Insight

พฤกษา ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ไตรมาส 3/51 มีกำไร 558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196%

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2551 มีรายได้ 3,233 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 558 ล้านบาท รวม 9 เดือนแรกของปีนี้ ทำรายได้รวมมากถึง 8,750 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 1,506 ล้านบาท นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้…

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2551 มีรายได้ 3,233 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 558 ล้านบาท รวม 9 เดือนแรกของปีนี้ ทำรายได้รวมมากถึง 8,750 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 1,506 ล้านบาท

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) เปิดเผยว่า “แม้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ แต่ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ บริษัทฯ ยังสามารถทำรายได้สูงถึง 3,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2550 ที่มีรายได้ 2,033 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท โดยรายได้ในไตรมาส 3 นี้มาจากสินค้าประเภททาวน์เฮาส์ จำนวน 1,796 ล้านบาท บ้านเดี่ยว จำนวน 1,361 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม จำนวน 76 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้รวมในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้สูงถึง 8,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากงวด 9 เดือนแรกของปี 2550 ที่มีรายได้ 6,158 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มีกำไรสุทธิ 804 ล้านบาท สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนและเจรจาข้อตกลงอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ โดยโครงการแรกที่จะไปลงทุน คือ โครงการทาวน์เฮาส์”

ด้าน นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) กล่าวว่า “ในไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทฯ ได้ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าจำนวน 2,200 ยูนิต ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มียอดโอนจำนวน 1,566 ยูนิต แต่ลดลงเล็กน้อยเพียง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งมอบบ้านไปจำนวน 2,215 ยูนิต สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 บริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการไอวี่ รัชดา และโครงการเดอะซี้ด พหลโยธิน 14 และบริษัทฯ ยังได้ปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทั้งการนำเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆ แก่ลูกค้า เพื่อกระตุ้นยอดขาย การปรับขนาดโครงการใหม่ๆ ให้มีจำนวนยูนิต น้อยลง เพื่อให้รอบธุรกิจของโครงการสั้นลงและลดความเสี่ยง รวมทั้งมีการปรับทำเลที่ตั้งและการดีไซน์ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อีกมูลค่า 12,744 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ไปจนถึงปี 2554”