Insight

“โรซ่าเฮลท์ตี้เดย์ เพื่อเด็กไทยกินผักมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว”

ด้วยความต้องการที่อยากเห็นเด็กไทยสุขภาพดีทั่วหน้า เพราะกว่า 1.6 ล้านคนของเด็กในประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาทุพโภชนาการ เช่นโรคอ้วน หรือโรคขาดสารอาหาร ขาดสารไอโอดีน ฯลฯ บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลากระป๋องโรซ่า จึงได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จ…

blogmedia-44813.jpg

ด้วยความต้องการที่อยากเห็นเด็กไทยสุขภาพดีทั่วหน้า เพราะกว่า 1.6 ล้านคนของเด็กในประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาทุพโภชนาการ เช่นโรคอ้วน หรือโรคขาดสารอาหาร ขาดสารไอโอดีน ฯลฯ บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลากระป๋องโรซ่า จึงได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรม “โรซ่าเฮลท์ตี้ เดย์” หลังจากที่ได้มีการออนทัวร์ไปให้ความรู้ผ่านทางละครเพลงยังโรงเรียนต่างๆ ในแถบภาคอีสานตอนบนจำนวนทั้งสิ้น 52 โรงเรียนเพื่อปลูกฝังลักษณะนิสัยการรับประทานอาหารที่ถูกต้องให้กับเยาวชนไทย และส่งเสริมให้เด็กไทยหันมากินผักอย่างน้อยมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว หรือประมาณวันละ 12 ช้อนกินข้าว ทั้งนี้อัตราการกินผักโดยเฉลี่ยของเด็กไทยอยู่ที่มื้อละ 1 ช้อนกินข้าวซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

ภายในงานได้เกียรติจากตัวแทนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 และคุณสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมทำพิธีเปิดงานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเชิงสาระบันเทิงเรื่องผัก 5 สี ที่นำผักมาแสดงในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อให้ความรู้เรื่องประโยชน์จากผักสีต่างๆ 5 ชนิดดังนี้

ผักสีขาว ได้แก่ ผักกาดขาว กะหล่ำ ถั่วงอก กุ้ยฉ่ายขาว หัวไชเท้า ขิง ข่า ถั่วที่มีสีขาว มีประโยชน์เพราะมี ฟลาโวนอยด์ ช่วงยับยั้งการเจริญ เติบโตของเซลล์มะเร็ง ต้านสารอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ เพ็กติน ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอส ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ผักสีสีส้ม,สีเหลือง ได้แก่ ฝักทอง แครอท ข้าวโพด หน่อไม้ฝรั่ง แคนตาลูป ประโยชน์ของผักสีส้ม,สีเหลือง คือมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด รักษาสุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด รักษาสายตา ลดโอกาสเกิดมะเร็ง ดูแลสุขภาพระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ผักสีน้ำเงิน,ม่วง ได้แก่ดอกอัญชัน,สาหร่ายทะเล,มะเขือม่วง,องุ่นม่วง, กะหล่ำม่วง,เผือก,มันเทศ มีสารกลุ่มแอนโทไซยานัน (Anthocyanin) จะคอยปกป้องผักจากการทำลายของรังสีอุตราไวโอแลต จึงช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความสามารถในการมองเห็น ชะลอการเกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว, ต้านการเกิดมะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวตาย, ลดปัญหาที่เกิดกับระบบหมุนเวียนของเลือด

ผักสีเขียว เป็นผักธรรมดาทั่วๆไป ที่มีมากที่สุดในโลก ส่วนใหญ่จะเป็นผักกับใบ และผักตระกูลบวบ เช่นคะน้า, บวบ, แตงกวา, ผักขม,สะตอ ผักสีเขียวนี้จะเต็มไปด้วยคลอโรฟิลล์แล้วยังมีลูทัน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระพบในผักใบเขียวเข้ม ช่วยลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตา ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคตาบอดในผู้สูงอายุได้

ผักสีแดง เช่นมะเขือเทศ พริก กระเจี๊ยบ แตงโม หอมแดง บีทรูท มีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะช่วยดูแลหลอดเลือด และหัวใจ ป้องกันมะเร็งตับ ป้องกันผิวหนังจากอันตรายของรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้ดีกว่า เบต้า-แคโรทีน

นอกจากการให้ความรู้แล้วน้องๆ ยังได้รับความสนุกและของรางวัลมากมายจากเกมส์ต่างๆ เกมส์ตะลุยแดนสุขภาพ เกมส์แม่นบ่โรซ่าพาแซ่บ เกมส์หาผักหาปลา เกมส์จับคู่พลังงาน เกมส์ลูกเต๋า 5 หมู่ และจิ๊กซอว์ธงโภชนาการ ซึ่งเป็นเกมส์ที่ช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้ถึงสัดส่วนในการกินอาหารหลัก 5 หมู่ให้พอดีต่อความต้องการของร่างกาย โดยชั้นที่ 1 เป็นชั้นที่กว้างที่สุด จึงเป็นชั้นของกลุ่มข้าว-แป้ง กินปริมาณมากที่สุดให้สารอาหารหลักคือ คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักและควรเลือกชนิดที่ขัดสีน้อย เช่นข้าวกล้อง ส่วนชั้นที่ 2 เป็นกลุ่มผักและกลุ่มผลไม้ ควรกินในปริมาณมากรองลงมาเพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ชั้นที่ 3 เป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ ถั่ว ไข่และกลุ่มนมควรกินในปริมาณพอเหมาะ เพื่อให้ได้โปรตีนคุณภาพดี เหล็ก และแคลเซี่ยม ชั้นที่ 4 กลุ่มน้ำมัน น้ำตาล เกลือ กินแต่น้อย เท่าที่จำเป็น

หลังจากได้รับความสนุกสนานกับเกมส์ต่างๆ แล้วเด็ก ๆ สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ บนเวที โดยเฉพาะละครเพลงเรื่อง “ดินแดงผักสามสีสุดสนุก” ชมสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจาก “น้องพอซ” ดาราเด็กชื่อดัง และกิจกรรมไฮไลน์ซึ่งเป็นหัวใจคือ “ การประกวดเมนูสีเขียวกับกุ๊กตัวจิ๋ว รอบชิงชนะเลิศ ” เพื่อชิงถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดามาตุ พร้อมเงินรางวัล และใบประกาศเกียติคุณ

สำหรับการประกวดในครั้งนี้ได้ผ่านการแข่งขันเพื่อคัดเลือกเบื้องต้นจาก 52 โรงเรียนจนเหลือเพียง 10 ทีมเท่านั้น ซึ่งการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้จึงเป็นรอบสำคัญมาก บรรดาเพื่อนๆ และครูของโรงเรียนตัวแทนต่างมาเชียร์มากมาย สำหรับการแข่งขันทำเมนูสีเขียวรอบชิงชนะเลิศนี้ ออกเป็น 2 ประเภทคือ 1.ประเภทเมนูบังคับ 2. เมนูอิสระ โดยมีคณะกรรมการตัดสินจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ตัวแทนจากกรมอนามัย อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และตัวแทนจากบริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด มีเกณฑ์การตัดสินโดยดูจากคุณอาหารทางโภชนาการ และครบหลักอาหาร 5 หมู่ รูปแบบในการนำเสนอ รสชาติของอาหาร ความคิดสร้างสรรค์ และการตกแต่งอาหาร เมื่อสิ้นสุดการประกวดเมนูสีเขียวแบบเข็มข้น คณะกรรมการจึงตัดสินผลการประกวดออกมาดังนี้

ชนะเลิศอันดับ 1 คือทีมโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ผู้ชนะเลิศคือ เด็กหญิงอคิราภ์ อินทริยะ และเด็กหญิงสุดารัตน์ พงสนิน เมนูแหนมเนือง และเมนูห่อทองโรซ่าได้รับถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดามาตุ พร้อมรางวัลเงินสด 30,000 บาท และใบประกาศเกียติคุณ

รองอันดับ 1 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ เด็กหญิงสุภาพร ผิวจันทร์ และเด็กหญิงดารณี สวัสด์ศรีภาพ กับเมนูซุปสมุนไพรโรซ่า และหยกมณีไส้โรซ่า ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

รองอันดับ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็ก เด็กหญิงอาทิตยา นนทภา และเด็กหญิงสทธิชา พรหมมา กับเมนูเมี่ยงคำทูน่า และห่อหมกทูน่า ได้รับเงินสด 10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

รางวัลชมเชย มีทั้งสิ้น 7 ทีม ได้แก่โรงเรียนโนนทองโนนหวาย โรงเรียนบ้านเหล่าทองหลาง โรงเรียนอนุบาลหนองคาย โรงเรียนบ้านดื่อใต้ โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล โรงเรียนโกมลวิทยาคาร โรงเรียนธนากรสงเคราะห์ โดยทุกทีมได้รับเงินสด 2,500 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

สำหรับโครงการนี้ ได้ให้ทั้งความรู้คู่ความสนุกกับเด็กๆ ที่สำคัญเด็กๆ สามารถที่จะจดจำประโยชน์ของการรับประทานผัก และมีแนวโน้มต้องการกินผักมากขึ้น ลองมาความคิดเห็นของเด็กไทยที่มีต่อการกันดีกว่า

เด็กชายกัมปนาท ดาดวง (น้องมิ๊ก) อายุ 10 ปี ชั้นประถมปีที่ 4/1 โรงเรียนบ้านเหล่าทองหลาง จังหวัดหนองคาย “ปกติผมจะกินผักน้อยมาก เพราะชอบกินเนื้อสัตว์ เลยไม่ได้ให้ความสำคัญมากับการกินผักมาก่อนแต่ก็รู้ว่าผักมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะผักให้วิตามิน แต่ผมก็ได้รับความรู้เรื่องประโยชน์ของผักมากขึ้นจากการมาร่วมงานครั้งนี้ครับ ต่อไปผมจะพยายามกินผักมากขึ้น โดยเริ่มจากผักที่ชอบ คือผักกาดขาว และผักชี”

เด็กหญิงอาทิตยา นนทภา (น้องตอง) อายุ 10 ปี ชั้นประถมปีที 4/2 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็ก จังหวัดอุดรธานี “ หนูชอบกินผักคะ โดยเฉพาะผักบุ้ง และผักกาดขาว หนูรู้ว่าการกินผักมีประโยชน์ต่อร่างกายคะทำให้ร่างกายแข็งแรง สายตาดี และที่บ้านก็ทำอาหารที่มีผักกินกันเป็นประจำ อาทิผัดกระเพราะหมูสับ ”

เด็กหญิงพรฐิตา กวนหลวง (กีตาร์) อายุ 12 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 /1โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล จังหวัดหนองคาย “เป็นคนที่กินผักบางชนิด และไม่กินผักบางชนิดคะ อย่างเช่นชอบกินแตงกวา ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง แต่ไม่ชอบมะเขือเทศ หอม เพราะรสชาติไม่อร่อย เวลามีปนมากับอาหารจะเขี่ยออกประจำ ส่วนที่บ้านก็สนับสนุนให้กินผักกันเป็นประจำเพราะเห็นว่ามีประโยชน์เช่น ช่วยบำรุงสายตา ทำให้ผิวพรรณสวยงามคะ”

เด็กหญิงดารณี สวัสดิ์ศรีภาพ (น้องปุ้ย) อายุ 12 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนเทศบาล 7 จังหวัดอุดรธานี “ชอบกินแครอท ถั่วลั่นเตา ผักกาดขาว ก็จะรับประทานเป็นประจำแต่จะไม่ได้กินผักชนิดอื่นๆ เพราะไม่กล้ากินกลัวขม เพราะเคยกินต้นหอมแล้วรสชาติขม แต่จะพยายามรับประทานผักชนิดอื่นๆ ให้ได้มากขึ้นเพราะรู้ว่าผักมีประโยชน์มากมาย ไม่ทำให้อ้วนด้วยคะ นอกจากให้วิตามิน บำรุงสายตา”

ถือเป็นโครงการหนึ่งที่ดี และมีประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ โดยเฉพาะเด็กไทยรุ่นนี้ เพราะส่วนใหญ่เด็กๆ ยังมีพฤติกรรมไม่กินผัก และเลือกกินผักบางชนิดเท่านั้น ทำให้เด็กไทยยังคงประสบปัญหาทุพโภชนาการอยู่เป็นจำนวนมากๆ ที่สำคัญผู้ปกครองที่บ้านส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการกินผักมากนักทำให้เด็กและผู้ใหญ่บางคนยังไม่ค่อยรู้เรื่องประโยชน์ของผัก ในงานนี้เองได้ให้ความรู้ต่างๆ ต่อเด็กๆ และเชื่อว่าเด็กๆ จะสามารถจดจำประโยชน์ของการรับประทานผักได้แม่นยำผ่านทางละครเพลง ซึ่งมีเนื้อร้องสนุกๆ จนเด็กๆ ต่างก็ร้องคลอไปด้วย