็ตามแม้จะมีการปรับปรุงคุณภาพของเครือข่ายของผู้ประกอบการไปบ้างแล้วแต่ปัญหาการหลุดของสัญญาณ ปัญหาการโทรข้ามระบบไม่ได้หรือสัญญาณไม่ว่าง ยังคงมีอยู่ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการต้องเผชิญอยู่เสมอ และผู้ให้บริการน่าจะมีการเตรียมความพร้อมของเครือข่ายเพื่อที่จะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 นั้น แม้ว่าแนวโน้มของตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการจะยังคงต้องปรับตัวเพื่อรองรับเกณฎ์การแข่งขันที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงท้ายของปี เช่น การนำอัตราค่าเชื่อมโครงข่าย และค่าธรรมเนียมการใช้เลขหมายมาใช้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการจัดโปรโมชั่นเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นยังทำให้เกิดการหมุนเวียนหรือเคลื่อนย้ายระบบจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่งค่อนข้างสูงและมีการใช้เลขหมายอย่างสิ้นเปลือง ซึ่งในช่วงท้ายของปีคาดว่าการนำระบบค่าธรรมเนียมการใช้เลขหมายมาใช้น่าจะเป็นการช่วยให้การใช้เลขหมายสิ้นเปลืองอยู่ในระดับที่ลดลง นอกจากนี้การขยายจำนวนเลขหมายของโทรศัพท์เคลื่อนที่จะช่วยให้ปัญหาการขาดแคลนเลขหมายหมดไปและสร้างบรรยากาศการแข่งขันให้มีความคึกคักมากขึ้นกว่าเดิม